ข้ามไปยังเนื้อหา
LawSiam.com · คลังข้อมูลกฎหมายไทยร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ · เข้าสู่ระบบ

กฎหมายไทยและการเตรียมสอบ

ค้นคว้า อ่านทบทวน และเข้าถึงเอกสารกฎหมายได้เป็นระบบ

แบบทดสอบ กฏหมายอาญา มาตรา 288-366 ชุดที่ 1

แบบทดสอบความรู้กฎหมายออนไลน์

กลุ่มกฏหมายอาญา มาตรา288-366

แบบทดสอบ กฏหมายอาญา มาตรา 288-366 ชุดที่ 1

แบบทดสอบความรู้

รวมคำบรรยายเนติ วิชา กฏหมายอาญา มาตรา 288-366 (ศอ.มล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์)

ข้อที่ 1 · การกระทำต่อทรัพย์มีผลเป็นการขู่เข็ญว่าจะประทุษร้ายแก่กายหรือจิตใจของบุคคลอยู่ในตัว จึงเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ได้

ข้อที่ 2 · มาตรา ๖๐ ซึ่งบัญญัติว่า ผู้ใดเจตนาที่จะกระทำต่อบุคคลหนึ่ง แต่ผลของการกระทำเกิดแก่อีกบุคคลหนึ่งโดยพลาดไป ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำโดยเจตนาแก่บุคคลซึ่งได้รับผลร้ายจาก การกระทำนั้น

ข้อที่ 3 · ข. มีเจตนาที่จะขโมย นาฬิกาของ ก. ซึ่งวางอยู่ที่บนโต๊ะ ข. เพียงแต่ขยับนาฬิกาของ ก. เคลื่อนที่ทุกจุด การกระทำนั้นเป็นความผิดสำเร็จแล้ว

ข้อที่ 4 · คำว่า “ทุจริต” ในความผิด ฐานลักทรัพย์ต้องเป็นการเอาไปเลยไม่ใช่เป็นการเอาไปเพียงชั่วคราว

ข้อที่ 5 · การใช้น้ำกรดสาดหน้า โดยปกติต้องถือว่ามีเจตนาทำร้าย เว้นแต่การใช้ น้ำกรดสาดไปทั้งตัวเป็นเหตุให้ถึงตาย จึงจะมีข้อพิจารณาว่ามีเจตนาฆ่าหรือไม่

ข้อที่ 6 · ก. ใช้อาวุธปืน ยิงเข้าไปในรถไฟที่มีคนโดยสารนั่งอยู่ เต็มตู้แม้ ก. ไม่ประสงค์ให้ผู้ใดตาย แต่บุคคลที่อยู่ในฐานะเช่นนั้นควรจะเข้าใจได้ว่าการยิงในลักษณะดังกล่าวจะต้องถูกคน ทั้งปืนเป็นอาวุธร้ายแรงทำให้ถึงแก่ความตายได้ เช่นนี้ ...

ข้อที่ 7 · “ความผิดฐานลักทรัพย์” ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔ ใช้คำว่า ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่นหรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุจริต

ข้อที่ 8 · ความผิดฐานกรรโชกหรือชิงทรัพย์หากมีการข่มขืนใจย่อมเป็นความผิดต่อเสรีภาพอยู่ในตัว แต่การกระทำที่เป็นความผิดต่อเสรีภาพอาจไม่ผิดฐานชิงทรัพย์ฯ หรือกรรโชก

ข้อที่ 9 · มาตรา ๓๐๙ บัญญัติว่า ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเอง หรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้าย จนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำ การนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น

ข้อที่ 10 · ความผิดฐานยักยอก แม้จะใช้คำว่าทรัพย์เหมือนกัน แต่ทรัพย์ที่ถูกยักยอกเป็นได้ทั้งสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ เพราะการกระทำคือ การเบียดบัง ไม่จำต้องทำให้ทรัพย์เคลื่อนที่ ส่วนความผิดฐานฉ้อโกงตามมาตรา ๓๔๑ กฎหมายใช้คำว่า “ทรัพย์สิน” ดังนั้น สิทธิ ต่างๆ จึงอาจถูกฉ้อโกงได้

ข้อที่ 11 · ความผิดฐานลักทรัพย์ตามมาตรา ๓๓๔ เพียงคำว่า “เอาไป” ซึ่งหมายถึงการทำให้ทรัพย์เคลื่อนที่

ข้อที่ 12 · อันตรายสาหัสจะต้องเป็นผลที่เกิดขึ้นจริงๆ จากการทำร้าย

ข้อที่ 13 · คำว่า "พลาด " ไม่ได้หมายถึง เฉี่ยวไม่โดน เท่านั้น แม้จะเกิดผลตามที่ตนประสงค์ในเบื้องต้นแล้วก็ตามแต่หากผลยังไปเกิดกับบุคคลอีกคนหนึ่งก็เป็นพลาดตามมาตรา ๖๐ ได้

ข้อที่ 14 · การที่นายซึมเอาเสื้อผ้าของนายยอดชายไป ทำให้นายยอดชายไม่กล้าขึ้นจากน้ำจึงเป็นการกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย มีความผิดฐานทำให้นายยอดชายเสื่อมเสียเสรีภาพตามมาตรา ๓๑๐ วรรคแรก

ข้อที่ 15 · เมื่อการทำร้ายเกิดจากการไตร่ตรองไว้ก่อนจึงเข้าสูตร ๒๙๗+๒๘๙ (๔) = ๒๙๘

ข้อที่ 16 · เล็งเห็นผลไม่จำเป็นจะต้องเป็นเรื่องเจตนาฆ่าเสมอไป อาจจะเป็นเรื่อง เจตนาทำร้าย หรือเจตนาในเรื่องอื่นขึ้นอยู่กับ "ผล" ที่เล็ง ว่าจะเกิดขึ้นเป็นผลอะไร

ข้อที่ 17 · ข้อสอบเนติฯ สมัยที่ ๕๕ ข้อ ๖ การลักทรัพย์โดยรื้อฝาบ้านไปขาย ทำให้บ้านเกิดรอยแตกหักมีความผิดฐาน..........โดยเล็งเห็นผลอีกบทหนึ่งด้วย

ข้อที่ 18 · ในกรณีทำให้หน้าเสียโฉมตามมาตรา ๒๙๗ (๔) จะต้องเสียโฉมอย่างติดตัว เมื่อรักษาให้หายภายใน ๖๐ วัน จึงไม่ต้องด้วยมาตรา ๒๙๗ (๔) แต่เป็นมาตรา ๒๙๗ (๘) เพราะได้รับอาการทุกขเวทนาเกินกว่า ๒๐ วัน

ข้อที่ 19 · ความผิดฐานชิงทรัพย์ มาตรา ๓๓๙ การใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อความสะดวกในการลักทรัพย์

ข้อที่ 20 · ถอนต้นข้าวโพดทิ้งลงในหลุมขณะหนึ่งแล้วขนข้าวโพดไปจากหลุมนั้นอีกขณะหนึ่ง แต่ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมีระยะเวลาห่างกันระหว่างการแยกทรัพย์และการพาทรัพย์นั้นเคลื่อนที่ไป เช่น หักอ้อยในไร่เพื่อกินเพราะกระหายการหักขาดเพื่อถือเดินกินไปเลย...