ข้ามไปยังเนื้อหา
LawSiam.com · คลังข้อมูลกฎหมายไทยร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ · เข้าสู่ระบบ

กฎหมายไทยและการเตรียมสอบ

ค้นคว้า อ่านทบทวน และเข้าถึงเอกสารกฎหมายได้เป็นระบบ

แบบทดสอบกฎหมาย เตรียมสอบ เนติ ข้อ ๒ วิ.อาญา - ประเด็นที่น่าสนใจ รวมคำบรรยายเนติฯ

แบบทดสอบความรู้กฎหมายออนไลน์

ทดสอบความรู้ เตรียมสอบเนติ ภาค 2 วิอาญา - สกัดหลักจากรวมคำบรรยายเนติฯ

แบบทดสอบกฎหมาย เตรียมสอบ เนติ ข้อ ๒ วิ.อาญา - ประเด็นที่น่าสนใจ รวมคำบรรยายเนติฯ

แบบทดสอบความรู้

หมายเหตุ : สกัดหลัก เน้นประเด็นจาก หนังสือรวมคำบรรยายเนติฯ วิอาญา ภาค ๑-๒ (อ.เรวัติ ฉ่ำเฉลิม) สมัยที่ ๖๘

ข้อที่ 1 · มาตรา ๔๐ วางหลักว่า การฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาจะฟ้องต่อศาล ซึ่งพิจารณาคดีอาญาก็ได้ แต่การพิจารณาคดีแพ่งต้องเป็นไปตาม ป.วิ. แพ่ง

ข้อที่ 2 · ถ้าพนักงานอัยการยื่นฟ้องจะต้องดำเนินคดีแพ่งแทน ผู้เสียหายด้วย ถ้าผู้เสียหายเขามีสิทธิที่จะได้รับทรัพย์คืนหรือมีสิทธิทีจะได้ชดใช้ราคา ทรัพย์ก็ให้เรียกให้จำเลยนั้นคืนทรัพย์หรือชดใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหายด้วย แต่จะเรียก ค่าเสียหาย เช่น ค่าขาดประโยชน์ ค่าขาดรายได้ แทนผู้เสียหาย...

ข้อที่ 3 · มาตรา ๓๗ กฎหมายเปิดโอกาสไว้ให้คดีเลิกกันได้ โดยกำหนดประเภท คดีไว้ ส่วนมาตรา ๓๘ เป็นมาตรการในการจะทำให้คดีเลิกกัน เมื่อเจ้าพนักงาน กำหนดค่าปรับ ผู้เสียหายยอม ผู้ต้องหายอม ได้มีการชำระค่าปรับแล้ว คดีก็เป็นอันเสร็จเด็ดขาดตั้งแต่บัดนั้น และการเปรียบเทียบตรงนี้ไม่ใช่โทษตามประมวลอาญามาตรา ๑๘ เพราะฉะนั้นจะไปกล่าวหาว่าคุณมีประวัติเคยต้องโทษไม่ได้ เพราะกระบวนการเปรียบเทียบไม่ใช่โทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๘

ข้อที่ 4 · คดีที่มีโทษปรับสถานเดียว เมื่อผู้กระทำผิดยินยอมเสียค่าปรับในอัตรา อย่างสูงก่อนศาลพิจารณา..คดีอาญาเลิกกัน

ข้อที่ 5 · มาตรา ๔๔/๑ วางหลักว่า ในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ ถ้าผู้เสียหายมีสิทธิที่จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพราะเหตุได้รับอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย จิตใจ หรือ ได้ความเสื่อมเสียต่อเสรีภาพในร่างกายชื่อเสียงหรือได้รับความเสียหายในทางทรัพย์สิน อันเนื่องมาจากการกระทำผิดของจำเลย ผู้เสียหายจะยื่นคำร้องต่อศาลที่พิจารณาคดีอาญาขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตนก็ได้ (เคยออกข้อสอบ ข้อ ๒)

ข้อที่ 6 · มาตรา ๔๕ คดีเรื่องใดแม้จะยื่นฟ้องคดีอาญาแล้วก็ไม่ตัดสิทธิผู้เสียหายจะยื่น ฟ้องทางแพ่งอีก

ข้อที่ 7 · มาตรา ๔๒ วางหลักว่า ในการพิจารณาคดีแพ่ง ถ้าพยานหลักฐานที่สืบ มาแล้วในคดีอาญาไม่เพียงพอศาลจะนำสืบหลักฐานเพิ่มเติมก็ได้

ข้อที่ 8 · มาตรา ๕๖ เป็นเรื่องบุคคลที่ได้รับหมายเรียกอยู่ต่างท้องที่กับท้องที่ที่ออกหมาย เขาเรียกการสลักหลังหมาย อันนี้เป็นทางปฏิบัติ

ข้อที่ 9 · กรณีตามมาตรา ๓๘ แบ่งออกเป็นสองส่วน ดังนี้

ข้อที่ 10 · ขับรถโดยประมาทชนผู้อื่นทำให้ได้รับอันตรายแก่กาย อันตรายสาหัส หรือตาย กฎหมายเปิดโอกาสให้ฟ้องคดีอาญาและคดีแพ่งในศาลเดียวกันได้ โดยเอาศาลอาญาเป็นหลัก ไม่ใช่เอาคดีอาญาไปฟ้องที่ศาลแพ่ง แต่ให้เอาคดีแพ่งมาฟ้องที่ศาล ส่วนอาญา

ข้อที่ 11 · หมายเรียก มาตรา ๕๒ บัญญัติว่า การที่จะให้บุคคลใดมาที่พนักงาน สอบสวนหรือมาที่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่หรือมาศาล เนื่องในการสอบสวน การไต่สวนมูลฟ้อง การพิจารณาคดี หรือการอย่างอื่นตาม ป.วิ. อาญา จักต้องมีหมายเรียกของพนักงานสอบสวน หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ หรือของศาล

ข้อที่ 12 · มาตรา ๑๒๑ บัญญัติว่า พนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนคดีอาญาทั้งปวง

ข้อที่ 13 · มาตรา ๔๓ พนักงานอัยการมีอำนาจดำเนินคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาได้ ในความผิด ๙ ฐาน ได้แก่ คดีลักทรัพย์ วิ่งราว ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ โจรสลัด กรรโชก ฉ้อโกง ยักยอก และรับของโจร

ข้อที่ 14 · การจับกุมคุมขังจะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นๆ กฎหมายห้ามไว้เลยว่าการจับกุม คุมขังรวมถึงการค้นด้วยจะกระทำมิได้ ทั้งนี้เพราะรัฐธรรมนูญบัญญัติคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนไว้แล้วในเคหสถาน ในเนื้อตัว ในสิทธิต่างๆ ประชาชน เพราะฉะนั้นจะมาเที่ยวจับกุมคุมขังไม่ได้ จะมาเที่ยวค้นไม่ได้ เว้นแต่จะได้ปฏิบัติ ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นๆ ดังนั้น มาตรา ๕๗ คือแม่บทคือหัวใจซึ่งสอดคล้องกับหลักรัฐธรรมนูญ

ข้อที่ 15 · คดีอาญาจะมีประเด็นว่าประมาทหรือไม่ ถ้าประมาทก็ลงโทษ ถ้าไม่ประมาท ก็ยกฟ้อง แต่คดีแพ่งนอกจากมีประเด็นว่าประมาทหรือไม่ประมาทแล้ว ยังมีประเด็นเรื่อง ค่าเสียหายว่าเสียหายเพียงใดด้วย

ข้อที่ 16 · มาตรา ๕๑ วรรคสาม วางหลักว่า ถ้าโจทก์ได้ฟ้องคดีอาญาและศาลพิพากษาลงโทษจำเลย จนคดีเสร็จเด็ดขาดแล้วก่อนที่ได้ฟ้องคดีแพ่ง สิทธิของผู้เสียหายที่จะฟ้องคดีแพ่งย่อมมีตามกำหนดอายุความในมาตรา ๑๙๓/๓๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ข้อที่ 17 · มาตรา ๔๐ วางหลักว่า การพิจารณาคดีแพ่งต้องเป็นไปตาม ป.วิ. แพ่ง

ข้อที่ 18 · กรณีมีการฟ้องทางอาญาและศาลพิพากษาลงโทษจำเลยแล้ว อายุความในคดีส่วนแพ่งมีกำหนด ๑๐ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๓/๓๒ คือ มีอายุความ ๑๐ ปี นับตั้งแต่ศาลตัดสิน ไม่ว่าคดีแพ่งเรื่องเดิมจะมีอายุความเท่าไร

ข้อที่ 19 · คำว่า “ผู้สืบสันดาน” ก็ต้องเป็นผู้ที่สืบสายโลหิตตามความเป็นจริงเช่นเดียวกับบุพการี...

ข้อที่ 20 · คดีที่เปรียบเทียบได้ตามกฎหมายอื่น เมื่อผู้ต้องหาได้ชำระค่าปรับตาม คำเปรียบเทียบของพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว...คดีอาญาเลิกกัน