ข้ามไปยังเนื้อหา
LawSiam.com · คลังข้อมูลกฎหมายไทยร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ · เข้าสู่ระบบ

กฎหมายไทยและการเตรียมสอบ

ค้นคว้า อ่านทบทวน และเข้าถึงเอกสารกฎหมายได้เป็นระบบ

แบบทดสอบกฎหมาย เตรียมสอบ เนติ ข้อ ๙ ฟื้นฟูกิจการ ประเด็นที่น่าสนใจ (ชุดที่ ๑)

แบบทดสอบความรู้กฎหมายออนไลน์

ทดสอบความรู้ เตรียมสอบเนติ ภาค 2 วิแพ่ง - สกัดหลักจากรวมคำบรรยายเนติฯ

แบบทดสอบกฎหมาย เตรียมสอบ เนติ ข้อ ๙ ฟื้นฟูกิจการ ประเด็นที่น่าสนใจ (ชุดที่ ๑)

แบบทดสอบความรู้

หมายเหตุ สกัดหลักจาก หนังสือรวมคำบรรยายเนติ สมัยที่ ๖๘ (อ.วิชา มหาคุณ)

ข้อที่ 1 · ในกรณีของการฟื้นฟูกิจการลูกหนี้ยังมีอำนาจที่จะจัดกิจการและทรัพย์สินของตนเอง เพียงแต่ว่าถ้าหากว่ามีผู้ทำแผนแล้ว ผู้บริหารลูกหนี้หมดอำนาจ เพราะอำนาจในการจัดกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้มาตกอยู่แก่ผู้ทำแผน ต่อจากผู้ทำแผนก็คือผู้บริหารแผน เพราะฉะนั้นทรัพย์สินของลูกหนี้ก็ยังเป็นของลูกหนี้อยู่ ก็คือบริษัทลูกหนี้ ไม่ได้แยกออกมาเป็นกองทรัพย์สินแต่อย่างใด เหตุที่คดีล้มละลายต้องแยกออกมาต่างหากเพราะว่าในคดีล้มละลายเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เป็นคนดูแล ทรัพย์สินของลูกหนี้เพื่อจะได้เอามาแบ่งเฉลี่ยกับเจ้าหนี้ทั้งหลายโดยเท่าเทียมกัน

ข้อที่ 2 · ในคดีฟื้นฟูกิจการศาลจะยืดหยุ่นกว่ากรณีของการล้มละลาย ในคำพิพากษาศาลฎีกาหลายฉบับจะเขียนไว้รองรับไว้ ในคดีฟื้นฟูกิจการนั้นเนื่องจากตอนที่ให้มีการยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต้องระบุชื่อเจ้าหนี้และที่อยู่เจ้าหนี้ไว้ด้วย เมื่อศาลมีคำส่งให้ฟื้นฟูกิจการและตั้งผู้ทำแผนให้เจ้าพนักงานงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งคำส่งให้เจ้าหนี้ทราบและแจ้งกำหนด เวลาให้เจ้าหนี้ยืนคำขอรับชำระหนี้ เพราะฉะนั้นถ้าไม่ได้ยื่นรายชื่อเจ้าหนี้รายใดเอาไว้ และเจ้าหนี้บอกว่าเขาไม่ได้รับรู้เลย ศาลอนุญาตให้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ได้ ส่วนในคดีล้มละลายไม่ได้กำหนดให้มีการแจ้งให้เจ้าหนี้ทราบเป็นรายบุคคลแต่อย่างใด.

ข้อที่ 3 · คดีฟื้นฟูกิจการไม่มีการเก็บรวบรวมทรัพย์สินแต่อย่างใด ไม่มีการจัดการกองทรัพย์สินของลูกหนี้ ไม่มีการจัดกิจการที่เอาทรัพย์สินมากองรวมกันไว้ ไม่เหมือนอย่างคดีล้มละลายที่มีมาตรา ๑๐๙ แล้วลูกหนี้ก็หมดอำนาจในการจัดกิจการและทรัพย์สินของตัวเองตามมาตรา ๒๔

ข้อที่ 4 · การพิจารณาให้ความเห็นชอบด้วยแผนของศาลด้วย นอกจากแผนผ่านที่ประชุมเจ้าหนี้แล้วจะต้องผ่านการพิจารณาให้ความเห็นชอบของศาล หลักเกณฑ์ที่ศาลนำมาใช้ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบด้วยแผนเป็นไปตามมาตรา ๙๐/๕๘

ข้อที่ 5 · ในการฟื้นฟูกิจการนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กิจการของลูกหนี้ซึ่งประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินชั่วคราว ได้มีโอกาสฟื้นฟูกิจการ หรือปรับโครงสร้างกิจการของลูกหนี้กลับคืนสู่สภาพที่สามารถดำเนินกิจการตามปกติต่อไป

ข้อที่ 6 · ผลของคำสั่งตั้งผู้ทำแผน กรณีที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการอาจจะมีกรณีที่ตั้งผู้ทำแผนได้เลยหรือไม่สามารถจะตั้งผู้ทำแผนได้ก็จะต้องตั้งผู้บริหารชั่วคราวตามมาตรา ๙๐/๒๐

ข้อที่ 7 · การฟื้นฟูกิจการ มี ๓ ระยะ ด้วยกัน คือ

ข้อที่ 8 · ศาลมีบทบาทในการควบคุมดูแลการฟื้นฟูกิจการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย การที่ให้ศาลเข้ามามีบทบาท ก็เพื่อสร้างความเป็นธรรมหรือสร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นกับบุคคลที่เกี่ยวข้องในการฟื้นฟูกิจการ ซึ่งได้แก่เจ้าหนี้ ลูกหนี้ ผู้ทำแผน ผู้บริหารแผน และบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อาจจะเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการที่ลูกหนี้ไปติดต่อค้าขายด้วย

ข้อที่ 9 · ในกรณีของฟื้นฟูกิจการจะต้องจัดกลุ่มเจ้าหนี้ อยู่ในมาตรา ๙๐/๔๒ ทวิ เรื่องของมติที่จะยอมรับแผนของที่ประชุมเจ้าหนี้ การรายงานผลการประชุมเจ้าหนี้ต่อศาลตาม มาตรา ๙๐/๕๖

ข้อที่ 10 · แผนฟื้นฟูกิจการและการพิจารณาแผน อยู่ในมาตรา ๙๐/๔๒ แผนต้องมี รายการอะไรบ้าง ใครเป็นผู้บริหารแผน ระยะเวลาในการดำเนินการตามแผน

ข้อที่ 11 · เรื่องสภาวะพกการชำระหนี้ (automatic stay) เขียนในมาตรา ๙๐/๑๒ ไว้ อย่างละเอียดแล้วก็ยังบอกว่า สภาวะพักการชำระหนี้ในระบบการฟื้นฟูกิจการนั้นเกิดขึ้น เมื่อใดและจะสิ้นสุดลงเมื่อไร

ข้อที่ 12 · สภาวะพักการชำระหนี้ คดีฟื้นฟูกิจการ ลูกหนี้อยู่ในสภาวะพักการบังคับชำระหนี้ (automatic stay) เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของมาตรา ๙๐/๑๒ เพราะฉะนั้นเมื่อศาลรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ ตามมาตรา ๙๐/๑๒ ก็จะห้ามไม่ให้เจ้าหนี้ และลูกหนี้กระทำการใดๆ ตามที่ได้กำหนดเอาไว้ในอนุมาตราต่าง ๆ ของมาตรา ๙๐/๑๒

ข้อที่ 13 · ในคดีฟื้นฟูกิจการนั้นจะเป็นเจ้าหนี้มีประกันหรือไม่มีประกันเวลายื่นคำขอรับชำระหนี้มาเขาก็จะต้องมาจัดกลุ่ม ตามมาตรา ๙๐/๔๒ ทวิ

ข้อที่ 14 · ในกรณีของการฟื้นฟูกิจการนั้นต้องทำแผนฟื้นฟูกิจการเพราะฉะนั้นจึงต้องมีผู้ทำแผน ผู้ทำแผนนั้นไม่ใช่เข้ามานั่งทำแผนอย่างเดียว อำนาจหน้าที่ของผู้ทำแผน เป็นไปตามมาตรา ๙๐/๒๕ ประกอบกับ มาดรา ๙๐/๑๒ (๙) คือมีอำนาจในการบริหารกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้อยู่ด้วย

ข้อที่ 15 · คดีฟื้นฟูกิจการสร้างให้เกิดสภาวะพักการบังคับชำระหนี้เพื่อให้ลูกหนี้สามารถดำเนินกิจการของตนต่อไปได้ในระหว่างการฟื้นฟูกิจการ

ข้อที่ 16 · คดีฟื้นฟูกิจการ เริ่มต้นด้วยการยื่นคำร้องขอให้มีการฟื้นฟู กิจการตามมาตรา ๙๐/๒ วรรคหนึ่ง ไม่ใช่ฟ้อง ถึงแม้ว่ามีการคัดค้านก็ยังถือว่าเป็นการดำเนินคดีที่เริ่มต้นมาจากคำร้องขอ มิใช่การฟ้อง บุคคลที่มีสิทธิยื่นคำร้องขอปรากฏอยู่ใน มาตรา ๙๐/๔ วรรคหนึ่ง และวรรคสอง ส่วนรายละเอียดของคำร้องปรากฏอยู่ในมาตรา ๙๐/๖ ด้วยเหตุนี้เองเราจึงถือได้ว่าคดีฟื้นฟูกิจการไม่ได้เริ่มต้นขึ้นด้วยข้อโต้แย้งคัดค้าน แต่เป็นเรื่องที่ให้โอกาสลูกหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ ไม่ว่าจะเริ่มต้นจากตัวลูกหนี้เองหรือเริ่มต้นจากเจ้าหนี้ก็ได้ให้โอกาสทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้

ข้อที่ 17 · การสิ้นสุดของคดีฟื้นฟูกิจการ ได้แก่

ข้อที่ 18 · คดีฟื้นฟูกิจการต้องมีการจัดกลุ่มเจ้าหนี้ คดีฟื้นฟูกิจการ ต้องมีการจัดกลุ่มเจ้าหนี้เพราะว่าเจ้าหนี้อาจจะไม่ได้รับชำระหนี้เท่าเทียมกัน เจ้าหนี้อาจจะได้รับชำระหนี้ที่แตกต่างกันได้ถ้าต่างกลุ่มกัน แต่ถ้าอยู่ในกลุ่มเดียวกันต้องได้รับชำระหนี้เหมือนกัน

ข้อที่ 19 · ในคดีฟื้นฟูกิจการ ถือว่าเป็นการขอรับชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการ เจ้าหนี้รับชำระหนี้เท่าไรก็จะต้องมาดูว่าตามแผนได้รับชำระหนี้เท่าไร กำหนดไว้เท่าไร

ข้อที่ 20 · บุคคลในกระบวนการฟื้นฟูกิจการแตกต่างจากคดีล้มละลาย ก็คือ นอกเหนือจากลูกหนี้ เจ้าหนี้ ศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แล้วยังมีผู้ทำแผน ผู้บริหารแผน ผู้บริหารชั่วคราว ผู้บริหารชั่วคราวก็คือยังไม่มีการตั้งผู้ทำแผน ต้องมี ผู้บริหารชั่วคราวขึ้นมาในระหว่างที่ยังไม่มีผู้ทำแผน