ข้ามไปยังเนื้อหา
LawSiam.com · คลังข้อมูลกฎหมายไทยร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ · เข้าสู่ระบบ

กฎหมายไทยและการเตรียมสอบ

ค้นคว้า อ่านทบทวน และเข้าถึงเอกสารกฎหมายได้เป็นระบบ

แบบทดสอบกฎหมาย เตรียมสอบ เนติ ข้อ ๗ วิ.แพ่ง ภาค ๔ - บังคับคดี ประเด็นที่น่าสนใจ (ชุดที่ ๑)

แบบทดสอบความรู้กฎหมายออนไลน์

ทดสอบความรู้ เตรียมสอบเนติ ภาค 2 วิแพ่ง - สกัดหลักจากรวมคำบรรยายเนติฯ

แบบทดสอบกฎหมาย เตรียมสอบ เนติ ข้อ ๗ วิ.แพ่ง ภาค ๔ - บังคับคดี ประเด็นที่น่าสนใจ (ชุดที่ ๑)

แบบทดสอบความรู้

หมายเหตุ สกัดหลักจาก หนังสือรวมคำบรรยายเนติ สมัยที่ ๖๘ (อ.ชัยยุทธ ศรีจำนงค์)

ข้อที่ 1 · ผู้เข้าสู้ราคาในการขายทอดตลาดแม้ไม่ใช่บุคคลตามมาตรา ๒๘๐ แต่ก็ถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียมีสิทธิขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดได้

ข้อที่ 2 · ในคดีที่เป็นการร้องขอให้ศาลกำหนดวิธีการแบ่งทรัพย์สินกันระหว่าง เจ้าของรวมตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๖๔ วรรคสอง จะร้องขัดทรัพย์ไม่ได้ และหากเป็นเรื่องทำนองเดียวกันก็ร้องขอกันส่วนตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๘๗ ไม่ได้ เช่นกัน

ข้อที่ 3 · เมื่อศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ปฏิบัติตามคำบังคับเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา จะต้องดำเนินการบังคับคดีตามคำพิพากษา

ข้อที่ 4 · กรณีที่บังคับให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาชำระเงิน (มาตรา ๒๘๓-๒๘๗) โดยเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องขอหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อให้เจ้าพนักงาน บังคับคดีดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา เพื่อขายหรือจำหน่าย แล้วนำเงินมาชำระให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา

ข้อที่ 5 · มาตรา ๒๘๘ ร้องขัดทรัพย์ใช้กับเรื่องหนี้เงินเท่านั้น (ฎีกาที่ ๖๗๖/๒๕๔๖)

ข้อที่ 6 · ขอให้ลูกหนี้กระทำการต่อไปให้เสร็จ ถ้าลูกหนี้ไม่ทำเป็นสิทธิเฉพาะตัวของลูกหนี้จะบังคับให้มาทำไม่ได้เพราะสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้ทำได้ เพราะ ฉะนั้นการบังคับอาจใช้วิธีไปจ้างคนอื่นมาทำโดยลูกหนี้ออกค่าใช้จ่าย เพราะสภาพแห่งหนี้ เปิดช่องให้ทำอย่างนั้น ตามนัย ป.พ.พ. มาตรา ๒๑๓ วรรคสองตอนต้น

ข้อที่ 7 · บุคคลผู้มีส่วนได้เสียในวิธีการบังคับคดีรายละเอียดอยู่ในมาตรา ๒๘๐ แต่ไม่จำกัดเฉพาะบุคคลตามมาตรา ๒๘๐ เท่านั้น บุคคลอื่นนอกจากมาตรา ๒๘๐ ที่มีส่วนได้เสียก็สามารถเข้ามาในชั้นบังคับคดีได้ถ้าถูกกระทบกระเทือนสิทธิซึ่งมีหลักพิจารณาในลักษณะเดียวกับ ป.วิ.พ.มาตรา ๕๕

ข้อที่ 8 · การบังคับคดีขับไล่หรือรื้อถอน (มาตรา ๒๙๖ ทวิ-๒๙๖ สัตต) ขับไล่ หรือต้องออกไปหรือต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยหรือทรัพย์ที่ครอบครอง ถ้าลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาชอบที่จะยื่นคำขอฝ่ายเดียว โดยทำเป็นคำร้องต่อศาลเพื่อตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีจัดการให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเข้าครอบครองทรัพย์ดังกล่าว

ข้อที่ 9 · การบังคับให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษากระทำการ หรืองดเว้นกระทำการ (มาตรา ๒๙๗-๓๐๐) เมื่อลูกหนี้ตามคำพิพากษาฝ่าฝืนคำพิพากษาหรือคำสั่ง เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาชอบที่จะยื่นคำขอฝ่ายเดียวเพื่อขอให้ศาลออกคำสั่งจับกุมและกักขัง แต่ศาลจะต้องพอใจจากพยานหลักฐานของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษานำมาสืบหรือศาลเรียกมาสืบ ๒ ประการ คือ

ข้อที่ 10 · การบังคับให้รื้อถอนนั้นเดิมเป็นไปตาม ป.พ.พ. มาตรา ๒๑๓ วรรคสาม ซึ่งบัญญัติว่า “ส่วนหนี้ซึ่งมีวัตถุเป็นอันจะให้งดเว้นการอันใด เจ้าหนี้จะเรียกร้องให้รื้อถอน การที่ได้กระทำลงแล้วนั้นโดยให้ลูกหนี้เสียค่าใช้จ่าย และให้จัดการอันควรเพื่อกาลภายหน้าด้วยก็ได้” แต่ในปัจจุบันการบังคับคดีไม่ว่าให้ขับไล่หรือรื้อถอนถ้าลูกหนี้ตามคำพิพากษาเพิกเฉย ต้องใช้วิธีขอออกหมายบังคับคดี เพื่อตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี แล้วบังคับไปตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๙๖ ทวิ ถึงมาตรา ๒๙๖ สัตต จะไม่นำ ป.พ.พ. มาตรา ๒๑๓ วรรคสามมาใช้ คือเจ้าหนี้จะขอให้ศาลสั่งว่าให้โจทก์ไปจ้างบุคคลภายนอกมารื้อถอนออกไปโดยจำเลยเสียค่าใช้จ่ายไม่ได้อีกแล้ว เพราะปัจจุบัน สภาพแห่งการบังคับคดีเปิดช่องให้บังคับตามวิธีการที่ ป.วิ.พ. กำหนดไว้คือมาตรา ๒๙๖ ทวิถึงมาตรา ๒๙๖ สัตต

ข้อที่ 11 · การบังคับคดีกรณีการหย่าโดยคู่สัญญาทำหนังสือสัญญาหย่าไว้แล้ว การบังคับคดีทำได้โดยเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ส่วนการหย่าโดยมีเหตุหย่าไม่จำต้องเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย เพราะมีเหตุหย่าตามบทบัญญัติของกฎหมาย สามีภริยาที่จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย ได้ทำหนังสือหย่ากันเองด้วย ความสมัครใจ มีพยาน ๒ คนลงชื่อในหนังสือหย่า อีกฝ่ายหนึ่งไม่ยอมไปจดทะเบียนหย่า ที่อำเภอ กรณีนี้มีวิธีบังคับทางอื่นโดยไม่ต้องจับกุมกักขังได้ คือ ถ้าจำเลยไม่ไปจดทะเบียนหย่ากับโจทก์ ก็ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๒๑๓ ดังที่ ป.วิ.พ. มาตรา ๒๗๖ บัญญัติไว้ ศาลจึงไม่จำเป็นต้องบังคับให้ตัวจำเลยไปจดทะเบียนหย่า

ข้อที่ 12 · มาตรา ๒๘๔ จึงเป็นเรื่องของหนี้เงิน หรือ เรื่องร้องขัดทรัพย์ ก็ต้องเป็นกรณีให้ชำระหนี้เงินเท่านั้น คือ ต้องมีการบังคับคดียึดทรัพย์ของลูกหนี้มาเพื่อขายทอดตลาดแล้วเอาเงินมาชำระหนี้เงิน แล้วต่อมามีผู้มาร้องว่าทรัพย์ที่ถูกยึดนั้นไม่ใช่ทรัพย์ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาขอให้ปล่อยทรัพย์ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๘๘

ข้อที่ 13 · ภาคบังคับคดี แบ่งเนื้อหาออกเป็น ๒ ลักษณะ ดังนี้

ข้อที่ 14 · การบังคับคดีให้รื้อถอนรั้วลวดหนามออกจากทางภาระจำยอมเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่จะดำเนินการตามมาตรา ๒๙๖ ทวิ จึงบังคับตามคำขอของโจทก์ที่ให้โจทก์มีอำนาจนำบุคคลอื่นทำการรื้อถอนโดยให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายในกรณีที่จำเลยไม่ยอมรื้อถอนให้ไม่ได้

ข้อที่ 15 · คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๙๖๘/๒๕๔๔ ในคดีเดิมโจทก์ทั้งสามฟ้องจำเลยให้แบ่งมรดกของนางไหล คำน้อย ให้แก่โจทก์ทั้งสามตามสัญญาแบ่งมรดก ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยแบ่งมรดกบางส่วนให้โจทก์ทั้งสามตามสัญญาแบ่งมรดก หากแบ่งกันไม่ได้ให้เอาออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกันตามส่วน เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ทั้งสามจึงขอให้บังคับคดีและเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดทรัพย์พิพาท จึงเป็นกรณีที่โจทก์ทั้งสามซึ่งเป็นเจ้าของรวมในทรัพย์พิพาทดำเนินการเพื่อแบ่งทรัพย์สินในฐานะเจ้าของรวมเท่านั้น เมื่อเป็นเช่นนี้โจทก์ทั้งสามและจำเลยจึงมิใช่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาต่อกัน กรณีไม่ใช่การร้องขอให้บังคับคดีตามป.วิ.พ. มาตรา ๒๗๑ ผู้ร้องทั้งสองและจำเลย....

ข้อที่ 16 · ผู้มีส่วนได้เสียในวิธีการบังคับคดีเป็นเรื่องสำคัญอยู่ที่มาตรา ๒๘๐ ผู้มีส่วนได้เสีย มีทั้งคู่ความมีทั้งบุคคลภายนอกซึ่งอาจจะมีส่วนได้เสียในตอนใดตอนหนึ่งของการบังคับคดี แต่คนที่เป็นคู่ความอยู่แล้วเป็นโจทก์จำเลยในบางเรื่องก็อาจไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียก็ได้ เช่น กรณีร้องขัดทรัพย์คือมีผู้มาร้องว่าทรัพย์ที่เจ้าหนี้ยึดมานั้นไม่ใช่ของจำเลย จำเลยมาช่วยเถียงว่าทรัพย์ที่ยึดเป็นของผู้ร้องขัดทรัพย์คือไม่ใช่ทรัพย์สินของจำเลยเป็นของผู้ร้อง ขัดทรัพย์ได้ไหม ศาลฎีกาก็ชี้ว่าจำเลยในกรณีนี้ไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียในคดีร้องขัดทรัพย์ หรือไม่มีหน้าที่มาช่วยโต้แย้ง

ข้อที่ 17 · ป.วิ.พ. มาตรา ๒๘๐ เป็นเพียงบทสันนิษฐานเพื่อประโยชน์แห่งบทบัญญัติในภาค ๔ ว่าด้วยวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาและการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง ที่ให้ถือว่าบุคคลตามที่ระบุไว้แล้วจะเป็นผู้มีส่วนได้เสียในวิธีบังคับคดีเท่านั้น มิได้หมายความว่าบุคคลอื่นนอกจากที่ระบุไว้แล้วจะเป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ได้

ข้อที่ 18 · การบังคับคดีต้องกระทำโดยผู้มีส่วนได้เสีย

ข้อที่ 19 · ถ้าเป็นกรณีที่ต้องอาศัยความสามารถเฉพาะตัวของลูกหนี้ เช่น จ้างให้ลูกหนี้ แกะสลักไม้ ถ้าลูกหนี้แกะสลักเสร็จแล้วแต่ไม่ยอมส่งมอบตามสัญญาก็สามารถบังคับให้ส่งมอบด้วยวิธีการยึดงานแกะสลักได้ แต่ถ้ายังแกะสลักไม่เสร็จ สภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้บังคับลูกหนี้มาทำให้เสร็จเพราะเป็นสิทธิเฉพาะตัวของลูกหนี้ ต้องบังคับเรียกค่าเสียหาย

ข้อที่ 20 · มาตรา ๒๗๖ วรรคท้าย บัญญัติว่า “ในกรณีที่ออกหมายบังคับคดีให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาส่งมอบทรัพย์สิน กระทำการ หรืองดเว้นกระทำ การอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือให้ขับไล่ลูกหนี้ตามคำพิพากษา ให้ศาลระบุเงื่อนไขแห่งการบังคับคดีลงในหมายนั้นตามมาตรา ๒๑๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ให้ศาลกำหนดการบังคับคดีเพียงเท่าที่สภาพแห่งการบังคับคดีจะเปิดช่องให้ทำไดโดยทางศาลหรือโดยทางเจ้าพนักงานบังคับคดี”