ข้ามไปยังเนื้อหา
LawSiam.com · คลังข้อมูลกฎหมายไทยร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ · เข้าสู่ระบบ

กฎหมายไทยและการเตรียมสอบ

ค้นคว้า อ่านทบทวน และเข้าถึงเอกสารกฎหมายได้เป็นระบบ

แบบทดสอบกฎหมาย เตรียมสอบ เนติ ข้อ ๒ วิ.แพ่ง ภาค ๑ - ประเด็นที่น่าสนใจ (มาตรา ๑๓๑-๑๔๓) ชุดที่ ๑

แบบทดสอบความรู้กฎหมายออนไลน์

ทดสอบความรู้ เตรียมสอบเนติ ภาค 2 วิแพ่ง - สกัดหลักจากรวมคำบรรยายเนติฯ

แบบทดสอบกฎหมาย เตรียมสอบ เนติ ข้อ ๒ วิ.แพ่ง ภาค ๑ - ประเด็นที่น่าสนใจ (มาตรา ๑๓๑-๑๔๓) ชุดที่ ๑

แบบทดสอบความรู้

หมายเหตุ สกัดหลักจาก หนังสือรวมคำบรรยายเนติ สมัยที่ ๖๘

ข้อที่ 1 · มาตรา ๑๓๒ ให้ศาลมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความได้ โดยไม่ต้องมีคำวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นเรื่องนั้น และให้กำหนดเงื่อนไข ในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมตามที่เห็นสมควร

ข้อที่ 2 · ศาลมีอำนาจที่จะหยิบยกประเด็นข้อพิพาทข้อหนึ่งข้อใดขึ้นวินิจฉัย ก่อนได้ และถ้าได้วินิจฉัยแล้วมีผลทำให้คดีเสร็จไป ก็ไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็น ข้ออื่น เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง เช่นกรณีที่ศาลหยิบยกปัญหาเรื่องอำนาจฟ้อง หรือเรื่องอายุความขึ้นมาวินิจฉัย ถ้าศาลเห็นว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง หรือฟ้องโจทก์ ขาดอายุความ ศาลก็ไม่จำต้องหยิบยกประเด็นในเนื้อหาของคดีนั้นๆ ขึ้นมาวินิจฉัยอีก

ข้อที่ 3 · บางกรณีศาลก็ไม่อาจใช้ดุลพินิจได้ คือถ้าเป็นเหตุตามมาตรา ๑๓๒ (๓) ในเรื่องคดีไม่มีประโยชน์ต่อไป หรือเหตุตาม (๔) ศาลต้องสั่งจำหน่ายคดีเท่านั้น

ข้อที่ 4 · คำว่า “รายงานพิสดาร” ตามตัวบทมาตรา ๑๓๑ (๑) ก็คือรายงานที่มีรายละเอียดนั่นเอง

ข้อที่ 5 · คำว่า “คดี” ตามมาตรา ๑๓๑ มีความหมายตามคำนิยามใน มาตรา ๑ (๒) ที่ว่า “กระบวนพิจารณานับตั้งแต่เสนอคำฟ้องต่อศาลเพื่อขอให้รับรอง คุ้มครอง บังคับตามหรือเพื่อการใช้ซึ่งสิทธิหรือหน้าที่”

ข้อที่ 6 · มาตรา ๑๓๔ บัญญัติว่า ไม่ว่ากรณีใดๆ ห้ามมิให้ศาลที่รับฟ้องคดีไว้ ปฏิเสธไม่ยอมพิพากษาหรือมีคำสั่งชี้ขาดคดีโดยอ้างว่า ไม่มีบทบัญญัติแห่ง กฎหมายที่จะใช้บังคับแก่คดี หรือว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่จะใช้บังคับนั้น เคลือบคลุมหรือไม่บริบูรณ์

ข้อที่ 7 · กรณีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๔ (๒) ประกอบ มาตรา ๑๓๒ ไม่ได้บังคับเด็ดขาดว่าศาลต้องจำหน่ายคดี เป็นแต่ให้ศาลใช้ดุลพินิจ เมื่อศาลฎีกาเห็นว่าตามพฤติการณ์แห่งคดีแม้โจทก์จะทิ้งฟ้อง แต่ยังไม่สมควรจำหน่ายคดีเพื่อให้คู่ความได้ว่ากล่าวกันในเนื้อหาแห่งคดีไปเสียทีเดียว ศาลฎีกาย่อมพิพากษากลับ ให้โจทก์จัดการนำส่งหมายเรียกและสำเนา คำฟ้องให้จำเลยใหม่ภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดแล้วดำเนินการต่อไป

ข้อที่ 8 · โจทก์ไม่มาศาลในวันนัดพิจารณาตามมาตรา ๑๙๓ ทวิ มาตรานี้เป็น บทบัญญัติในคดีมโนสาเร่ ซึ่งบัญญัติว่า “เมื่อโจทก์ทราบคำสั่งให้มาศาลตามมาตรา ๑๙๓ แล้วไม่มาในวันนัดพิจารณาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้เลื่อนคดี ให้ถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความ

ข้อที่ 9 · มาตรา ๑๓๑ ให้ ศาลปฏิบัติเกี่ยวกับคดีที่ยื่นฟ้องต่อศาล โดยคดีจะเริ่มต้นตั้งแต่เสนอคำฟ้องต่อศาลไป จนกว่าคดีจะเสร็จไปจากศาล ซึ่งคู่ความจะยื่นคำขอในระหว่างการพิจารณาในเรื่องต่างๆ ศาลย่อมมีหน้าที่ต้องสั่งคำขอนั้น ส่วนในเรื่องประเด็นแห่งคดีก็มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม มาตรา ๑๓๑ (๒)

ข้อที่ 10 · การที่ศาลยกฟ้องไปในชั้นตรวจคำฟ้อง แม้ทำให้ไม่ได้ปฏิบัติตาม มาตรา ๑๔๑ ที่บัญญัติให้คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลต้องทำเป็นหนังสือ และ ต้องกล่าวหรือแสดงรายการตามที่บัญญัติไว้ในมาตราดังกล่าว เช่นชื่อคู่ความทุกฝ่าย รายการแห่งคดี เหตุผลแห่งคำวินิจฉัยทั้งปวงก็ตาม ถ้ามีเหตุที่จะยกฟ้องในชั้นตรวจ คำฟ้องได้ ก็ถือเป็นกรณีที่ศาลวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นแห่งคดีโดยทำเป็นคำพิพากษาตาม มาตรา ๑๓๑ (๒) ย่อมเป็นคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบ

ข้อที่ 11 · มาตรา ๑๓๕ บัญญัติว่า ในคดีที่เรียกร้องให้ชำระหนี้เป็นเงินหรือมีการ เรียกร้องให้ชำระหนี้เป็นเงินรวมอยู่ด้วย ไม่ว่าเวลาใดๆ ก่อนมีคำพิพากษา จำเลยจะนำเงินมาวางศาลเต็มจำนวนที่เรียกร้อง หรือแต่บางส่วน หรือตาม จำนวนเท่าที่ตนคิดว่าพอแก่จำนวนที่โจทก์มีสิทธิเรียกร้องก็ได้ ทั้งนี้ โดยยอม รับผิดหรือไม่ยอมรับผิดก็ได้

ข้อที่ 12 · กรณีโจทก์ถอนฟ้องก่อนจำเลยยื่นคำให้การ ต้องทำเป็นคำบอกกล่าวและศาลอนุญาตได้โดยไม่ต้องฟังจำเลยก่อน

ข้อที่ 13 · คำว่า “ประเด็นแห่งคดี” คือข้อที่คู่ความยกขึ้นเพื่อให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาด ประเด็นแห่งคดีในศาลชั้นต้นย่อมเกิดจากคำฟ้องคำให้การ สำหรับคดีแพ่งจำเลยอาจฟ้องแย้งและโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งเพื่อตั้งประเด็นขึ้นมาอีกก็ได้ ประเด็นแห่งคดีจึงมีผลให้แพ้ชนะคดีกัน และมีได้ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ประเด็นแห่งคดีบางข้อคู่ความอาจรับกันโดยไม่ต้องนำพยานหลักฐานมาพิสูจน์ความจริงตามข้อกล่าวอ้างประเด็นแห่งคดี แตกต่างกับ “ประเด็นข้อพิพาท” ซึ่งเป็นประเด็นแห่งคดีที่คู่ความยังโต้เถียงกัน ประเด็น ข้อพิพาทจึงเป็นส่วนหนึ่งของประเด็นแห่งคดี

ข้อที่ 14 · ศาลจะปฏิเสธไม่ยอมพิพากษาหรือมีคำสั่งชี้ขาดคดีโดยอ้างว่าไม่มี บทบัญญัติแห่งกฎหมายก็ได้

ข้อที่ 15 · ในการวินิจฉัยประเด็นแห่งคดี ศาลสามารถวินิจฉัยในชั้นตรวจคำฟ้องได้ หากศาลเห็นว่าตามคำฟ้องของโจทก์ไม่มีทางชนะคดีได้ ศาลก็สามารถพิพากษายกฟ้อง...

ข้อที่ 16 · ถ้อยคำตามมาตรา ๑๓๒ ที่ว่า “ให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความได้” ถ้อยคำนี้มิใช่บทบังคับเด็ดขาดว่า ถ้ามีเหตุตามที่มาตรา ๑๓๒ บัญญัติไว้แล้ว ศาลต้องมีคำสั่งจำหน่ายคดีเสมอไป ศาลมีอำนาจที่จะใช้ดุลพินิจไม่จำหน่ายคดีได้

ข้อที่ 17 · ตามบทบัญญัติมาตรา ๑๓๒ ตัวบทใช้คำว่า “โดยไม่ต้องมีคำวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นเรื่องนั้น” แสดงว่าการจำหน่ายคดีต้องไม่ได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นแห่งคดี หากมีการวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นแห่งคดี แม้เพียงบางประเด็นศาลก็จะใช้วิธีจำหน่ายคดีไม่ได้ แต่ต้องทำเป็นคำพิพากษาหรือคำสั่ง

ข้อที่ 18 · โจทก์ขาดนัดพิจารณา มาตรา ๒๐๒ ให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีนั้นเสียจากสารบบความ เว้นแต่ จำเลยจะได้แจ้งต่อศาลในวันสืบพยานขอให้ดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป ก็ให้ศาลพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีนั้นไปฝ่ายเดียว

ข้อที่ 19 · กรณีการถอนฟ้องหลังจากจำเลยยื่นคำให้การแล้ว ศาลจะอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องโดยไม่ฟังจำเลยก่อนไม่ได้

ข้อที่ 20 · มาตรา ๑๓๓ บัญญัติว่า เมื่อศาลมิได้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ดังที่บัญญัติไว้ในมาตราก่อน ให้ศาลชี้ขาดคดีนั้นโดยทำเป็นคำพิพากษาหรือ คำสั่งในวันที่สิ้นการพิจารณา แต่เพื่อการที่จะพิเคราะห์คดีต่อไป ศาลจะเลื่อน การพิพากษาหรือการทำคำสั่งต่อไปในวันหลังก็ได้ตามที่เห็นสมควรเพื่อประโยชน์ แห่งความยุติธรรม