ข้ามไปยังเนื้อหา
LawSiam.com · คลังข้อมูลกฎหมายไทยร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ · เข้าสู่ระบบ

กฎหมายไทยและการเตรียมสอบ

ค้นคว้า อ่านทบทวน และเข้าถึงเอกสารกฎหมายได้เป็นระบบ

แบบทดสอบกฎหมาย เตรียมสอบ เนติ ข้อ 1 วิ.แพ่ง ภาค 1- ศาลที่จะยื่นฟ้อง หรือเสนอคำฟ้อง

แบบทดสอบความรู้กฎหมายออนไลน์

กลุ่มกฏหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ภาค1

แบบทดสอบกฎหมาย เตรียมสอบ เนติ ข้อ 1 วิ.แพ่ง ภาค 1- ศาลที่จะยื่นฟ้อง หรือเสนอคำฟ้อง

แบบทดสอบความรู้

หมายเหตุ สกัดหลักจาก หนังสือรวมคำบรรยายเนติ (อ.อุดม เฟื่องฟุ้ง)

ข้อที่ 1 · มาตรา ๔ ทวิ คำฟ้องเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ หรือสิทธิหรือประโยชน์อันเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ ให้เสนอต่อศาลที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่ในเขตศาลไม่ว่าจำเลยจะมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรหรือไม่ หรือต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล

ข้อที่ 2 · ข้อใดถูก

ข้อที่ 3 · ข้อใดถูก

ข้อที่ 4 · จำเลยแจ้งย้ายออกจากบ้านเดิมที่จังหวัดบุรีรัมย์แล้วไม่แจ้งแย้งเข้าบ้านตามที่แจ้งไว้ในกรุงเทพมหานคร จึงไม่อาจทราบได้ว่าจำเลยไปอยู่ที่ใด ทั้งยังได้ความว่า จำเลยแจ้งย้ายออกเฉพาะตัวจำเลยคนเดียว มิได้แจ้งย้ายครอบครัวไปด้วย แสดงว่าไม่มีเจตนาย้ายถิ่นที่อยู่ และจงใจจะเปลี่ยนภูมิลำเนา ต้องถือว่าจำเลยมีภูมิลำเนาครั้งสุดท้ายอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดบุรีรัมย์ โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดบุรีรัมย์

ข้อที่ 5 · การฟ้องคดีเกี่ยวเนื่องกับคดีเดิม หมายความว่า ไม่ใช่เริ่มคดีใหม่ แต่เป็นการเริ่มคดีที่เกี่ยวเนื่องกับคดีเดิมซึ่งไม่ต้องไปพิจารณามาตราต่างๆ ข้างต้น แต่ต้องพิจารณา ตามมาตรา ๗ บทบัญญัติมาตรา ๔ ถึงมาตรา ๖/๑ ต้องอยู่ภายใต้บังคับบทบัญญัติ มาตรา ๗ นี้

ข้อที่ 6 · สำหรับคดีร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกนั้น ผู้ร้องอาจยื่นคำร้องขอต่อศาลหนึ่งศาลใดได้ดังนี้

ข้อที่ 7 · โจทก์บรรยายฟ้องว่าสถานที่ที่จำเลยยื่นใบสมัครหรือทำสัญญาและสถานที่รับบัตรเครดิตจากโจทก์อันเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่จำเลยจะสามารถนำบัตรเครดิตไปใช้ได้ตามสัญญานั้น กระทำที่สำนักงานใหญ่ของโจทก์ ถือได้ว่าสำนักงานใหญ่ของโจทก์เป็นสถานที่ที่มูลคดีเกิดขึ้น เมื่อสำนักงานใหญ่ของโจทก์ตั้งอยู่ในเขตอำนาจของศาลชั้นต้น โจทก์จึงชอบที่จะเสนอคำฟ้องของโจทก์ต่อศาลชั้นต้นได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๔ (๑)

ข้อที่ 8 · มาตรา ๔ เบญจ คำร้องต้องเสนอต่อศาลที่นิติบุคคลนั้นมีสำนักงานแห่งใหญ่อยู่ในเขตศาล ข้อสำคัญ คือ ต้องร้องขอต่อศาลที่มีเขตอำนาจเหนือสำนักงานแห่งใหญ่เท่านั้น แม้ว่านิติบุคคลนั้นจะมีสำนักงานสาขาหลายแห่งออกไปและแต่ละแห่งอาจถือว่าเป็นภูมิลำเนาของนิติบุคคลนั้นได้ แต่ในกรณีที่เป็นคำร้อง ๔ ประการข้างต้นแล้ว จะยื่นคำร้องขอต่อศาลที่มีเขตอำนาจเหนือสำนักงานสาขาไม่ได้

ข้อที่ 9 · มาตรา ๔ ตรี เป็นเรื่องเกี่ยวกับ คดีที่ภูมิลำเนาจำเลยและมูลคดี มิได้อยู่ในราชอาณาจักร

ข้อที่ 10 · คำร้องขอ หมายถึง กรณีที่จะต้องใช้สิทธิทางศาลตามบทบัญญัติในมาตรา ๕๕ โดยมิได้ฟ้องใครเป็นจำเลยและคำร้องขอตาม (๒) นี้ต้องมิใช่กรณีที่เป็นคำร้องขอที่มีบทบัญญัติใช้เป็นพิเศษในมาตราต่อๆ ไป ต้องยื่นคำร้องขอต่อศาลที่มูลคดีเกิดหรือศาลที่ผู้ร้องมีภูมิลำเนาโดยจะยื่นคำร้องต่อศาลใดที่อยู่ในเงื่อนไขดังกล่าวก็ได้โดยไม่ต้องยื่นคำร้องขออนุญาตก่อนและเมื่อยื่นคำร้องขอไปแล้วกรณีต่อมาจะมีผู้คัดค้านกล่าวเป็นคดีมีข้อพิพาทก็ไม่ทำให้ศาลที่ยื่นคำร้องขอนั้นไม่มีอำนาจเหนือคดีนั้นแต่ประการใดคงพิจารณาคดีต่อไปในศาลนั้นได้

ข้อที่ 11 · จำเลยที่ ๓ ได้ตกลงว่าจ้างโจทก์เป็นทนายความแก้ต่างคดีให้ที่บ้านของ ก. ที่จังหวัดเชียงใหม่ สัญญาจ้างว่าความซึ่งมีลักษณะเป็นสัญญาจ้างทำของไม่มีกฎหมายบังคับว่าต้องทำเป็นหนังสือจึงสมบูรณ์ใช้บังคับกันได้ การที่โจทก์กับจำเลยที่ ๓ มีการโทรศัพท์พูดคุยปรึกษาคดีจัดหาและส่งเอกสารเป็นเพียงขั้นตอนปฏิบัติของโจทก์ที่กระทำภายหลังจากที่สัญญาเกิดขึ้นแล้ว มูลคดีนี้จึงเกิดขึ้นในเขตอำนาจศาลจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อมูลคดีมิได้เกิดในเขตอำนาจของศาล จังหวัดนครปฐมและภูมิลำเนาของจำเลยทั้งสามล้วนอยู่นอกเขตอำนาจศาลจังหวัดนครปฐม โจทก์จะเสนอคำฟ้องต่อศาลจังหวัดนครปฐมหาได้ไม่

ข้อที่ 12 · นายดีมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดชัยนาท มีทรัพย์สินที่ดินอยู่ที่จังหวัด อุทัยธานีและนครสวรรค์ นายดีเกิดย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกา และต่อมา นายดีหายตัวไปจากภูมิลำเนาที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่รูว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร กรณีนี้ถ้ามีกรณีที่จะต้องจัดการทรัพย์สินของนายดี เช่น ทายาทของนายดีซึ่งอพยพไปอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยกัน โดยไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทยจะร้องขอให้จัดการทรัพย์สินของนายดี ก็ต้องยื่นคำร้องขอต่อศาลที่ทรัพย์สินตั้งอยู่ต่อศาลจังหวัดนครสวรรค์ หรือศาลจังหวัดอุทัยธานีศาลหนึ่งศาลใดก็ได้ซึ่งเป็นกรณีการร้องขอจัดการทรัพย์สินของผู้ไม่อยู่ ซึ่งทั้งผู้ร้องและผู้ไม่อยู่ต่างไม่มีภูมิลำเนาในราชอาณาจักร

ข้อที่ 13 · กรณีตามมาตรา ๔ นี้ ถือเป็นหลักทั่วไปในการเสนอคำฟ้องหรือคำร้องขอในกรณีที่ไม่มีบทบัญญัติในมาตราอื่นบัญญัติไว้เป็นพิเศษ

ข้อที่ 14 · ข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการบังคับคดีในคดีเดิม ต้องร้องในคดีเดิม จะฟ้องร้องเป็นคดีใหม่ก็ได้

ข้อที่ 15 · มาตรา ๗ บทบัญญัติในมาตรา ๔ มาตรา ๔ ทวิ มาตรา ๔ ตรี มาตรา ๔จัตวา มาตรา ๔ เบญจ มาตรา ๔ ฉ มาตรา ๕ มาตรา ๖ และมาตรา ๖/๑ ต้องอยู่ ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติดังต่อไปนี้

ข้อที่ 16 · คำฟ้อง หมายถึง คดีมีข้อพิพาทในชั้นที่มีการยื่นคำฟ้อง คือมีโจทก์จำเลย ต้องยื่นคำฟ้องต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนา หรือศาลที่มูลคดีเกิดขึ้น ในกรณีที่จำเลยมีภูมิลำเนาหลายแห่งจะยื่นฟ้องต่อศาลใดศาลหนึ่งที่จำเลยมีภูมิลำเนาก็ได้ หรือมูลคดีเกิดหลายสถานที่ต่างกันจะยื่นฟ้องต่อศาลใดที่สถานที่เกิดมูลคดีนั้นอยู่ในเขตศาลก็ได้

ข้อที่ 17 · กรณีที่จำเลยไม่เคยมีภูมิลำเนาในราชอาณาจักร แต่เข้ามาประกอบ กิจการหรือเคยประกอบกิจการในราชอาณาจักร ไม่ว่าโดยตัวเองหรือตัวแทนหรือมีบุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นผู้ติดต่อ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นถึงตัวแทน สถานที่อันเป็นหรือเคยเป็นที่ประกอบกิจการ หรือถิ่นที่อยู่ของตัวแทน หรือของผู้ติดต่อในวันที่มีการเสนอคำฟ้องหรือ ภายในกำหนด ๒ ปี ก่อนหน้านั้น ให้ถือเอาสถานที่นั้นเป็นภูมิลำเนาของจำเลยเพื่อ ประโยชน์ในการเสนอคำฟ้อง

ข้อที่ 18 · คำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดก ให้เสนอต่อศาลที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลในขณะถึงแก่ความตาย และเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๔๒ (๕)

ข้อที่ 19 · เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วถึงแก่ความตายมีที่ดินอยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี นครปฐม และอ่างทอง หากทายาทจะขอจัดการ มรดกที่ดินทั้งหมดจะยื่นคำร้องขอต่อศาลจังหวัดอ่างทอง สุพรรณบุรี หรือนครปฐม ศาลใดศาลหนึ่งก็ได้ แต่หากจะขอจัดการมรดกเฉพาะที่ดินที่จังหวัดสุพรรณบุรีแล้วจะไปยื่นต่อศาลจังหวัดอ่างทอง หรือนครปฐมไม่ได้ ต้องยื่นเฉพาะต่อศาลที่ทรัพย์มรดกที่จะต้องจัดการตั้งอยู่ คือ ต่อศาลจังหวัดสุพรรณบุรีเท่านั้น

ข้อที่ 20 · นาย ก. เป็นผู้กู้มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดสมุทรปราการ นาย ข. เป็น ผู้ค้ำประกันมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดนครปฐม จะฟ้องนาย ก. และนาย ข. ได้รับผิดร่วมกัน ที่ศาลจังหวัดสมุทรสาครหรือศาลจังหวัดนครปฐมก็ได้ แต่ถ้าจะฟ้องนาย ก. คนเดียวจะฟ้องที่ศาลจังหวัดนครปฐมได้