← กลับหน้าหลักรวมคำพิพากษาฎีกา หมวดปี พ.ศ. 2556
LAW SIAM · DEKA DETAIL
คำพิพากษาฎีกาที่ 14923/2556
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271
รายละเอียดพื้นฐานเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติมและไฟล์แนบตรวจสอบสิทธิ์สมาชิกตามเงื่อนไขเดิม
รายละเอียด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14923/2556
ผู้พิพากษา : วิรุฬห์ แสงเทียน ฉัตรไชย จันทร์พลายศรี วรงค์พร จิระภาค
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากาาตามสัญญาประนีประนอม ยอมความให้จำเลยชำระเงิน 468,365.23 บาท พร้อมดอกเบี้ย อัตราร้อยละ 19 ต่อปี ของเงินต้น 397,075.31 บาท นับถัดจากวัน ฟ้องจนกว่าจะชำรเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดห้องชุดเลขที่ 20/ 430 อาคารชุดป๊อปปูล่าคอนโดมิเนียม ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 61203 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ หากได้เงินไม่พอชำระ หนี้ให้โจทก์บังคับคดียึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดนำ เงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตาม โจทก์นำเจ้า พนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดชำระหนี้ หลังจากนั้นวันที่ 16 กรกฎาคม 2550 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ บริษัทบริหารสินทรัพยืกรุงเทพพาณิชย์ จำกัด เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความ แทนโจทก์
โจทืยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2552 โจทก์ขอให้เจ้า พนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 98573 พร้อมสิ่งปลูกสร้างเพื่อ นำออกขายทอดตลาดบังคับชำระหนี้แต่เจ้าพนักงานบังคับคดียกคำร้อง ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ไม่ย่อมไป ยึดทรัพย์อื่นของจำเลย
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญาหต้องวินิจฉัยว่าต้องวินิจฉัยว่า มีเหตุให้เพิกถอน คำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า การทำสัญญา ประนีประนอมยอมความเป็นการแปลงหนี้ใหม่ เมื่อโจทก์และจำเลย ตกลงกันเพื่อให้มีการชำระหนี้ให้ครบถ้วน โจทก์จึงมีสิทธิยึดทรัพย์สิน ขอจำเลยได้ ทั้งทรัพย์จำนองโดยสภาพแล้วมีราคาประเมินไม่เพียงพอ ชำระหนี้ หากต้องรอขายทรัพย์จำนองก่อนจึงจะยึดทรัพย์อื่นได้ก็ไม่ ต้องด้วยเจตนาของโจทก์จะจำเลย นอกจากนั้นหากพ้นระยะเวลาการ บังคับคดีจะทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์นั้น เห็นว่า โจทก์และ จำเลยตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความโดยตกลงกันว่าหาก จำเลยผิดนัดชำระหนี้ให้โจทก์บังคับคดีโดยยึดทรัพย์จำนองออกขาย ทอดตลาดก่อน หากไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยชำระ หนี้จนครบโดยไม่มีข้อตกลงชัดแจ้งให้โจทก์มีสิทธิที่จะเลือกยึดทรัพย์ จำนองหรือทรัพย์สินอื่นของจำเลย จึงแสดงให้เห็นถึงเจตนาของโจทก์ และจำเลยว่าประสงคืให้โจทก์บังคับคดีตามลำดับของคำพิพากษาตาม ยอม เมื่อทรัพย์สินซึ่งจำนองยังไม่สามารถขายทอดตลาดได้ การที่โจทก์ ขอบังคับคดีแก่ทรัพย์อื่นของจำเลยจึงเป็นการบังคับคดีผิดไปจาก ลำดับการชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามยอม แม้ราคาของทรัพย์จำนอง ที่เจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินไว้จะต่ำกว่ายอดหนี้ตามคำพิพากษา ตามยอมดังที่โจทก์อ้าง แต่ก็เป็นการไม่แน่นอนว่าราคาที่อาจขาย ทอดตลาดได้จะไม่เพียงพอแก่การชำระหนี้ตามพิพากษาตามยอม หรือไม่ ทั้งหากข้อเท็จจริงปรากฎภายหลังว่าทรัพย์จำนองมีราคาไม่พอ ชำระหนี้หรือำหนดระยะเวลาเวลาบังคับคดีใกล้ครบกำหนดสิบปีนับแต่วัน มีคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 แล้ว การบังคับคดีของโจทก์ก็ไม่เสียไปเพราะโจทก์ได้ยื่นคำร้องต่อเจ้า พนักงานบังคับคดีเมื่อวันที 23 ธันวาคม 2552 เพื่อขอให้ยึด ทรัพย์อื่นของจำเลยเพิ่มเติมไว้แล้ว อันเป็นการร้องขอให้เจ้า พนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีแก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 98573 ของจำเลยภายในสิบปีนับแต่วันมีคำพิพากษาโดยอาศัยคำบังคับที่ออก ตามคำพิพากษาและตามหมายบังคับคดี ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามชั้นตอน ครบถ้วนภายในเวลาการบังคับคดีแล้ว สิทธิการบังคับคดีเพิ่มเติมของ โจทกืในกรณีที่การขายทอดตลาดทรัพย์จำนองได้เงินไม่พอชำระหนี้จึง ไม่เสียไป ส่วนการจะยึดทรัพย์ดังกล่าวหรือไม่ เมื่อใด เป็นหน้าที่ของ เจ้าพนักงานบังคับคดีที่จะดำเนินการต่อเมื่อขายทอดตลาดทรัพย์ จำนองเสร็จสิ้นและได้เงินไม่พอชำระหนี้ตามหมายบังคับคดี กรณีจึง ไม่ใช่เหตุที่โจทก์จะขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินดังกล่าวของ จำเลยก่อนที่จะขายทอดตลาดทรัพย์จำนองเสร็จสิ้นหรือขอขยายระยะ เวลาการบังคับคดีออกไปได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่ง ศาลชั้นต้นมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบและตรวจสอบสถานะสมาชิกก่อนใช้งานข้อมูลเพิ่มเติม
ไฟล์แนบ
ข้อมูลเอกสารยังอ่านได้จากส่วนรายละเอียดด้านบน