ข้ามไปยังเนื้อหา
LawSiam.com · คลังข้อมูลกฎหมายไทยร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ · เข้าสู่ระบบ

กฎหมายไทยและการเตรียมสอบ

ค้นคว้า อ่านทบทวน และเข้าถึงเอกสารกฎหมายได้เป็นระบบ

← กลับหน้าหลักรวมคำพิพากษาฎีกา หมวดปี พ.ศ. 2557

LAW SIAM · DEKA DETAIL

คำพิพากษาฎีกาที่ 6276/2557

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่ง มาตรา 148 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลาย และวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 14

ข้อมูลพื้นฐานเพื่อการศึกษา

รายละเอียดพื้นฐานเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติมและไฟล์แนบตรวจสอบสิทธิ์สมาชิกตามเงื่อนไขเดิม

ฎีกา
2,013ครั้งเข้าชม

รายละเอียด

 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6276/2557


         โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2552 ศาลจังหวัด สมุทรปราการมีคำพิพากษาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 4261/2542 ให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้แก่โจทก์ตามมูลหนี้ตัวเงินจำนวน  1,210,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2540 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ภายหลังมีคำพิพากษาจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 และที่ 3ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างดังกล่าวไม่ชำระ หนี้ เมื่อคำนวณยอดหนี้ถึงวันที่ 6 สิงหาคม 2551 จำเลยทั้งสามยัง เป็นหนี้โจทก์จำนวนรวม 2,183,946 บาท ทั้งพฤติการณ์ของจำเลย ทั้งสามต้องด้วยข้อสันนิษฐานตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 8 ผ5) และ (9) ว่าเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้มี คำพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสามเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคล ล้มละลาย
         จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การว่า ก่อนยื่นฟ้องคดีนี้โจทก์เคยยื่น คำฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 ล้มละลายแล้วในคดีล้มละลายหมายเลขแดง ที่ 90/2550 ของศาลล้มละลายกลาง และศาลล้มละลายกลางมีคำสั่ง พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เด็ดขาดโดยโจทก์มิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ เดียวกันมาฟ้องจำเลยทั้งสามเป็นคดีนี้อีกจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอ ให้ยกฟ้อง
         จำเลยที่ 3 ไม่ยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา
         ศาลล้มละลายกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ
         โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
         ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า “ข้อเท็จจริงที่คู่ความ ไม่อุทธรณ์โต้แย้งฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2542 ศาลจังหวัด สมุทรปราการมีคำพิพากษาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 4261/2542 ระหว่าง นายสิทธิชัย ตั้งวงศ์สถิตโชค โจทก์ กับห้างหุ้นส่วนจำกัด สิงห์ครุวิศวกรรม จำเลยที่ 1 พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้แก่โจทก์ ตามมูลหนี้ตั๋วเงินจำนวน 1,210,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อย ละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2540 เป็นต้นไปจนกว่าจะ ชำระเสร็จ ภายหลังมีคำพิพากษาจำเลยที่ 1 ไม่ชำระหนี้ โจทก์จึงนำ มูลหนี้ดังกล่าวมาฟ้องจำเลยที่ 1 ให้ล้มละลายเป็นคดีหมายเลขแดงที่ 90/2550 ของศาลล้มละลายกลาง ซึ่งศาลล้มละลายกลางมีคำสั่ง พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เด็ดขาดเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2550 ต่อ มาเมื่อครบกำหนดยื่นคำขอรับชำระหนี้แล้วไม่มีเจ้าหนี้รายใดยื่นคำขอ รับชำระหนี้ ศาลจึงมีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2550 และต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องในคดีดังกล่าวขอ ให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดของ จำเลยที่ 1 ล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 89 ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งยกคำร้องเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2551 ต่อมาวันที่ 4 มีนาคม 2552 โจทก์จึงนำมูลหนี้ ตามคำพิพากษาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 4261/2542 มาฟ้อง เป็นคดีนี้ขอให้จำเลยทั้งสามล้มละลาย คำนวณยอดหนี้ถึงวันที่ 6 สิงหาคม 2551  จำเลยทั้งสามยังคงเป็นหนี้โจทก์จำนวนรวม 2,183,946 บาท คำพิพากษาของศาลล้มละลายกลางที่ให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 1 เป็นที่สุดเนื่องจากไม่มีคู่ความอุทธรณ์โต้แย้ง
         มีปัญหาต้องวินิจฉัยประการแรกตามคำแก้อุทธรณ์ของ จำเลยที่ 2 ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 หรือไม่ เห็นว่า แม้มูลหนี้ที่โจทก์นำมาฟ้องจำเลยทั้งสามให้ล้มละลายในคดีนี้จะเป็น หนี้ตามคำพิพากษาของศาลจังหวัดสมุทรปราการในคดีแพ่งหมายเลข แดงที่ 4261/2542 ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นมูลหนี้เดียว กับที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ล้มละลายหมายเลขแดงที่ 90/2550 แต่โจทก์มิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ใน คดีดังกล่าว ต่อมาศาลมีคำสั่งยกเลิกการล้มละลายจำเลยที่ 1 ตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 135 (2) เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2550 แล้วก็ตาม แต่ผลของคำสั่งดังกล่าวไม่ทำให้ จำเลยที่ 1 หลุดพ้นหนี้สินตามมาตรา 136 จำเลยที่ 3 และที่ 3 ใน ฐานะหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิดของจำเลยที่ 1 จึงยังต้องรับผิด ในหนี้ของหุ้นประเภทไม่จำกัดโดยไม่จำกัดจำนวนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1077 (2) ส่วนที่โจทก์เคยยื่นคำร้องขอให้ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ล้มละลายตามห้างจำเลยที่ 1 ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 98 และต่อมาศาลล้มละลาย กลางมีคำสั่งยกคำร้องนั้น ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยตามคำร้องดังกล่าว อาศัยเหตุต่างกับคดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของ จำเลยที่ 2 และที่ 3 เด็ดขาด โดยอ้างว่ามีหนี้สินพ้นตัวตามพระราช บัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 9 การที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในคดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่ง มาตรา 148 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลาย และวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 14 โจทก์จึงมี อำนาจฟ้อง คำแก้อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น
         ปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปมีว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีหนี้สิน ล้นพ้นตัวหรือ ที่โจทก์ฟ้องกล่าวอ้างว่า เมื่อคำนวณยอดหนี้ถึงวันที่ 6 สิงหาคม 2551 ตามคำพิพากษาศาลจังหวัดสมุทรปราการในคดี แพ่งหมายเลขแดงที่ 4261/2542 จำเลยทั้งสามยังคงเป็นหนี้โจทก์ จำนวนรวม 2,183,946 บาท และมีพฤติการณ์ต้องด้วยข้อ สันนิษฐานตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 8 (5) และ (9) ว่ามีหนี้สินล้นพ้นตัว ในชั้นพิจารณาโจทก์อ้างตนเองเข้าเบิก ความเป็นพยานว่า โจทก์สืบหาทรัพย์ของจำเลยที่ 2 และที่ 3 และ ทวงถามให้จำเลยทั้งสามชำระหนี้แล้วหลายครั้ง จำเลยทั้งสามไม่ชำระหนี้ บางครั้งมีการปิดสถานประกอบธุรกิจนั้น เห็นว่า คำเบิกความของโจทก์ ดังกล่าวเป็นเพียงการกล่าวอ้างลอย ๆ ไม่มีหลักฐานผลการตรวจสอบ ทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 และที่ 3 หลักฐานการทวงถามเป็นหนังสือ ให้ชำระหนี้หรือหลักฐานการปิดสถานประกอบธุรกิจตามที่กล่าวอ้าง กรณีจึงไม่อาจรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ต้องด้วยข้อสันนิษฐาน ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 8 (5) และ (9) ว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ทั้งโจทก์มิได้นำสืบว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีทรัพย์สินเพียงใด  สามารถนำมาชำระหนี้โจทก์ ตามฟ้องได้หรือไม่ พยานหลักฐานของโจทก์จึงไม่มีน้ำหนักรับฟังว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีหนี้สินล้นพ้นตัวตามฟ้อง ที่ศาลล้มละลายกลาง พิพากษายกฟ้อง จำเลยที่ 2 และที่ 3 มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น”
         พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ

ผู้พิพากษา : อธิคม อินทุภมิ* ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์ สุพจน์ กิตติรักษานนท์

 

 

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสมาชิก

ส่วนนี้จำกัดสิทธิ์สมาชิก

กรุณาเข้าสู่ระบบและตรวจสอบสถานะสมาชิกก่อนใช้งานข้อมูลเพิ่มเติม

เข้าสู่ระบบ →

ไฟล์แนบ

ไม่พบไฟล์แนบที่พร้อมใช้งาน

ข้อมูลเอกสารยังอ่านได้จากส่วนรายละเอียดด้านบน