← กลับหน้าหลักรวมคำพิพากษาฎีกา หมวดปี พ.ศ. 2557
LAW SIAM · DEKA DETAIL
คำพิพากษาฎีกาที่ 8057/2557
ภาระจำยอมสำหรับที่ดินสามยทรัพย์ทั้งสี่แปลงของโจทก์สิ้นไปเพราะมิได้ใช้สิบปีหรือไม่
รายละเอียดพื้นฐานเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติมและไฟล์แนบตรวจสอบสิทธิ์สมาชิกตามเงื่อนไขเดิม
รายละเอียด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8057/2557
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 134105,152578,152480 เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2537 โจทก์ได้จดทะเบียนที่ดินดังกล่าวให้ตกเป็นภาระจำยอมในเรื่องทางเดินแก่ที่ดินโฉนด 130431,134103,152477,152479 นับตั้งแต่จดทะเบียนภาระจำยอมเป็นต้นมาไม่มีผู้ใดใช้ทางภาระจำยอมเป็นเวลากว่า 10 ปี ทำให้ภาระจำยอมสิ้นไป จำเลยซื้อที่ดินสามยทรัพย์เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2551 โจทก์มอบหมายให้ทนายความนัดจำเลยไปจดทะเบียนยกเลิกเพิกถอนภาระจำยอม ณ สำนักงานที่ดิน จังหวัดนนทบุรี สาขาปากเกร็ด จำเลยทราบนัดแล้วแต่ไม่ได้ไปตามนัดทำโจทก์ไม่สามารถจดทะเบียนยกเลิกเพิกถอนภาระจำยอมได้ขอให้บังคบจำเลยไปจะทะเบียนยกเลิกเพิกถอนภาระจำยอมที่ดินโฉนดเลขที่ 130431,152478,152480 ของโจทก์ ออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 130431,134103,152477,152479 ของจำเลยหากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย
จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า สิทธิภาระจำยอมบนที่ดินของโจทก์ทั้ง 3 แปลง ยังมีผลบังคับได้ตามกฎหมาย หลังจากมีการจดทะเบียนภาระจำยอมแล้ว เข้าของสามยทรัพย์ได้ใช้สอยถนนทางภาระจำยอมแล้ว เจ้าของสามยทรัพย์ได้ใช้สอยถนนทางภาระจำยอมเข้าสู่ที่ดินสามยทรัพย์ทั้ง 4 แปลงมาโดยตลอด เมื่อที่ดินตกมาเป็นของจำเลยก็มีการใช้สอยเข้าออกที่ดินภาระจำยอมเรื่อยมา เมื่อต้นปี 2552 โจทก์นำแผงเหล็กมากั้นปิดช่องทางเชื่อมระหว่างที่ดินของจำเลยกับทางภาระจำยอมและนำถังขยะมาวางขัดขวางไม่ให้จำเลยใช้สอยภาระจำยอมตามปกติซึ่งโจทก์ไม่มีอำนาจกระทำได้ที่ดินทั้ง 4 แปลงของจำเลยไม่มีทางออกสู้ทางสาธารณะโดยออกได้ทางเดียวผ่านทางภาระจำยอมเท่านั้น จำเลยจึงไม่ต้องไปจดทะเบียนยกเลิกเพิกถอนภาระจำยอม โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง และ บังคับโจทก์รื้อถอนแผงเหล็กหรือสิ่งกีดขวางหรือขัดขวางอื่นใดได้ โดยให้โจทก์เป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย
โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า นับแต่วันที่ 4 มีนาคม 2537 เป็นต้นมา ที่ดินสามยทรัพย์ถูกปล่อยให้รกร้าง ไม่มีผู้ใดทำให้เป็นประโยชน์ในที่ดินหรือใช้ทางภาระจำยอมเป็นเวลาเกินกว่า 20 ปี ทำให้ภาระจำยอมดังกล่าวสิ้นไป หลังจากที่จำเลยซื้อที่ดินสามยทรัพย์มาแล้วจำเลยตัวแทนหรือบริวารไม่เคยใช้สอยทำประโยชน์ที่ดินที่ซื้อมาและไม่ได้ใช้ทางภาระจำยอมจากที่ดินสามยทรัพย์ผ่านที่ดินภารยทรัพย์ของโจทก์แต่อย่างใด ภาระจำยอมสิ้นไปแล้วก่อนที่จำเลยจะรับโอนที่ดังกล่าวมา ที่ดินทั้ง 3 แปลงของโจทก์เป็นทางเข้าออกโครงการหมู่บ้านบุญโตแจ้งวัฒนะ 55 ตกเป็นภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ผู้จัดสรรที่ดินเป็นหน้าที่ผู้จัดสรรและโจทก์ที่จะต้องบำรุงรักษาที่ดินดังกล่าว การที่จำเลยซึ่งไม่ได้สิทธิในทางภาระจำยอมในที่ดินของโจทก์และขอให้เปิดทางบนที่ดินของโจทก์ออกสู่ถนนแจ้งวัฒนะ 55 ทำให้ประโยชน์ในการใช้ทางดังกล่าวของที่ดินจัดสรรลดหรือเสื่อมความสะดวกไป ขัดต่อพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน ที่ดินของจำเลยสามารถออกสู่คลองสาธารณะได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่านที่ดินของโจทก์ โจทก์หรือบริวารมิได้นำแผงเหล็กหรือถังขยะมาวางปิดกั้นขัดขวางการใช้ทางของจำเลย แต่โจทก์และผู้อาศัยในหมูบ้านบุญโตแจ้ง วัฒนะ 55 นำถึงขยะมาวางตั้งไว้ริมถนนทางเข้าหมูบ้านเพื่อความสะดวกในการเก็บขยะของเจ้าหน้าที่เทศบาลนครปากเกร็ด และเพื่อเป็นการปกปิดมิให้เห็นถังขยะเด่นชัด จึงได้นำแผงเหล็กมาวางล้อมรอบถังขยะไว้ มิใช่วางเพราะประสงค์จะปิดกั้นทางออกของจำเลยแต่อย่างใด ขอให้ยกฟ้องแย้ง
ศาลขั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนยกเลิกเพิกถอนสิทธิภาระการจำยอมที่ดินภารทรัพย์โฉนดเลขที่ 134105,152478,152480 ตำบลปากเกร็ด (สีกัน) อำเภอปากเกร็ด (ตลาดขวัญ) จังหวัดนนทบุรี ของโจทก์ ออกจากที่ดินสามยทรัพย์โฉนดเลขที่ 130431, 134103, 152477, 152479 ตำบลปากเกร็ด (สีกัน) อำเภอปากเกร็ด (ตลาดขวัญ) จังหวัดนนทบุรี ของจำเลย กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 8,000 บาท ฟ้องแย้งของจำเลยให้ยกเสีย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนฟ้องแย้งทั้งสองศาลให้เป็นพับ กับให้จำเลยใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์ 5,000 บาทแทนโจทก์
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงคู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินจัดสรรหมู่บ้านบุญโต ตามรายระเอียดโครงการจัดสรรที่ดินเอกสารหมาย จ. 14 และใบอนุญาตให้จำทำการจัดสรรที่ดินเอกสารหมาย จ.15 และเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 134105, 152478, 152480 ตำบลปากเกร็ด (สีกัน) อำเภอปากเกร็ด (ตลาดขวัญ) จังหวัดนนทบุรี หมู่บ้านบุญโต จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลใช้ชื่อว่า นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร บ้านบุญโต แจ้งวัฒนะ 55 ตามข้อบังคับเอกสารหมาย จ. 18 โจทก์ยังมิได้จดทะเบียนโอนที่ดินทั้งสามแปลงของโจทก์ดังกล่าวให้แก่ทางหมู่บ้านบุญโต แต่มอบหมายให้กรรมการหมู่บ้านเป็นผู้ดูแลรักษา จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 130431, 134103, 152477 และ 152479 ตำบลปากเกร็ด (สีกัน) อำเภอปากเกร็ด (ตลาดขวัญ) จังหวัดนนทบุรี โดยจำเลยซื้อที่ดิน 9 แปลง รวมทั้งที่ดินทั่งสี่แหลง ดังกล่าวมาจากบริษัทเงินทุนธนชาติ จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2551 ซึ่งบริษัทดังกล่าวซื้อที่ดินทั้งสี่แปลงมาจากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2548 ตามเอกสารหมาย ล. 19 และ ล. 22 ที่ดินทั้งสามแปลงของโจทก์กับที่ดินทั้งสี่แปลงของจำเลยเคยเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน คือ ที่ดินโฉนด เลขที่ 11335 ตำบลสองห้อง (สีกัน) อำเภอปากเกร็ด (ตลาดขวัญ) จังหวัดนนทบุรี ตามโฉนดที่ดินเอกสารหมาย ล. 20 ต่อมามีการแบ่งแยก รวมแล้วแบ่งแยกที่ดินต่อไปอีกจนเป็นที่ดินโจทก์จำเลยพิพาทกันในปัจจุบัน เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2537 โจทก์จดทะเบียนให้ที่ดินทั้งสามแปลงของโจทก์ตกอยู่ในบังคับภาระจำยอม เรื่องทางเดิน ทางรถ ทั้งแปลงแก่ที่ดินทั้งสี่แปลงของจำเลยตามสำเนาโฉนดที่ดินเอกสารหมาย จ. 16 และ จ. 17 ที่ดินภารทรัพย์จองโจทก์เป็นถนนเข้าออกหมู่บ้านบุญโตไปสู่ถนนสาธารณะเลียบคลองประปาโดนมีแนวเขตติดกับที่ดินสามยทรัพย์ของจำเลยตามแผนผังเอกสารหมาย จ. 4 และแผนที่สังเขปเอกสารหมาย ล. 1 และ ล. 8 และภาพถ่านหมาย จ. 5 ภาพที่ 1 และที่ 3 กับ จ. 6 ภาพที่ 2 และมีการเว้นช่องไว้สองช่องทางเป็นทางเข้าออกระหว่างที่ดินภารทรัพย์ชองโจทก์กับที่ดินดินสามยทรัพย์ชองจำเลย โดยช่องทางแรกอยู่ด้านหน้าซุ้มประตูทางเข้าหมู่บ้าน ช่องที่สองอยู่หลังซุ้มประตูทางเข้าหมู่บ้านตามภาพถ่ายหมาย ล.6 และแผนที่สังเขปเอกสารหมาย ล.8 ระหว่างก่อสร้างหมู่บ้านบุญโต ประมาณปี 2537 ถึงปี 2540 มีการปลูกสร้างเพิงให้คนงานก่อสร้างพักอาศัยและวัสดุก่อสร้างบนที่ดินสามยทรัพย์ของจำเลยบางส่วน ต่อมามีการสร้างเพิงเป็นที่นักพักพนักงานรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านและได้รื้อถอนออกไปเมื่อประมาณปี 2551 ตามภาพถ่ายหมาย ล. 10 โจทก์ปลูกต้นไม้ ทำสวนย่อมริมทางภาระจำยอมบนที่ดินสามยทรัพย์ของจำเลยโฉนดเลขที่ 130431, 152477 และ 152479 มาตั้งแต่เริ่มก่อสร้างหมู่บ้านบุญโตจนถึงปัจจุบันตามภาพถ่ายหมาย จ. 5 ภาพที่ 1 และ จ. 7 ภาพที่ 4 และที่ 5 ประมาณปี 2445 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตเข้าไปเปลี่ยนเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงจากเดิมที่เป็นเสาเดี่ยวให้เป็นเสาคู่ 2 ต้น และมีแนวสายส่งไฟฟ้าพาดผ่านตั้งอยู่บนที่ดินสามยทรัพย์ของจำเลย เมื่อต้นปี 2552 หมู่บ้านบุญโตนำถังขยะ กระถางต้นไม้และแผงเหล็กมาปิดกั้นช่องทางเข้าออกระหว่างที่ดินภารยทรัพย์ของโจทก์กับที่ดินสามยทรัพย์ของจำเลยตามภาพถ่านหมาย จ. 7 ภาพที่ 9 ถึง 11 และ ล. 9
ที่จำเลยฎีกาว่า การที่ภาระจำยอมสิ้นไปเนื่องจากไม่ได้ใช้สิบปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1399 เป็นการระงับแห่งทรัพย์สิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่นนอกจากนิติกรรม จำเลยเป็นบุคคลภายนอกซื้อที่ดินสามยทรัพย์ทั้งสี่แปลงมาโดยเสียค่าตอบแทนโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตเมื่อโจทก์ยังมิได้จดทะเบียนยกเลิกภาระจำยอม โจทก์จึงมิอาจยกเอาการะระงับแห่งทรัพย์สิทธิเป็นข้อต่อสู้จำเลยได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรค2 ประกอบมาตรา 1301 นั้น เห็นว่า จำเลยให้การเพียงว่าจำเลยจดทะเบียนซื้อขายรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินสามยทรัพย์ทั้งสี่แปลงจากบริษัทเงินทุนธนชาติจำกัด (มหาชน) หลังจากมีการจดทะเบียนภาระจำยอม เจ้าของสามยทรัพย์ได้ใช้ทางภาระจำยอมเข้าสู่ที่ดินสามยทรัพย์ทั้งสี่แปลงมาโดยตลอกมิได้ขาด ภาระจำยอมจึงยังไม่ระงับสิ้นไป มิได้ให้การโดยขัดแจ้งว่าจำเลยเป็นบุคคลภายนอกซึ่งได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคสอง แต่อย่างใดจึงไม่มีประเด็นที่จะหยิบยกขึ้นวินิจฉัย ทั้งมิใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 รับวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวมาเป็นการมิชอบ ฎีกาข้อนนี้ของจำเลยจึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบโดยศาลขั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 เป็น ฎีกาที่ไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรค 1 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ภาระจำยอมสำหรับที่ดินสามยทรัพย์ทั้งสี่แปลงของโจทก์สิ้นไปเพราะมิได้ใช้สิบปีหรือไม่ เห็นว่า เมื่อพิจารณาความเป็นมาของที่ดินภารทรัพย์ทั้งสามแปลงของโจทก์และที่ดินสามยทรัพย์ทั้งสี่แปลงของจำเลยซึ่งเคยเป็นที่ดินแปลงเดียวกันมาก่อนโดยโจทก์ซื้อที่ดินภารยทรัพย์ทั้งสามแปลงมาจากเจ้าของที่ดินเดิมเพื่อใช้เป็นทางเข้าออกหมู่บ้านที่โจทก์เป็นผู้จัดสรรไปสู่ถนนสาธารณะ และโจทก์จดทะเบียนให้ที่ดินภารทรัพย์ทั้งสามแปลงของโจทก์ตกอยู่ในบังคับภาระจำยอม เรื่อง ทางเดิน ทางรถ ทั้งฝ่ายโจทก์กับที่ดินสามยทรัพย์ทั้งสี่แปลงของจำเลยไว้เพื่อความสะดวกแก่การที่เจ้าของสามยทรัพย์เดิมจะใช้เป็นทางเข้าออกผ่านทางภาระจำยอมเพื่อเข้าไปใช้ประโยชน์หรือจัดทำสาธารณูปโภคในที่ดินสามยทรัพย์ทั้งสี่แปลงตามวัตถุประสงค์ที่โจทก์จดทะเบียนภาระจำยอมให้ โดยโจทก์ไม่เคยปิดกั้นช่องทางดังกล่าวกระทั้ง เมื่อต้นปี 2552 หมู่บ้านบุญโตจึงได้นำถังขยะ กระถางต้นไม้และแผงเหล็กมาปิดกั้นอันแสดงให้เห็นถึงเจตนาในการจดทะเบียนภาระจำยอมให้แก่ที่ดินสามยทรัพย์ทั้งสี่แปลงของจำเลยมาตั้งแต่แรกว่าเป็นการเอื้อเฟื้อหรือมีลักษณะต่างตอบแทนกันระหว่างโจทก์กับเจ้าชองที่ดินสามยทรัพย์เดิมเพื่อจะให้ที่ดินสามยทรัพย์ทั้งสี่แปลงสามารถใช้ทางภาระจำยอมได้เช่นเดียวกับที่ดินจัดสรรของโจทก์ อีกทั้งระหว่างการก่อสร้างหมู่บ้านบุญโต ฝ่ายโจทก์ยังใช้ที่ดินสามยทรัพย์ของจำเลยบางส่วนในการปลูกเพิงพักคนงานและวัสดุก่อสร้างทั้งยังปลูกต้นไม้ ทำสวนหย่อมหลังจากนั้นก่อสร้างเพิงเป็นที่พักพนักงานรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน และเพิ่งมีการรื้อถอนออกไปเมื่อประมาณปี 2551 โจทก์มิได้นำตัวโจทก์มาเบิกความให้เห็นว่า โจทก์อาศัยสิทธิใดในการเข้าไปดำเนินการบนที่ดินสามยทรัพย์ของจำเลยดังกล่าวตามรูปการนำเชื่อฝ่ายโจทก์ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสามยทรัพย์เดิมให้เข้าไปใช้ที่ดินเพื่อเป็นการตอบแทนในการที่โจทก์จดทะเบียนภาระจำยอมให้แก่ที่ดินสามยทรัพย์ทั้งสี่แปลงนั้นเอง ดังนั้น การที่โจทก์ใช้ทางภาระจำยอมเข้าไปก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างปลูกต้นไม่และทำสวนหย่อมบนที่ดินสามยทรัพย์ จึงเป็นการใช้ทางภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินสามยทรัพย์ทั้งสี่แปลงของจำเลย นอกจากนี้ การที่หนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตเข้าไปในที่ดินสามยทรัพย์ที่ตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงเพื่อตรวจสอบบำรุงรักษาสายส่งไฟฟ้าประจำปี โดนต้องเข้าออกผ่านทางภาระจำยอม ซึ่งแม้เสาส่งไฟฟ้าแรงสูงจะ เป็นของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แต่การสร้างเสาส่งไฟฟ้าดังกล่าวเพื่อประโยชน์แก่การส่งไฟฟ้าให้แก่ที่ดินทุกแปลง การที่พนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตใช้ทางภาระจำยอมเข้าไปในที่ดินสามยทรัพย์ที่ตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงย่อมพอถือได้ว่าเป็นการใช้ภาระทางภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่สามยทรัพย์ของจำเลยทั้งหมดแล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า นับแต่โจทก์จดทะเบียนให้ที่ดินภารยทรัพย์ทั้งสมแปลงของโจทก์ตกอยู่ในบังคับภาระจำยอมแก่ที่ดินสามยทรัพย์ทั้งสี่แปลงของจำเลย มีการใช้ภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินสามยทรัพย์ทั้งสี่แปลงของจำเลยมาโดยตลอด มิใช่มิได้ใช้เกิน 10 ปี ดังที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัย ภาระจำยอมจึงมิได้สินไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1399 แต่อย่างใด โจทก์ไม่มีสิทธิขำให้จำเลยไปจดทะเบียนยกเลิกเพิกถอนภาระจำยอมตามฟ้อง และโจทก์หรือหมู่บ้านบุญโตไม่มีสิทธินำขยะกระถางต้นไม้หรือแผงเหล็กมาปิดกั้นกีดขวางทางเข้าออกระหว่างที่ดินภารทรัพย์ทั้งสามแปลงของโจทก์กับที่ดินสามยทรัพย์ทั้งสี่แปลงของจำเลย ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังขึ้น โจทก์ต้องรื้อถอนแผงเหล็กหรือสิ่งกีดขวางทางภาระจำยอมออกไป หากไม่รื้อถอนจำเลยร้องขอให้บังคับคดีทางเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ไม่จำต้องพิพากษาว่าหากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาและให้จำเลยรื้อถอนโดนให้โจทก์ออกค่าใช้จ่ายตามคำขอท้ายฟ้องแย้งเพราะมิใช่คำพิพากษาให้แสดงเจตนาทำนิติกรรม"
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ห้ามิให้โจทก์และบริวารปิดกั้นทางภาระจำยอม และให้โจทก์รื้อถอนแผงเหล็กหรือสิ่งกีดขวางระหว่าที่ดินภารยทรัพย์ โฉนด 134105, 152478 , 152480 ตำบลปากเกร็ด (สีกัน) อำเภอปากเกร็ด (ตลาดขวัญ) จังหวัดนนทบุรี ของจำเลย คำขออื่นท้ายฟ้องแย้งนอกจากนี้ให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลในส่วนฟ้องเดิมและฟ้องแย้งชั้นฎีกาให้เป็นพับ
ผู้พิพากษา : ประทีป ดุลพินิจธรรมา - อิสสระ นิ่มละมัย - ทรงศิลป์ ธรรมรัตน์
ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบและตรวจสอบสถานะสมาชิกก่อนใช้งานข้อมูลเพิ่มเติม
ไฟล์แนบ
ข้อมูลเอกสารยังอ่านได้จากส่วนรายละเอียดด้านบน