ข้ามไปยังเนื้อหา
LawSiam.com · คลังข้อมูลกฎหมายไทยร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ · เข้าสู่ระบบ

กฎหมายไทยและการเตรียมสอบ

ค้นคว้า อ่านทบทวน และเข้าถึงเอกสารกฎหมายได้เป็นระบบ

← กลับหน้าหลักรวมคำพิพากษาฎีกา หมวดปี พ.ศ. 2557

LAW SIAM · DEKA DETAIL

คำพิพากษาฎีกาที่ 7170/2557

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฟ้องแย้งของจำเลย ชอบหรือไม่

ข้อมูลพื้นฐานเพื่อการศึกษา

รายละเอียดพื้นฐานเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติมและไฟล์แนบตรวจสอบสิทธิ์สมาชิกตามเงื่อนไขเดิม

ฎีกา
1,568ครั้งเข้าชม

รายละเอียด

         คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7170/2557  โจทก์ทั้งแปดฟ้องว่า โจทก์ทั้งแปดกับจำเลยเป็นบุตรและ ทายาทโดยชอบของนางเฟื่อม ชึขุนทด และโจทก์ที่ 8 กับจำเลยเป็น ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมของเจ้ามรดก แต่จำเลยไม่นำทรัพย์ มรดกแบ่งแก่ทายาท ขอให้จำเลยแบ่งปันมรดกเป็นเงิน 164,000  บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ทั้งแปด
         จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งขอให้โจทก์ที่ 2 ที่ 3 ที่ 6 และที่ 4 แบ่งเงินรายได้มรดกให้จำเลยพร้อมดอกเบี้ย และขอให้ ถอนโจทก์ที่ 8 ออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม
         ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไปรับฟ้องแย้งในส่วนที่จำเลยขอถอนโจทก์ ที่ 8 จากการเป็นผู้จัดการมรดก
         จำเลยอุทธรณ์
         ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้น อุทธรณ์ให้เป็นพับ
         จำเลยฎีกา
         ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า “คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยในส่วนที่ขอให้ ถอนโจทก์ที่ 8 ออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกชอบหรือไม่ โดยจำเลย อ้างว่า ฟ้องของโจทก์ทั้งแปดมีประเด็นขอให้เพิกถอนจำเลยออกจาก การเป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดก และขอให้ศาลคำสั่งตั้งโจทก์ที่ 6 และที่ 7 เป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดก ส่วนจำเลยฟ้องแย้งว่า โจทก์ที่ 8 ในฐานะผู้จัดการมรดกร่วมกับจำเลยได้กระทำการขัดขวาง การจัดการมรดกตามอำนาจหน้าที่ของจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดก ไม่ให้จำเลยจัดการมรดกตามที่พินัยกรรมระบุไว้ และโจทก์ที่ 8 ได้ จัดการมรดกให้ผิดไปจากที่พินัยกรรมระบุไว้ รวมทั้งโจทก์ที่ 8 มี พฤติกรรมส่อไปในทางทุจริตในการจัดการมรดก ฟ้องแย้งของจำเลย จึงเกี่ยวข้องกับคำฟ้องของโจทก์ทั้งแปด เห็นว่า แม้ในคำฟ้องของ โจทก์ทั้งแปดจะมีการบรรยายฟ้องขอให้มีคำสั่งถอนจำเลยออกจาก การเป็นผู้จัดการมรดก และแต่งตั้งโจทก์ที่ 6 และโจทก์ที่ 7 เป็น แปดมิได้ขอให้ถอนจำเลยออกจาการเป็นผู้จัดการมรดก ประกอบกับ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฟ้องว่ากรณีตามที่โจทก์บรรยายฟ้องและคำขอ ท้ายฟ้องเป็นเรื่องขอแบ่งทรัพย์มรดก กรณีจึงถือว่าคำฟ้องของโจทก์ ทั้งแปดไม่มีประเด็นเรื่องการให้ถอนจำเลยออกจากการเป็นผู้จัดการมรดก นอกจากนั้นการที่โจทก์ทั้งแปดฟ้องขอให้บังคับจำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกดำเนินการแบ่งปันมรดกให้โดยอ้างว่าจำเลยได้รับ ค่าเช่าทรัพย์มรดกจากบุคคลภายนอกและเบิกเงินทรัพย์มรดกไป บางส่วน สภาพแห่งข้อหาเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาว่าเงินดังกล่าวเป็น ทรัพย์มรดกที่จำเลยต้องแบ่งปันให้แก่ทายาทซึ่งได้แก่โจทก์ทั้งแปด หรือไม่  ส่วนฟ้องแย้งของจำเลยที่ขอให้ถอนโจทก์ที่ 8 ออกจากการ เป็นผู้จัดการมรดกนั้น เป็นเรื่องที่จะต้องพิจารณาว่ามีเหตุที่จะถอดถอนโจทก์ที่ 8 ออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกตามฟ้องแย้งหรือไม่ ฟ้องแย้งของจำเลยดังกล่าวจึงไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิมพอที่จะรวมการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสาม และมาตรา 179 วรรคท้าย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกา ของจำเลยฟังไม่ขึ้น”
         พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

 

 ผู้พิพากษา : แรงรณ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ ปดารณี ลัดพลี พันธุ์เลิส บุญเลี้ยง

 

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสมาชิก

ส่วนนี้จำกัดสิทธิ์สมาชิก

กรุณาเข้าสู่ระบบและตรวจสอบสถานะสมาชิกก่อนใช้งานข้อมูลเพิ่มเติม

เข้าสู่ระบบ →

ไฟล์แนบ

ไม่พบไฟล์แนบที่พร้อมใช้งาน

ข้อมูลเอกสารยังอ่านได้จากส่วนรายละเอียดด้านบน