ข้ามไปยังเนื้อหา
LawSiam.com · คลังข้อมูลกฎหมายไทยร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ · เข้าสู่ระบบ

กฎหมายไทยและการเตรียมสอบ

ค้นคว้า อ่านทบทวน และเข้าถึงเอกสารกฎหมายได้เป็นระบบ

← กลับหน้าหลักรวมคำพิพากษาฎีกา หมวดปี พ.ศ. 2557

LAW SIAM · DEKA DETAIL

คำพิพากษาฎีกาที่ 13536/2557

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศพ.ศ.?2539?มาตรา?45?ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา?มาตรา?195?วรรคสอง

ข้อมูลพื้นฐานเพื่อการศึกษา

รายละเอียดพื้นฐานเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติมและไฟล์แนบตรวจสอบสิทธิ์สมาชิกตามเงื่อนไขเดิม

ฎีกา
249ครั้งเข้าชม

รายละเอียด

         โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. 2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 27, 28, 31, 70, 75, 76 พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวิดิทัศน์พ.ศ. 2551 มาตรา 4, 25, 38, 47, 54, 78, 79, 81, 82 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ให้แผ่นดีวีดีภาพยนตร์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์จำนวน 18 แผ่น ของกลางตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ และสั่งจ่ายเงินค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์หนึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ด้วย รีบแผ่นดีวีดีและแผ่นวีซีดีภาพยนตร์กับแผ่นดีวีดีและแผ่นวีซีดีคาราโอเกะของกลางทั้งหมด                จำเลยให้การรับสารภาพ                ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 31 (1), 70 วรรคสอง พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดีทัศน์พ.ศ. 2551 มาตรา 14, 25 วรรคหนึ่ง, 47 วรรคหนึ่ง, 78, 91 (ที่ถูก 81) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียนกระทงลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้า เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เห็นสมควรให้โอกาสจำเลยกับตัวต่อไปโดยให้รอการกำหนดโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ผ่านขายแก่บุคคลทั่วไปซึ่งแผ่นภาพยนตร์และวิดิทัศน์ที่ไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดีทัศน์เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานขายแก่บุคคลทั่วไปซึ่งแผ่นภาพยนตร์ที่ไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดีทัศน์ ซึ่งเป็นบทกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ลงโทษปรับ 200,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้เกินหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 100,000 บาทไม่ชำนาญค่าปรับให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โดยให้กักขังแทนครับปรับเป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี ของกลางที่ละเมิดลิขสิทธิ์ตามซองให้ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ ริบแผ่นดีวีดีและแผ่นวีซีดีภาพยนตร์ กับแผ่นดีวีดีและแผ่นวีซีดีคาราโอเกะของการ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก               จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา                ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ที่จำเลยกล่าวในอุทธรณ์ทำนองว่าจำเลยเป็นเพียงลูกจ้างขายสินค้าให้แก่นายจ้าง ผู้เป็นเจ้าของร้านค้าที่เกิดเหตุ และจำเลยกระทำแทนนายจ้างโดยไม่รู้ว่าแผ่นดีวีดีและแผ่นวีซีดีภาพยนตร์ กับแผ่นดีวีดีและแผ่นวีซีดีคาราโอเกะของกายเป็นทรัพย์สินที่กฎหมายบัญญัติว่ามีไว้เป็นความผิดนั้นเป็นข้อเท็จจริงที่ขัดกับคำรับสารภาพของจำเลย คือเป็นข้อเท็จจริงที่มีได้ยกขึ้นมาว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศพ.ศ. 2539 มาตรา 45 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่รับวินิจฉัย มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า กรณีมีเหตุที่จำเลยผ่อนชำระค่าปรับเป็นรายเดือนเดือนละไม่น้อยกว่า 5,000 บาท หรือไม่ เห็นว่า เรื่องการผ่อนชำระค่าปรับเป็นคำขอให้วินิจฉัยเกี่ยวกับการบังคับตามคำพิพากษา ศาลที่มีอำนาจพิจารณาและมีคำสั่งคืนศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง จำเลยจึงชอบที่จะยื่นคำร้องขอผ่อนชำระค่าปรับต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางการที่จำเลยยื่นอุทธรณ์โดยมีคำขอผ่อนชำระค่าปรับเป็นรายเดือนจึงเป็นการข้ามขั้นตอน ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่มีอำนาจวินิจฉัย อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น               อนึ่ง สำหรับความผิดฐานนำออกจำหน่ายซึ่งภาพยนตร์ที่ไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดีทัศน์และหานำออกจำหน่ายซึ่งวิดิทัศน์ที่ไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดีทัศน์ เห็นว่า การตรวจพิจารณาภาพยนตร์และวีดีทัศน์ของคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดีทัศน์ก่อนจะอนุญาตให้นำออกฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายในราชอาณาจักรตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวิดิทัศน์ พ.ศ. 2551 มาตรา 25 วรรคหนึ่ง และมาตรา 47 วรรคหนึ่ง ย่อมหมายถึงการตรวจเนื้อหาของภาพยนตร์ และวีดิทัศน์ที่บันทึกในวัสดุต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นฟิล์ม แผ่นดีวีดี แผ่นวีซีดี เพื่อไม่ให้มีการเผยแพร่ภาพยนตร์และวีดีทัศน์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมออกสู่สาธารณะ แต่ไม่ได้หมายถึงการตรวจตัววัสดุที่บันทึกภาพยนตร์นั้น ๆ ทุกชิ้นทุกแผ่น ดังนั้นการบรรยายฟ้อง ทั้งสองข้อหาในความผิดฐานนำออกจำหน่ายในราชอาณาจักรซึ่งภาพยนตร์และวีดีทัศน์ที่ยังไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดีทัศน์อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์พ.ศ. 2551 มาตรา 78 ประกอบมาตรา 25 วรรคหนึ่ง และมาตรา 81 ประกอบมาตรา 47 วรรคหนึ่ง โจทก์จึงต้องบรรยายข้อเท็จจริงในฟ้องให้ชัดเจนว่าจำเลยนำภาพยนตร์หรือวีดีทัศน์เรื่องใดบ้างที่ไม่ผ่านการตรวจออกฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่าย การที่โจทก์บรรยายฟ้องโดยมีเพียงแต่ระบุจำนวนแผ่นภาพยนตร์และวีดีทัศน์ไว้โดยไม่ได้ระบุว่าเป็นภาพยนตร์และวีดิทัศน์เรื่องใดจึงเป็นฟ้องที่มีได้บรรยายถึงรายละเอียดที่เกี่ยวกับสิ่งของที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิดของความผิดสองฐานมีเท่าที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี จึงเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 158(5) แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็ไม่อาจพิพากษาลงโทษจำเลยในข้อหาความผิดทั้งสองฐานนี้ได้ ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศพ.ศ. 2539 มาตรา 45 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลดค่าปรับไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลง               พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทย์สำหรับความผิดฐานนำออกจำหน่ายซึ่งภาพยนตร์และวีดีทัศน์ที่ไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดีทัศน์ตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 มาตรา 78 ประกอบมาตรา 25 วรรคหนึ่งและมาตรา 81 ประกอบมาตรา 47 วรรคหนึ่งนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง

ไฟล์แนบ

ไม่พบไฟล์แนบที่พร้อมใช้งาน

ข้อมูลเอกสารยังอ่านได้จากส่วนรายละเอียดด้านบน