ฎีกาเด่น* วิแพ่ง ภาค1 อ.พงษ์เดช วานิชกิตติกูล เนติ ภาคค่ำ สมัยที่71
ร้องสอด ตามมาตรา 57 (1)
รายละเอียดเบื้องต้นเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติม รหัสผ่าน ความคิดเห็น และการดาวน์โหลดจะแสดงตามสิทธิ์สมาชิกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
| หมวดหมู่ | รวมฎีกา 5 ดาว เก็บตกฎีกาพิสดาร* วิ.แพ่ง ภาคทั่วไป (ม. 1 - 169) |
|---|---|
| ประเภทเอกสาร | www |
| ขนาดไฟล์ | ไม่ระบุ |
| คำค้น | ฎีกาเด่น* วิแพ่ง ภาค1 อ.พงษ์เดช วานิชกิตติกูล เนติภาคค่ำ สมัยที่71 |
| เผยแพร่/ปรับปรุง | 04/01/2019 / 04/01/2019 |
รายละเอียดเบื้องต้น
ร้องสอด ตามมาตรา 57 (1) ในชั้นฎีกาได้หรือไม่?
คําพิพากษาศาลฎีกาที่ 1620/2559
ผู้ร้องยื่นคําร้องขอว่า ผู้ร้องครอบครองที่ดินในส่วนที่เป็นที่งอกเนื้อที่ 7 ไร่ 2 งาน 57 ตารางวา ตั้งแต่ปี 2536 โดยความสงบ เปิดเผย และด้วยเจตนาเป็นเจ้าของโดยไม่มีผู้ใดโต้แย้งหรือขัดขวางการครอบครองเป็นเวลาเกินกว่าสิบปีผู้ร้องจึงได้กรรมสิทธิ์โด
ยการครอบครองที่ดินที่เป็นที่งอกของที่ดินโฉนดเลขที่ 6594 โดยการครอบครองปรปักษ์ศาลชั้นต้นประกาศนัดไต่สวน ไม่มีผู้ใดคัดค้านศาลชั้นต้นมีคําสั่งให้งดไต่สวนและยกคําร้องขอ
ผู้ร้องอุทธรณ์คําสั่ง
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายกคําสั่งของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดําเนินการไต่สวนและมีคําสั่งใหม่ตามรูปคดี
ศาลชั้นต้นมีคําสั่งให้ยกคําร้องขอ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับ ให้ที่งอกของที่ดินโฉนดเลขที่ 6594 ตําบลท่าสายลวด อําเภอแม่สอด จังหวัดตาก เฉพาะในกรอบสีเขียวตามแผนที่พิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382
ผู้คัดค้านฎีกาว่า การที่ผู้ร้องไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนข้อบังคับว่าด้วยการส่งคําคู่ความ ทําให้ผู้คัดค้านไม่ทราบ เนื่องจากผู้ร้องมีเจตนาไม่สุจริต เมื่อการส่งหมายเรียกและสําเนาคําร้องขอไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากศาลฎีกามีคําสั่งย้อนสํานวนให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและมีคําสั่งใหม่ตามรูปคดีผู้คัดค้านย่อมมีโอกาสชนะคดีได้
ศาลชั้นต้นมีคําสั่งว่า รับฎีกาของนายสุพจน์สําเนาให้ผู้ร้องแก้
คดีนี้ผู้ร้องยื่นคําร้องขอให้ศาลมีคําสั่งว่า ผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่งอกของที่ดินโฉนดเลขที่ 6594 ซึ่งมีชื่อผู้คัดค้านเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาว่า ที่งอกของที่ดินโฉนดเลขที่ 6594 ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องโดยการครอบครองปรปักษ์หากผู้คัดค้านไม่สามารถยื่นฎีกาได้และคดีถึงที่สุด ผู้ร้องก็สามารถนําคําพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 6 ไปแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดินเพื่อดําเนินการขอเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน หากเจ้าพนักงานที่ดินดําเนินการให้ผู้ร้อง ย่อมจะเกิดความเสียหายแก่ผู้คัดค้าน ซึ่งเป็นผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงดังกล่าว ผู้คัดค้านจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสีย ชอบที่จะร้องขอเข้ามาในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (1)แม้ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ก่อนไต่สวนคําร้องขอ ศาลชั้นต้นได้สั่งให้ผู้ร้องนําส่งสําเนาคําร้องขอแก่ผู้คัดค้านแล้วก็ตาม แต่เมื่อผู้คัดค้านมิได้ร้องคัดค้านเข้ามาในคดีก่อนที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 6
มีคําสั่งหรือคําพิพากษา ต้องถือว่าผู้คัดค้านเป็นบุคคลภายนอกคดีจึงสามารถพิสูจน์ในชั้นนี้ได้ว่า ผู้คัดค้านมีสิทธิในที่ดินดีกว่าผู้ร้อง คําพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ที่แสดงกรรมสิทธิ์ในที่งอกไม่ผูกพันผู้คัดค้านตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 (2) การที่ผู้คัดค้านยื่นฎีกาดังกล่าวพอแปลได้ว่าผู้คัดค้านยื่นคําคัดค้านคําร้องขอของผู้ร้อง ศาลชั้นต้นจึงชอบที่จะไต่สวนคําร้องขอและคําคัดค้านเพื่อวินิจฉัยถึงข้อโต้แย้งสิทธิของผู้คัดค้านไปตามรูปคดี