ข้ามไปยังเนื้อหา
LawSiam.com · คลังข้อมูลกฎหมายไทยร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ · เข้าสู่ระบบ

กฎหมายไทยและการเตรียมสอบ

ค้นคว้า อ่านทบทวน และเข้าถึงเอกสารกฎหมายได้เป็นระบบ

ฎีกาเด่น* วิชา วิ.แพ่ง ภาค 2 (ภาคค่ำ) อ.ชลีรินย์ เภาพัฒนา อมรศักดิ์ 14 ธ.ค 61 สัปดาห์ที่4 สมัยที่71

ฎีกาเด่น* วิชา วิ.แพ่ง ภาค 2 (ภาคค่ำ) อ.ชลีรินย์ เภาพัฒนา อมรศักดิ์ 14 ธ.ค 61 สัปดาห์ที่4 สมัยที่71

สิทธิ์การใช้งาน
รายละเอียดเบื้องต้นเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติม รหัสผ่าน ความคิดเห็น และการดาวน์โหลดจะแสดงตามสิทธิ์สมาชิกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
หมวดหมู่รวมฎีกา 5 ดาว เก็บตกฎีกาพิสดาร* วิ.แพ่ง วิธีพิจารณาวิสามัญฯ (ม. 189 - 209)
ประเภทเอกสารwww
ขนาดไฟล์ไม่ระบุ
คำค้นฎีกาเด่น* วิชา วิ.แพ่ง ภาค 2 (ภาคค่ำ) อ.ชลีรินย์ เภาพัฒนา อมรศักดิ์ 14 ธ.ค 61 สัปดาห์ที่4 สมัยที่71
เผยแพร่/ปรับปรุง16/12/2018 / 16/12/2018

รายละเอียดเบื้องต้น

ฎีกาเด่น* วิชา วิ.แพ่ง ภาค 2 (ภาคค่ำ) สมัยที่71

อ.ชลีรินย์ เภาพัฒนา อมรศักดิ์ 14 ธ.ค 61 สัปดาห์ที่4  

 

 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1323/2530 คำสั่งของศาลแรงงานกลางที่สั่งอนุญาตตามคำขอให้พิจารณาใหม่เกิดขึ้นภายหลังคำพิพากษา จึงมิใช่คำสั่งระหว่างพิจารณา คู่ความมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้
ศาลฎีกาได้มีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับคำร้องขอพิจารณาใหม่ของจำเลยที่ 1 ว่า เป็นคำขอที่ได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งเหตุที่คู่ความขาดนัดและข้อคัดค้านคำชี้ขาดตัดสินของศาลแรงงานกลางแล้วโจทก์จะยกปัญหาที่ศาลฎีกาได้วินิจฉัยเป็นที่ยุติไปดังกล่าวแล้ว ขึ้นมาอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาอีกไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 ประกอบด้วย พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31
จำเลยที่ 1 เดินทางไปต่างประเทศก่อนถูกฟ้องและไม่เคยกลับเข้ามาประเทศไทยอีกเลย จำเลยที่ 1 ย่อมไม่สามารถแถลงขอให้ศาลพิจารณาใหม่ภายในกำหนดเจ็ดวันตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 41 เมื่อจำเลยที่ 1 มิได้จงใจขาดนัด ศาลแรงงานกลางย่อมมีอำนาจที่จะให้จำเลยที่ 1 ได้พิจารณาใหม่ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 และ 209 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2243/2521 โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามสัญญากู้ จำเลยให้การต่อสู้ว่าสัญญากู้ที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นเอกสารปลอม โดยไม่อ้างเหตุตั้งประเด็นไว้ว่าปลอมอย่างไร ย่อมไม่ชอ

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7334/2550 จำเลยให้การรับว่า จำเลยทำหนังสือสัญญากู้ยืมเงินตามฟ้องจริง แต่ปฏิเสธว่าจำเลยไม่ได้รับเงินกู้ เนื่องจากจำเลยและ ท. มารดาโจทก์ ไม่มีเจตนาที่จะให้มีผลผูกพันกันเป็นการต่อสู้ว่าสัญญากู้ไม่สมบูรณ์ จำเลยจึงมีภาระการพิสูจน์ แต่จำเลยไม่ได้อ้างเหตุตั้งประเด็นไว้ว่าที่จำเลยและ ท. ไม่มีเจตนาให้มีผลผูกพันกันเป็นเพราะเหตุใด แม้จำเลยจะกล่าวอ้างมาในคำให้การว่า จำเลยมีฐานะทางการเงินดีกว่า ท. ก็ไม่อาจทำให้เข้าใจได้ว่าเหตุใดจำเลยและ ท. จึงทำหนังสือสัญญากู้ยืมเงินโดยจำเลยไม่ได้รับเงินกู้ จึงเป็นคำให้การปฏิเสธที่ไม่ได้แสดงเหตุแห่งการปฏิเสธโดยชัดแจ้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง จำเลยย่อมไม่มีประเด็นที่จะนำสืบ แม้จำเลยจะนำสืบในชั้นพิจารณาก็เป็นการสืบนอกคำให้การ ต้องห้ามมิให้รับฟังตามมาตรา 87 ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า จำเลยกู้ยืมเงิน ท. และรับเงินกู้แล้วตามที่ระบุไว้ในหนังสือสัญญากู้ยืมเงิน

 

 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1487/2522 จำเลยให้การว่าการมอบอำนาจ (ให้ฟ้องคดี) ของโจทก์ไม่ถูกต้อง เพราะการมอบอำนาจไม่สมบูรณ์และไม่มีผลตามกฎหมาย มิได้ยกเหตุขึ้นกล่าวอ้างในคำให้การว่า เพราะเหตุใดการมอบอำนาจของโจทก์จึงไม่ถูกต้อง ไม่สมบูรณ์ และไม่มีผลตามกฎหมาย เป็นคำให้การแต่เพียงปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์เท่านั้น มิได้แสดงถึงเหตุแห่งการปฏิเสธไม่มีสิทธินำสืบถึงเหตุแห่งการนั้น จำเลยจึงไม่มีสิทธินำสืบในประเด็นที่ว่าตราที่ประทับในใบมอบอำนาจเป็นตราปลอม

 

 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1455/2558 ................................  (อ่านต่อ....)

ข้อมูลความรู้เพิ่มเติมสงวนสำหรับสมาชิกที่เข้าสู่ระบบและมีสิทธิ์ใช้งาน
เข้าสู่ระบบเพื่อดูสิทธิ์ดาวน์โหลดผู้เข้าชม 1,104 ครั้ง · หน้าอ่านนี้ไม่เพิ่ม pageview ระหว่างการตรวจ