ข้ามไปยังเนื้อหา
LawSiam.com · คลังข้อมูลกฎหมายไทยร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ · เข้าสู่ระบบ

กฎหมายไทยและการเตรียมสอบ

ค้นคว้า อ่านทบทวน และเข้าถึงเอกสารกฎหมายได้เป็นระบบ

ข้อสอบอัยการผู้ช่วย วิ.แพ่ง ข้อ10 ปี 2548

ให้วินิจฉัยว่าคำคัดค้านของนายอดุลย์และนายดำเกิงรับฟังได้หรือไม่..

สิทธิ์การใช้งาน
รายละเอียดเบื้องต้นเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติม รหัสผ่าน ความคิดเห็น และการดาวน์โหลดจะแสดงตามสิทธิ์สมาชิกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
หมวดหมู่อัยการผู้ช่วย (สนามใหญ่ + เล็ก) วันที่ 2 วิ.แพ่ง
ประเภทเอกสารwww
ขนาดไฟล์ไม่ระบุ
คำค้นข้อสอบอัยการผู้ช่วย วิ.แพ่ง ข้อ10 ปี 2548
เผยแพร่/ปรับปรุง04/04/2021 / 04/04/2021

รายละเอียดเบื้องต้น

ข้อสอบอัยการผู้ช่วย ปี 2548

กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (สนามใหญ่)
 วันที่ 12 ธันวาคม 2548

 

ข้อ 10 
           จำเลยมีที่ดินแปลงหนึ่งราคา 1,500,000 บาท กับรถยนต์อีก 1 คัน ราคา 600,000 บาท โจทก์ฟ้อง จำเลยเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2548 ให้ชำระค่าสินไหมทดแทนจากการทำละเมิด ครั้นถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2548 จำเลยนำรถยนต์ไปจำนำไว้กับนายอดุลย์เป็นเงิน 600,000 บาท ครบกำหนดชำระหนี้จำนำในวันที่ 15 มีนาคม 2548 และเมื่อถึงวันครบกำหนดชำระหนี้จำนำ จำเลยยังมิได้ชำระหนี้แก่นายอดุลย์แต่อย่างใด ต่อมาวันที่ 1 มีนาคม 2548 ศาลมีคำสั่งห้ามจำเลยจำหน่าย โอน หรือเปลี่ยนแปลงสิทธิทางทะเบียนทรัพย์สินทั้งสองรายการตามที่โจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว แต่ในวันที่ 1 เมษายน 2548 จำเลยก็ยังนำที่ดินดังกล่าวไปจดทะเบียนจำนองกับนายดำเกิงไว้อีกเป็นเงิน 200,000 บาท โดยนายดำเกิงรู้อยู่แล้วตั้งแต่แรกว่าโจทก์กำลังดำเนินการร้อง
 ขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว
           ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้และค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงเป็นเงิน 1,000,000 บาทแก่โจทก์ คดีถึงที่สุด โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดรถยนต์ก่อน และเมื่อได้ทราบภายหลังว่าจำเลยมีที่ดินด้วย จึงได้นำยึดที่ดินเพื่อขายทอดตลาดทั้งสองรายการ
           นายอดุลย์คัดค้านการยึดรถยนต์ โดยให้เหตุผลว่าเป็นรถยนต์ที่จำนำไว้แก่ตนเพื่อประกันหนี้ จึงไม่สามารถบังคับยึดรถยนต์คันนี้ได้ ส่วนนายดำเกิงคัดค้านว่าที่ดินดังกล่าวติดจำนองอยู่เป็นเงิน 200,000 บาท และราคาที่ดินสูงเกินกว่าหนี้ตามคำพิพากษามาก โจทก์ไม่มีสิทธินำยึดที่ดินไปขายทอดตลาด
           ดังนี้ ให้วินิจฉัยว่าคำคัดค้านของนายอดุลย์และนายดำเกิงรับฟังได้หรือไม่ และเจ้าพนักงานบังคับคดีจะมีอำนาจยึดรถยนต์และที่ดินได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
           
 ธงคำตอบ
           กรณีรถยนต์ การจำนำรถยนต์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2548 ก่อนเวลาที่ศาลมีคำสั่งห้ามจำหน่าย โอน หรือเปลี่ยนแปลงสิทธิทางทะเบียนในรถยนต์และที่ดินเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2548 แม้หนี้จำนำจะครบกำหนดชำระในวันที่ 15 มีนาคม 2548 ก็ถือได้ว่าการจำนำได้เกิดขึ้นแล้วก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว และนายอดุลย์ได้รับจำนำรถยนต์ไว้โดยสุจริตก่อนศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวดังกล่าว กรณีจึงไม่ต้องห้ามด้วยประมวลกฎมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 258 ทวิ การจำนำรถยนต์ระหว่างจำเลยกับนายอดุลย์จึงใช้ยันเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ แต่การคัดค้านการยึดทรัพย์หรือการร้องขัดทรัพย์ จะต้องอ้างว่าทรัพย์ที่ยึดไม่ใช่ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 ผู้รับจำนำจึงร้องขัดทรัพย์ว่าการยึดมิชอบไม่ได้ เพราะทรัพย์ยังเป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษา เพียงแต่การบังคับคดีจะกระทบกระเทือนสิทธิของนายอดุลย์ไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287 ดังนั้น คำคัดค้านของนายอดุลย์ที่ว่าเจ้าพนักงานบังคับคดียึดรถยนต์มิชอบจึงรับฟังไม่ได้
           กรณีที่ดิน การจำนองที่ดินเกิดขึ้นภายหลังศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวแล้ว แม้ที่ดินจะติดจำนองสองแสนบาท คงเหลือมูลค่าที่ดินหนึ่งล้านสามแสนบาทซึ่งเกินกว่าจำนวนหนี้และค่าฤชาธรรมเนียมในการฟ้องร้องและการบังคับคดีก็ตาม นายดำเกิงก็ไม่อาจยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์หรือเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 258 ทวิ ดังนั้น คำคัดค้านของนายดำเกิงจึงรับฟังไม่ได้ และเจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจยึดที่ดินขายทอดตลาดได้ทั้งแปลง
 

ข้อมูลความรู้เพิ่มเติมสงวนสำหรับสมาชิกที่เข้าสู่ระบบและมีสิทธิ์ใช้งาน
เข้าสู่ระบบเพื่อดูสิทธิ์ดาวน์โหลดผู้เข้าชม 871 ครั้ง · หน้าอ่านนี้ไม่เพิ่ม pageview ระหว่างการตรวจ