ข้ามไปยังเนื้อหา
LawSiam.com · คลังข้อมูลกฎหมายไทยร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ · เข้าสู่ระบบ

กฎหมายไทยและการเตรียมสอบ

ค้นคว้า อ่านทบทวน และเข้าถึงเอกสารกฎหมายได้เป็นระบบ

ฎีกาใหม่ การร้องทุกข์

ฎีกาใหม่ การร้องทุกข์

สิทธิ์การใช้งาน
รายละเอียดเบื้องต้นเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติม รหัสผ่าน ความคิดเห็น และการดาวน์โหลดจะแสดงตามสิทธิ์สมาชิกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
หมวดหมู่รวมฎีกา 5 ดาว เก็บตกฎีกาพิสดาร* วิ.อาญา ภาค 1-2 (ม. 1 - 156)
ประเภทเอกสารwww
ขนาดไฟล์ไม่ระบุ
คำค้นฎีกาใหม่ การร้องทุกข์
เผยแพร่/ปรับปรุง02/04/2021 / 02/04/2021

รายละเอียดเบื้องต้น

การร้องทุกข์

 

อ.อรรถพล ใหญ่สว่าง

ผู้เสียหายมีเจตนาให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษ

        “คำร้องทุกข์” ตาม ป.อ. มาตรา ๒ (๗) ผู้เสียหายต้องมีเจตนาให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษตามกฎหมายด้วยเสมอ มิฉะนั้นแล้วย่อมไม่เป็นคำร้องทุกข์

 

การแจ้งความโดยมีเจตนาเพื่อไม่ให้คดีขาดอายุความไม่เป็นคำร้องทุกข์

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๒๘/๒๕๔๔ เหตุที่แจ้งความร้องทุกข์ก็เพราะไม่ต้องการให้เช็คขาดอายุความจึงไม่เป็นคำร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒ (๗) เมื่อความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ เป็นคดีความผิดอันยอมความได้ แต่ไม่มีคำร้องทุกข์ย่อมห้ามมิให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๒๑ วรรคสอง การสอบสวนของพนักงานสอบสวนจึงเป็นการกระทำโดยไม่มีอำนาจ ต้องถือว่าไม่ได้มีการสอบสวนโดยชอบ พนักงานอัยการโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง

 

        สถานที่ร้องทุกข์โดยปกติ ได้แก่ สถานีตำรวจ

 

         คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๙๔๓/๒๕๖๒ (เนติฯ ตอน ๑๐ หน้า ๑๖๖๓) วินิจฉัยว่า แม้ถนนที่เกิดเหตุจะอยู่ในพื้นที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอุบลราชธานีอันเป็นสถานที่ราชการ แต่โดยลักษณะงานของสถานีตำรวจย่อมเป็นสถานที่สำหรับประชาชนไปติดต่อราชการ โดยงานหลัก คือ การรับแจ้งเรื่องราวร้องทุกข์

 

        ข้อสังเกต การร้องทุกข์ไม่ถือว่าเป็นนิติกรรม (คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๐๗๔/ ๒๔๗๗) ผู้เยาว์จึงมีสิทธิร้องทุกข์ด้วยตนเองได้ แต่ผู้เยาว์จะฟ้องคดีเองไม่ได้ (คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๑๒๓/๒๔๗๙, คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๑๔/๒๔๙๔ ประชุมใหญ่, คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๙๑๕/๒๕๕๑)

 

การร้องทุกข์มอบอำนาจให้ร้องทุกข์แทนกันได้

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๗๕๕/๒๕๐๒ ประชุมใหญ่ เรื่องร้องทุกข์ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓ และมาตรา ๕ นั้น มิใช่หมายความว่า ห้ามขาดไม่ให้มีการมอบอำนาจกันเป็นแต่บัญญัติให้บุคคลดังกล่าวในมาตรา ๕ มีอำนาจกระทำกิจการที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓ โดยไม่ต้องมีการมอบอำนาจซึ่งกันและกันส่วนกิจการในมาตรา ๓ กิจการใดจะมอบอำนาจกันได้หรือไม่ ต้องเป็นไปตามหลักธรรมดา สุดแต่ว่ากรณีใดมีกฎหมายห้ามหรือเป็นกรณีตามสภาพต้องกระทำเองหรือไม่ เรื่องร้องทุกข์ไม่มีกฎหมายบังคับว่าต้องกระทำด้วยตนเองและตามสภาพของการร้องทุกข์ก็เป็นเรื่องเปิดช่องให้จัดการแทนกันได้การร้องทุกข์จึงมอบอำนาจให้ร้องแทนกันได้

 

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๕๓๔/๒๕๐๓ การร้องทุกข์นั้นย่อมมอบอำนาจให้ร้องทุกข์แทนกันได้

 

การมอบอำนาจให้ร้องทุกข์แทนไม่ต้องทำเป็นหนังสือก็ได้

        แม้ผู้เสียหายมอบอำนาจให้ไปร้องทุกข์เป็นหนังสือ โดยในหนังสือไม่มีข้อความว่าผู้รับมอบมีอำนาจร้องทุกข์ ก็ยังสามารถร้องทุกข์โดยอาศัยหนังสือนั้นได้และเป็นการร้องทุกข์โดยชอบด้วยกฎหมาย (เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ ๕๐๕๙/๒๕๓๗)

 

การมอบอำนาจช่วงให้ร้องทุกข์มีได้

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๕๕๘/๒๕๔๑ ผู้รับมอบอำนาจจากนิติบุคคลผู้เสียหาย ย่อมมีอำนาจมอบอำนาจช่วงให้แจ้งความร้องทุกข์ได้

 

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๗๓๐/๒๕๔๙ การพิจารณาว่าผู้เสียหายได้มอบอำนาจให้ร้องทุกข์โดยชอบหรือไม่จึงต้องพิจารณาทั้งหนังสือมอบอำนาจและหนังสือมอบอำนาจช่วงประกอบกัน

 

ลักษณะของคำร้องทุกข์ตามระเบียบ

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๘๙๔/๒๕๔๙ หนังสือร้องทุกข์ของโจทก์ร่วมซึ่งมีข้อความว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วมที่บริเวณศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ขอแจ้งความร้องทุกข์เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ถือได้ว่าเป็นคำร้องทุกข์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒ (๗) แล้วไม่จำเป็นต้องระบุชื่อหรือรูปพรรณของผู้กระทำความผิด

 

บุคคลที่จะรับคำร้องทุกข์

        “คำร้องทุกข์” ตาม ป.อ. มาตรา ๒ (๗) ผู้เสียหายจะต้องกล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเท่านั้น อันได้แก่ (๑) พนักงานสอบสวนตาม ป.อ. มาตรา ๑๒๓ วรรคหนึ่ง (๒) พนักงานฝ่ายปกครองตาม ป.อ. มาตรา ๑๒๔ วรรคหนึ่ง (๓) ตำรวจซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่รองหรือเหนือพนักงานสอบสวนและเป็นผู้ซึ่งมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยตามกฎหมายตาม ป.อ. มาตรา ๑๒๔ วรรคหนึ่ง ดังนั้น หากผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์กับบุคคลดังกล่าวย่อมไม่เป็นการร้องทุกข์

 

        ข้อสังเกต หากพนักงานสอบสวนหรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจซึ่งมี ตำแหน่งหน้าที่รองหรือเหนือพนักงานสอบสวนนั้น มีส่วนได้เสียกับความผิดที่เกิดขึ้น ทำให้ตกอยู่ในฐานะเป็นผู้เสียหาย เสียเอง ก็สามารถร้องทุกข์กับตนเองได้ด้วย

 

        ตัวอย่าง ร้อยตำรวจเอกขาวเป็นพนักงานสอบสวนและถูกนายแดงฉ้อโกง คือ

        (๑) ร้อยตำรวจเอกขาวเป็นผู้เสียหายในความผิดฐานฉ้อโกงตามป.อ.มาตรา ๓๔๑

        (๒) ร้อยตำรวจเอกขาวย่อมมีสิทธิร้องทุกข์ในความผิดดังกล่าวกับตนเองในฐานะที่เป็นพนักงานสอบสวนได้เช่นกัน เหตุผล เนื่องจาก ไม่มีกฎหมายห้ามมิให้พนักงานสอบสวนทำการร้องทุกข์หรือสอบสวนในคดีที่ตนมีส่วนได้เสีย (คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๙๒/๒๔๘๒, คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๙๗๘/๒๕๕๕)

 

การแก้คำร้องทุกข์

        “คำร้องทุกข์” ตาม ป.อ. มาตรา ๒ (๗) หากผู้ร้องทุกข์เห็นว่าคำร้องทุกข์ ดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือผิดพลาด ผู้ร้องทุกข์ย่อมแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำร้องทุกข์ดังกล่าวได้ ตาม ป.อ. มาตรา ๑๒๖ วรรคหนึ่ง

 

        ตัวอย่าง นายดำถูกนายแดงฉ้อโกงทรัพย์สินรวมเป็นราคา ๕๐๐,๐๐๐ บาท หากปรากฏว่า

        (๑) นายดำผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนและพนักงานสอบสวนได้ บันทึกในคำร้องทุกข์ว่า “ทรัพย์สินที่นายดำถูกนายแดงฉ้อโกงไปรวมเป็นราคา ๕๐๐ บาท”

        (๒) เมื่อนายดำ เห็นว่า คำร้องทุกข์ของตนดังกล่าวระบุราคาทรัพย์สินที่ต้อง สูญเสียไปจากการฉ้อโกงไม่ถูกต้อง นายดำย่อมแก้ไขคำร้องทุกข์โดยแก้ราคาทรัพย์ที่ต้องสูญเสียไปจากการฉ้อโกงดังกล่าวจาก ๕๐๐ บาท เป็น ๕๐๐,๐๐๐ บาทได้

 

การถอนคำร้องทุกข์

        “คำร้องทุกข์” ตาม ป.อ. มาตรา ๒ (๗) จะถอนคำร้องทุกข์เสียเมื่อใดก็ได้ ตาม ป.อ. มาตรา ๑๒๖ วรรคหนึ่ง การถอนคำร้องทุกข์ในคดีความผิดต่อส่วนตัวย่อมทำให้สิทธินําคดีอาญามาฟ้องระงับไปนั้นตาม ป.อ. มาตรา ๓๙ (๒) โดยถอนคำร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนหรือต่อพนักงานอัยการหรือต่อศาลก็ได้ แม้ขณะคดีจะอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาล (คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๘๕๒/๒๕๕๕)

 

อ้างอิง รวมคำบรรยายเนติฯ สมัยที่ ๗๓

ข้อมูลความรู้เพิ่มเติมสงวนสำหรับสมาชิกที่เข้าสู่ระบบและมีสิทธิ์ใช้งาน
เข้าสู่ระบบเพื่อดูสิทธิ์ดาวน์โหลดผู้เข้าชม 824 ครั้ง · หน้าอ่านนี้ไม่เพิ่ม pageview ระหว่างการตรวจ