ข้ามไปยังเนื้อหา
LawSiam.com · คลังข้อมูลกฎหมายไทยร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ · เข้าสู่ระบบ

กฎหมายไทยและการเตรียมสอบ

ค้นคว้า อ่านทบทวน และเข้าถึงเอกสารกฎหมายได้เป็นระบบ

ข้อสอบอัยการผู้ช่วย วิ.แพ่ง ข้อ8 ปี 2548

ข้อสอบอัยการผู้ช่วย วิ.แพ่ง ข้อ8 ปี 2548

สิทธิ์การใช้งาน
รายละเอียดเบื้องต้นเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติม รหัสผ่าน ความคิดเห็น และการดาวน์โหลดจะแสดงตามสิทธิ์สมาชิกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
หมวดหมู่อัยการผู้ช่วย (สนามใหญ่ + เล็ก) วันที่ 2 วิ.แพ่ง
ประเภทเอกสารwww
ขนาดไฟล์ไม่ระบุ
คำค้นข้อสอบอัยการผู้ช่วย วิ.แพ่ง ข้อ8 ปี 2548
เผยแพร่/ปรับปรุง04/04/2021 / 04/04/2021

รายละเอียดเบื้องต้น

     

ข้อสอบอัยการผู้ช่วย ปี 2548

กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (สนามใหญ่)
 วันที่ 12 ธันวาคม 2548

     ข้อ 8 
           นายดำ ยื่นฟ้องนายแดง นายขาว และนางสาวเหลือง ให้ร่วมกันชำระหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีพร้อมดอกเบี้ย หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองของนางสาวเหลืองขายทอดตลาด หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้บุคคลทั้งสามร่วมกันรับผิดชดใช้หนี้ส่วนที่ขาดจนครบ นายแดงและนายขาวยื่นคำให้การขอให้ยกฟ้อง นางสาวเหลืองได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องโดยวิธีปิดหมายเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2547 เมื่อครบกำหนดนางสาวเหลืองไม่ยื่นคำให้การ ศาลนัดพร้อมเพื่อกำหนดวันนัดสืบพยานในวันที่ 15 ธันวาคม 2547 ครั้นถึงกำหนดนัด นายดำ นายขาว นายแดง และนางสาวเหลืองไปศาล ศาลได้สอบถามคู่ความ นายแดง นายขาว และนางสาวเหลืองยอมรับว่าเป็นหนี้โจทก์ตามฟ้องจริง คู่ความแถลงไม่ติดใจสืบพยาน ศาลได้จดรายงานกระบวนพิจารณาว่าบุคคลทั้งสามยอมรับว่าเป็นหนี้โจทก์ตามคำฟ้องจริง และให้นายแดง นายขาว และนางสาวเหลืองลงลายมือชื่อในรายงานกระบวนพิจารณา ศาลสั่งงดสืบพยานแล้วมี คำสั่งว่าโจทก์ไม่ได้มีคำขอให้ศาลมีคำสั่งให้นางสาวเหลืองขาดนัดยื่นคำให้การ จึงให้จำหน่ายคดีของโจทก์สำหรับนางสาวเหลืองออกจากสารบบความและพิพากษาให้นายแดง นายขาว ร่วมกันชดใช้เงินให้แก่โจทก์ตามฟ้อง โจทก์อุทธรณ์เฉพาะข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาว่าคดีนี้นางสาวเหลืองได้แถลงรับว่าเป็นหนี้โจทก์และลงลายมือชื่อในรายงานกระบวนพิจารณา เท่ากับยื่นคำให้การต่อศาลแล้ว ขอให้ศาลฎีกาพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นให้นางสาวเหลืองชดใช้เงินตามฟ้องแก่โจทก์
           ดังนี้ ให้วินิจฉัยว่าอุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้นหรือไม่
           
 ธงคำตอบ

           นางสาวเหลืองได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2547 ครบกำหนดยื่นคำให้การวันที่ 1 ตุลาคม 2547 ครั้นเมื่อครบกำหนดนางสาวเหลืองไม่ยื่นคำให้การถือว่าขาดนัดยื่นคำให้การ แม้ว่านางสาวเหลืองได้แถลงรับต่อศาลในวันนัดพร้อมยอมรับว่าเป็นหนี้นายดำโจทก์จริงและได้ ลงลายมือชื่อไว้ในรายงานกระบวนการพิจารณาก็ตาม ก็ไม่ถือว่ารายงานกระบวนพิจารณาดังกล่าวเป็นคำให้การของนางสาวเหลือง
           เมื่อนางสาวเหลืองขาดนัดยื่นคำให้การ นายดำโจทก์จึงต้องมีคำขอต่อศาลภายในสิบห้าวันนับแต่ระยะเวลาที่กำหนดให้นางสาวเหลืองยื่นคำให้การสิ้นสุดลงเพื่อให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดให้นายดำโจทก์ชนะคดีโดยขาดนัด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 198 วรรคหนึ่ง แม้นายแดง นายขาวและนางสาวเหลืองจะแถลงยอมรับว่าเป็นหนี้นายดำโจทก์ตามฟ้อง และศาลชั้นต้นสามารถพิพากษาคดีได้ โดยไม่ต้องทำการสืบพยานต่อไป ก็ไม่ทำให้นายดำโจทก์หมดหน้าที่ที่จะต้องมีคำขอตามบทกฎหมายดังกล่าว เมื่อนายดำโจทก์มิได้มีคำขอ ศาลชั้นต้นก็ชอบที่จะมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีของนายดำโจทก์ในส่วนที่ฟ้องนางสาวเหลืองออกจากสารบบความได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 198 วรรคสอง ดังนั้นอุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ข้อมูลความรู้เพิ่มเติมสงวนสำหรับสมาชิกที่เข้าสู่ระบบและมีสิทธิ์ใช้งาน
เข้าสู่ระบบเพื่อดูสิทธิ์ดาวน์โหลดผู้เข้าชม 836 ครั้ง · หน้าอ่านนี้ไม่เพิ่ม pageview ระหว่างการตรวจ