คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ ๒๘๖๓/๒๕๖๒
คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ ๒๘๖๓/๒๕๖๒
รายละเอียดเบื้องต้นเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติม รหัสผ่าน ความคิดเห็น และการดาวน์โหลดจะแสดงตามสิทธิ์สมาชิกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
| หมวดหมู่ | ข้อ6 วิชาเลือก (เลือก 1 วิชา) 6.4 กฎหมายแรงงาน |
|---|---|
| ประเภทเอกสาร | www |
| ขนาดไฟล์ | ไม่ระบุ |
| คำค้น | คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ ๒๘๖๓/๒๕๖๒ |
| เผยแพร่/ปรับปรุง | 27/11/2022 / 27/11/2022 |
รายละเอียดเบื้องต้น
คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ ๒๘๖๓/๒๕๖๒
....ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษเห็นว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๘ วรรคสอง “การเลิกจ้างตามมาตรานี้ หมายความว่า การกระทำใดที่นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไปและไม่จ่ายค่าจ้างให้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุสิ้นสุดสัญญาจ้างหรือเหตุอื่นใด...”
ดังนั้น แม้ว่านายจ้างจะไม่ได้บอกเลิกจ้าง การที่นายจ้างปฏิเสธไม่ต่อสัญญาจ้างกับลูกจ้างเมื่อสัญญาจ้างครบกำหนด ซึ่งมีผลทำให้สัญญาจ้างสิ้นสุด ก็ถือเป็นการเลิกจ้างโดยผลของกฎหมายตามบทบัญญัติมาตรานี้
เมื่อข้อเท็จจริงสัญญาดังกล่าวไม่ใช่สัญญาจ้างซึ่งมีลักษณะพิเศษ ตามมาตรา ๑๑๘ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ เพราะได้ความว่าโจทก์จ้างนางสาว A ทำงานในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายประเมินผลข้อมูลและทรัพย์สิน ทำหน้าที่กำหนดอัตราค่าห้องพักของโรงแรมในเครือและรวบรวมข้อมูลอัตราห้องพักในเครือของโจทก์ในอดีต เก็บข้อมูลและประมวลผลข้อมูลเพื่อติดต่อกับฝ่ายสารสนเทศ...ลักษณะงานของลูกจ้างดังกล่าว เป็นงานปกติของธุรกิจหรือการค้าของโจทก์
กรณีดังกล่าวไม่เข้าข้อยกเว้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๘ วรรคสี่
ดังนั้น ถือได้ว่า โจทก์เลิกจ้างลูกจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๘ วรรคสอง