ข้ามไปยังเนื้อหา
LawSiam.com · คลังข้อมูลกฎหมายไทยร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ · เข้าสู่ระบบ

กฎหมายไทยและการเตรียมสอบ

ค้นคว้า อ่านทบทวน และเข้าถึงเอกสารกฎหมายได้เป็นระบบ

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษที่ ๑๒๓/๒๕๖๒

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษที่ ๑๒๓/๒๕๖๒

สิทธิ์การใช้งาน
รายละเอียดเบื้องต้นเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติม รหัสผ่าน ความคิดเห็น และการดาวน์โหลดจะแสดงตามสิทธิ์สมาชิกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
หมวดหมู่ข้อ6 วิชาเลือก (เลือก 1 วิชา) 6.4 กฎหมายแรงงาน
ประเภทเอกสารwww
ขนาดไฟล์ไม่ระบุ
คำค้นคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษที่ ๑๒๓/๒๕๖๒
เผยแพร่/ปรับปรุง26/11/2022 / 26/11/2022

รายละเอียดเบื้องต้น

 คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษที่ ๑๒๓/๒๕๖๒

      ...ประเด็นเงินบำเหน็จ ศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษเห็นว่า โจทก์ทำงานถึงวันครบเกษียณอายุวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๙ สัญญาจ้างแรงงานระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงสิ้นสุดลงตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย จำเลยจึงไม่อาจใช้สิทธิเพิกถอนการสิ้นสุดของสัญญาจ้างด้วยเหตุเกษียณอายุได้

      ฉะนั้น แม้ต่อมาภายหลังจำเลยจะตรวจสอบว่าโจทก์กระทำผิดวินัยร้ายแรงตามระเบียบ จำเลยก็จะยกเหตุดังกล่าวมาเป็นเหตุเลิกจ้างโจทก์อีกครั้งหาได้ไม่ เพราะความสัมพันธ์กันในฐานะนายจ้างและลูกจ้างระหว่างโจทก์จำเลยได้สิ้นสุดไปก่อนหน้าแล้ว

      การที่จำเลยมีคำสั่งลงวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๕๙ ไล่โจทก์ออกโดยให้มีผลย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๙ จึงหามีผลตามกฎหมายไม่

      อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงินบำเหน็จนั้นไม่มีกฎหมายกำหนดไว้ จึงย่อมต้องเป็นไปตามระเบียบหรือข้อบังคับจำเลยกำหนดไว้

 

       ประเด็นหลักประกัน ศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษเห็นว่า แม้โจทก์จดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่...เพื่อเป็นหลักประกันการทำงานเมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๕ ก่อนที่ประกาศกระทรวงแรงง เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการเรียกหรือรับหลักประกันการทำงาน หรือหลักประกันความเสียหายในการทำงานจากลูกจ้าง พ.ศ. ๒๕๕๑ ลงวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๑ มีผลใช้บังคับก็ตาม แต่ประกาศฯ ข้อ ๕ ได้กำหนดหลักประกันฯ ไว้สามประเภทคือ (๑) เงินสด (๒) ทรัพย์สิน (๓) การค้ำประกันด้วยบุคคล ข้อ ๙ ทรัพย์สินได้แก่ (๑) สมุดเงินฝากประจำธนาคาร (๒) หนังสือค้ำประกันของธนาคาร

      แต่เมื่อประกาศฯ มีผลบังคับใช้แล้วจำเลยต้องดำเนินการเปลี่ยนหลักประกันให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ข้างต้น

      เนื่องจากประกาศฯ ออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ซึ่งเป็นกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศฯ การนั้นย่อมตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๐

      เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ภายหลังจากที่ประกาศใช้บังคับแล้ว จำเลยไม่ได้ดำเนินการเปลี่ยนหลักประกันดังกล่าว จึงเท่ากับว่าจำเลยฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศฯ

      ดังนั้น ที่ดินแปลงดังกล่าวจึงไม่ใช่ทรัพย์สินที่นายจ้างจะเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานได้อีกต่อไป จำเลยต้องคืนทรัพย์สินดังกล่าวแก่โจทก์ อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

 

 

      ประเด็นเงินสะสม จำเลยอุทธรณ์ว่า วัตถุประสงค์หลักของการหักเงินเดือนเพื่อเป็นเงินสะสม คือโจทก์สามารถใช้สิทธิกู้เงินจากจำเลยได้ ๑๕ เท่าของเงินสะสม จำเลยจึงมีสิทธิยึดหน่วงเงินดังกล่าวเพื่อนำมาชำระมูลหนี้ละเมิดที่โจทก์ทำให้จำเลยได้รับความเสียหายได้

      ศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษ เห็นว่า เงินสะสมดังกล่าวเป็นเงินของโจทก์ เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์ จำเลยจึงต้องคืนเงินสะสมแก่โจทก์

      แม้จำเลยจะอ้างว่าโจทก์ทำให้จำเลยได้รับความเสียหายและจำเลยมอบหมายให้พนักงานอัยการจังหวัดน่านดำเนินคดีในส่วนแพ่งแก่โจทก์แล้วก็ตาม แต่กรณีดังกล่าวไม่ถือว่าหนี้อันเป็นคุณประโยชน์แก่ตนเกี่ยวด้วยทรัพย์สินซึ่งครองนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๑

      จำเลยจึงไม่มีสิทธิยึดหน่วงเงินสะสมของโจทก์ได้ อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน

 

ข้อมูลความรู้เพิ่มเติมสงวนสำหรับสมาชิกที่เข้าสู่ระบบและมีสิทธิ์ใช้งาน
เข้าสู่ระบบเพื่อดูสิทธิ์ดาวน์โหลดผู้เข้าชม 414 ครั้ง · หน้าอ่านนี้ไม่เพิ่ม pageview ระหว่างการตรวจ