คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ ๖๔๙/๒๕๖๓
คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ ๖๔๙/๒๕๖๓
รายละเอียดเบื้องต้นเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติม รหัสผ่าน ความคิดเห็น และการดาวน์โหลดจะแสดงตามสิทธิ์สมาชิกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
| หมวดหมู่ | ข้อ6 วิชาเลือก (เลือก 1 วิชา) 6.4 กฎหมายแรงงาน |
|---|---|
| ประเภทเอกสาร | www |
| ขนาดไฟล์ | ไม่ระบุ |
| คำค้น | คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ ๖๔๙/๒๕๖๓ |
| เผยแพร่/ปรับปรุง | 26/11/2022 / 26/11/2022 |
รายละเอียดเบื้องต้น
คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ ๖๔๙/๒๕๖๓
...โจทก์เจ็บป่วยด้วยโรคต่อมลูกหมากโตและเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล A และโรงพยาบาล B ตั้งแต่วันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๐ จริง ส่วนที่จำเลยที่ ๒ อ้างว่า ไม่เคยบอกให้โจทก์หยุดงานไปรักษาโรคให้หายแล้วกลับเข้ามาทำงานในตำแหน่งเดิมแต่อย่างใดนั้น
จำเลยที่ ๒ มีหนังสือประกาศแต่งตั้งผู้บริหารมีข้อความว่า โจทก์ไม่ได้มาปฏิบัติหน้าที่นานกว่า ๓ เดือน แล้ว (๙๑ วัน) เบื้องต้นได้รับแจ้งว่าป่วยจนถึงปัจจุบันไม่มีข่าวคืบหน้าว่า
เป็นอย่างไร
จึงไม่น่าเชื่อว่าจำเลยที่ ๒ จะไม่ทราบถึงสาเหตุที่โจทก์เจ็บป่วย และจำเลยที่ ๒ มิได้เลิกจ้างโจทก์เสียในทันทีถือว่าจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ทราบเหตุเจ็บป่วยของโจทก์มาแต่แรกและยินยอมโดยปริยายให้โจทก์ไปพักรักษาตัวจนหายจึงกลับไปทำงานดังเดิม
ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า โจทก์ละทิ้งหน้าที่เพราะเหตุทางร่างกายเจ็บป่วยด้วยโรคต่อมลูกหมากโต ถือว่า มีเหตุอันสมควร
ส่วนการที่โจทก์มิได้ปฏิบัติตามข้อบังคับของจำเลยที่ ๑ เรื่องไม่นำส่งใบรับรองแพทย์แก่จำเลยที่ ๑ นั้นก็เป็นเพียงกรณีที่โจทก์ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับ ของจำเลยที่ ๑ มิใช่เรื่องละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควร ซึ่งจำเลยที่ ๑ อาจลงโทษทางวินัยที่ไม่มีผลเป็นการเลิกจ้างได้
ดังนี้ ต้องถือว่าจำเลยที่ ๑ เลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรม