ประเด็น ข้อสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา ปี ๒๕๔๑
ประเด็น ข้อสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา ปี ๒๕๔๑
รายละเอียดเบื้องต้นเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติม รหัสผ่าน ความคิดเห็น และการดาวน์โหลดจะแสดงตามสิทธิ์สมาชิกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
| หมวดหมู่ | ข้อ2 อาญา (มาตรา136-205 204-275) |
|---|---|
| ประเภทเอกสาร | www |
| ขนาดไฟล์ | ไม่ระบุ |
| คำค้น | ประเด็น ข้อสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา ปี ๒๕๔๑ |
| เผยแพร่/ปรับปรุง | 03/08/2022 / 03/08/2022 |
รายละเอียดเบื้องต้น
ข้อสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา ปี ๒๕๔๑
บิดานายยอดถึงแก่กรรม นายยอดประสงค์จะเป็นผู้จัดการมรดกของบิดาจึงได้ ปรึกษากับนายยิ่งซึ่งเป็นเสมียนทนายความของสํานักงานทนายความแห่งหนึ่ง นายยิ่งให้คำปรึกษาว่าต้องยื่นคำร้องต่อศาลขอเป็นผู้จัดการมรดก และนายยิ่งได้นำใบแต่งทนายความ มาให้นายยอดลงลายมือชื่อ นายยอดอ่านและเขียนหนังสือไม่ได้จึงให้ภริยาลงลายมือชื่อนายยอดในใบแต่งทนายความโดยที่นายยิ่งห้ามไม่ทัน ต่อมานายยิ่งนำใบแต่งทนายความฉบับดังกล่าวไปให้นายเยี่ยมทนายความเพื่อทำคำร้องยื่นต่อศาล นายเยี่ยมไม่ทราบถึงการลงลายมือชื่อดังกล่าวจึงได้ทำคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกยื่นต่อศาลโดยเสนอใบแต่งทนายความฉบับนั้นเข้าไปพร้อมคำร้องขอด้วย
ให้วินิจฉัยว่า นายยิ่งและนายเยี่ยมจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานใดหรือไม่
ธงคำตอบ
ไม่มีกฎหมายให้อํานาจลงลายมือชื่อแทนกันได้ แม้เจ้าของลายมือชื่อ จะอนุญาตหรือให้ความยินยอมก็ตาม การที่ภริยานายยอดลงลายมือชื่อนายยอดแทนใน ใบแต่งตั้งทนายความ จึงเป็นการลงลายมือชื่อปลอม และการกระทำดังกล่าวก็เพื่อนำ ใบแต่งทนายความดังกล่าวไปยื่นต่อศาลผู้รับคำร้องไว้ไต่สวนดําเนินการพิจารณาต่อไปซึ่งน่าจะเกิดความเสียหายแก่ศาล ใบแต่งทนายความจึงเป็นเอกสารปลอม
นายยิ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการที่ภริยานายยอดลงลายมือชื่อนายยอดแทน นายยิ่งจึงไม่มีความผิดฐานปลอมเอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔ แต่นายยิ่งทราบเรื่องที่ภริยานายยอดลงลายมือชื่อปลอมแล้วยังนำใบแต่งทนายความ ไปมอบให้นายเยี่ยมยื่นต่อศาลพร้อมคำร้องก็ต้องถือว่านายยิ่งใช้เอกสารปลอมในประการ ที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ศาลแล้ว นายยิ่งจึงมีความผิดฐานใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๖๘ วรรคแรก ประกอบ มาตรา ๒๖๔ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๕๒๖/๒๕๒๕, ๖๕๘/๒๕๑๓)
ส่วนนายเยี่ยมไม่ทราบถึงข้อเท็จจริงที่ภริยานายยอดลงลายมือชื่อนายยอดแทน การที่นายเยี่ยมเสนอใบแต่งทนายความฉบับดังกล่าวพร้อมคำร้องยื่นต่อศาล จึงเป็นการกระทำโดยมิได้รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของความผิด การกระทำของนายเยี่ยม จึงขาดเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙ วรรคสาม นายเยี่ยมจึงไม่มีความผิดทางอาญาฐานใด (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๖๓๑๗/๒๕๓๔)
อ้างอิง รวมคำบรรยายเนติฯ 1/75 อาญา มาตรา209-287,367-398 (อ.วีระวัฒน์ ปวราจารย์) เล่มที่7