ข้ามไปยังเนื้อหา
LawSiam.com · คลังข้อมูลกฎหมายไทยร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ · เข้าสู่ระบบ

กฎหมายไทยและการเตรียมสอบ

ค้นคว้า อ่านทบทวน และเข้าถึงเอกสารกฎหมายได้เป็นระบบ

ฎีกาเด่น เน้นทุกสนามสอบ* วิ.อาญา ภาค1-2 อ.วิวัฒน์ วงศกิตติรักษ์ (ภาคค่ำ) เนติฯ สมัยที่ 71

ฎีกาเด่น เน้นทุกสนามสอบ* วิ.อาญา ภาค1-2 อ.วิวัฒน์ วงศกิตติรักษ์ (ภาคค่ำ) เนติฯ สมัยที่ 71

สิทธิ์การใช้งาน
รายละเอียดเบื้องต้นเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติม รหัสผ่าน ความคิดเห็น และการดาวน์โหลดจะแสดงตามสิทธิ์สมาชิกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
หมวดหมู่รวมฎีกา 5 ดาว เก็บตกฎีกาพิสดาร* วิ.อาญา ภาค 1-2 (ม. 1 - 156)
ประเภทเอกสารwww
ขนาดไฟล์ไม่ระบุ
คำค้นฎีกาเด่น เน้นทุกสนามสอบ* วิ.อาญา ภาค1-2 อ.วิวัฒน์ วงศกิตติรักษ์ (ภาคค่ำ) เนติฯ สมัยที่ 71
เผยแพร่/ปรับปรุง11/03/2019 / 12/03/2019

รายละเอียดเบื้องต้น

ฎีกาเด่น เน้นทุกสนามสอบ* วิ.อาญา ภาค1-2 อ.วิวัฒน์ วงศกิตติรักษ์ (ภาคค่ำ) เนติฯ สมัยที่ 71

 

คำพิพากษาฎีกาที่ 1000/2512 (ประชุมใหญ่) แม้พนักงานอัยการโจทก์มิได้อุทธรณ์. แต่โจทก์ร่วมได้อุทธรณ์และฎีกาต่อมา. ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 2(14) อธิบายคำว่า 'โจทก์' ไว้ว่า. หมายความถึงพนักงานอัยการหรือผู้เสียหายซึ่งฟ้องคดีอาญาต่อศาล หรือทั้งคู่ในเมื่อพนักงานอัยการและผู้เสียหายเป็นโจทก์ร่วมกัน. ดังนั้น โจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการต่างจึงมีฐานะเป็นโจทก์ด้วยกัน. เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ซึ่งศาลชั้นต้นสั่งงดไม่สืบต่อไปให้เสร็จ. พนักงานอัยการโจทก์จึงมีสิทธินำสืบต่อไปได้. ศาลอุทธรณ์จึงฟังพยานที่นำสืบต่อไปนั้นวินิจฉัยคดีได้

 

คำพิพากษาฎีกาที่ 14230/2557 โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นอาของผู้ตายโดยเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกับบิดาของผู้ตาย ส่วนจำเลยเป็นน้าของผู้ตาย โดยเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับมารดาของผู้ตาย เมื่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629 รวมทั้งบรรพ 5 ว่าด้วยครอบครัวและบรรพ 6 ว่าด้วยมรดกมิได้กำหนดว่าการเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน ปูย่าตายายและลุงป้าน้าอาตาม มาตรา 1629 (3) (4) (5) และ 6) จะต้องชอบด้วยกฎหมาย ดังนี้ต้องถือตามความเป็นจริง เมื่อโจทก์เป็นอาของผู้ถือเป็นทายาทโดยธรรมของผู้ตายตาม มาตรา 1629 (6) แม้บิดามารดา ของผู้ตายจะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่เมื่อการเป็นทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629 (6) ถือตามความเป็นจริง และข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้ตาย ถึงแก่ความตายโดยไม่มีทายาทโดยธรรมลำดับที่ 1 ถึงที่ 5 โจทก์ย่อมมีสิทธิรับมรดกของผู้ตายตาม มาตรา 1620 มาตรา 1629 และมาตรา 1630 เมื่อจำเลยปลอมพินัยกรรมของผู้ตายโดยระบุว่า พินัยกรรมดังกล่าวผู้ตายยกทรัพย์มรดกให้แก่จำเลยแต่ผู้เดียว โจทก์ซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมจึงเป็นบุคคลซึ่งได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดดังกล่าวของจำเลยโดยตรง จึงเป็นผู้เสียหายมีอำนาจฟ้อง

 

คำพิพากษาฎีกาที่ 6966-6967/2558 เงินที่จำเลยทั้งสองกับพวกได้ไปตามฟ้องโจทก์ แม้เป็นเงินที่เจ้าหน้าที่ธนาคาร ก. กับธนาคาร ท. ทำพิธีทางการบัญชีของธนาคารหักจากบัญชีของโจทก์ร่วมก็ตาม แต่เป็นเพราะโจทก์ยืนยันตามฟ้องว่าจำเลยทั้งสองกับพวกนำใบถอนเงินซึ่งประทับตราสำคัญของโจทก์ร่วมที่เป็นตราประทับปลอมไปหลอกลวงจนกระทั่งเจ้าหน้าที่ธนาคารหลงเชื่อ เงินที่จำเลยทั้งสองกับพวกได้รับไปตามฟ้องจึงเป็นเงินของธนาคาร ก. กับธนาคาร ท. มิใช่เงินของโจทก์ร่วมตาม ป.พ.พ. มาตรา 672 ดังนี้โจทก์ร่วมไม่ใช่ผู้เสียหายในความผิดฐานฉ้อโกงกับฐานรับของโจร เมื่อไม่ปรากฏว่าธนาคารทั้งสองซึ่งเป็นเจ้าของเงินได้ร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสองกับพวก พนักงานอัยการโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องในความผิดฐานฉ้อโกงกับฐานรับของโจร แม้ความผิดฐานรับของโจรเป็นความผิดต่อแผ่นดินซึ่งพนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนโดยไม่มีการร้องทุกข์ก็ตาม แต่โจทก์ร่วมไม่ใช่เจ้าของเงินและไม่ใช่ผู้เสียหายจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลฎีกาให้เพิกถอนคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่อนุญาตให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด ต. เข้าร่วมเป็นโจทก์ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงกับฐานร่วมกันรับของโจร และยกคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในความผิดฐานดังกล่าวเสียด้วย เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาว่าความผิดฐานฉ้อโกงกับฐานรับของโจรเป็นฟ้องที่ขัดกันเป็นฟ้องเคลือบคลุมและจำเลยทั้งสองไม่มีความผิดฐานร่วมกันยักยอก เท่ากับศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงกับฐานรับของโจรและฐานยักยอก พนักงานอัยการโจทก์ไม่ฎีกา โจทก์ร่วมซึ่งมิใช่ผู้เสียหายย่อมไม่มีอำนาจยื่นฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดฐานฉ้อโกงกับฐานรับของโจรตามฟ้อง

 

คำพิพากษาฎีกาที่ 7583/2560 ขณะเกิดเหตุ อ. ไปที่ห้องพักของเพื่อนซึ่งอยู่ใกล้เคียงหรือเยื้องกับห้องพักที่ อ. กับ ภ. เช่าอยู่ แม้ อ. ไม่ได้ส่งมอบการครอบครองหรือฝากคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คไว้กับ ภ. จึงเป็นกรณีที่ อ. ให้ ภ. ช่วยดูแลคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คชั่วคราวเฉพาะเหตุหรือชั่วระยะเวลาที่ อ. ไปห้องพักของเพื่อน ถือว่าคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คยังอยู่ในความครอบครองของ อ. เมื่อจำเลยชิงทรัพย์ดังกล่าวไป อ. เป็นผู้เสียหาย มิใช่ ภ. เป็นผู้เสียหายตามฟ้อง

ข้อมูลความรู้เพิ่มเติมสงวนสำหรับสมาชิกที่เข้าสู่ระบบและมีสิทธิ์ใช้งาน
เข้าสู่ระบบเพื่อดูสิทธิ์ดาวน์โหลดผู้เข้าชม 651 ครั้ง · หน้าอ่านนี้ไม่เพิ่ม pageview ระหว่างการตรวจ