ข้ามไปยังเนื้อหา
LawSiam.com · คลังข้อมูลกฎหมายไทยร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ · เข้าสู่ระบบ

กฎหมายไทยและการเตรียมสอบ

ค้นคว้า อ่านทบทวน และเข้าถึงเอกสารกฎหมายได้เป็นระบบ

ฎีกาเด่น เน้นทุกสนามสอบ กฎหมายลักษณะพยาน (ในคดีแพ่ง) อ.เข็มชัย ชุติวงศ์ เนติฯ สมัยที่ 71

ฎีกาเด่น เน้นทุกสนามสอบ กฎหมายลักษณะพยาน (ในคดีแพ่ง) อ.เข็มชัย ชุติวงศ์ เนติฯ สมัยที่ 71

สิทธิ์การใช้งาน
รายละเอียดเบื้องต้นเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติม รหัสผ่าน ความคิดเห็น และการดาวน์โหลดจะแสดงตามสิทธิ์สมาชิกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
หมวดหมู่รวมฎีกา 5 ดาว เก็บตกฎีกาพิสดาร* กฎหมายพยานหลักฐาน ในคดีแพ่ง
ประเภทเอกสารwww
ขนาดไฟล์ไม่ระบุ
คำค้นฎีกาเด่น เน้นทุกสนามสอบ กฎหมายลักษณะพยาน (ในคดีแพ่ง) อ.เข็มชัย ชุติวงศ์ เนติฯ สมัยที่ 71
เผยแพร่/ปรับปรุง11/03/2019 / 11/03/2019

รายละเอียดเบื้องต้น

ฎีกาเด่น เน้นทุกสนามสอบ กฎหมายลักษณะพยาน (ในคดีแพ่ง) อ.เข็มชัย ชุติวงศ์ เนติฯ สมัยที่ 71

 

       คำพิพากษาฎีกาที่ 6937/2557 ตามคำฟ้องโจทก์ระบุว่า วันที่ 16 มีนาคม 2543 โจทก์ขายที่ดินพิพาทให้จำเลยในราคา 280,000 บาท ต่อมาจำเลยชำระเงินไถ่ถอนจำนองให้ธนาคารแทนโจทก์ไป 130,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 150,000 บาท จำเลยไม่ชำระ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่าในวันทำสัญญาซื้อขายโจทก์ส่งมอบที่ดินพิพาทให้จำเลยครอบครองและรับเงินไปจำนวน 280,000 บาทครบถ้วนแล้ว แต่ทางพิจารณาจำเลยนำสืบว่าก่อนทำสัญญาหนึ่งสัปดาห์จำเลยชำระราคาให้โจทก์ 150,000 บาท ส่วนที่เหลือ 130,000 บาท โจทก์ให้จำเลยชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองแทนโจทก์เป็นการเจือสมกับที่โจทก์นำสืบว่าจำเลยชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองแทนโจทก์เป็นเงิน 130,000 บาท ดังนั้น แม้หนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทตามข้อ 3 จะระบุว่าผู้ขายได้รับชำระราคาครบถ้วนแล้วในวันทำสัญญา แต่สัญญาข้อ 5 กับระบุว่าผู้ขายจะโอนกรรมสิทธิ์เมื่อได้ไถ่ถอนจำนองจากธนาคารและแบ่งแยกแล้ว จึงขัดแย้งกันเองโจทก์จึงสามารถนำสืบเพื่ออธิบายข้อความที่ขัดแย้งกันดังกล่าวได้หาใช่เป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในสัญญาซื้อขายอันจะต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94(ข) ไม่

       คดีนี้โจทก์ฟ้องและนำสืบว่าโจทก์ตกลงขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยในราคา 280,000 บาท จำเลยชำระราคาโดยการไถ่ถอนที่ดินแทนโจทก์ไปเป็นเงิน 130,000 บาท ที่เหลือ 150,000 บาท จำเลยไม่ชำระ โจทก์จึงบอกเลิกสัญญา ส่วนจำเลยให้การและฟ้องแย้งว่าได้ชำระเงินให้โจทก์ครบถ้วนแล้วในวันทำสัญญาซื้อขายซึ่ง ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสอง บัญญัติว่า “ให้จำเลยแสดงโดยชัดแจ้งในคำให้การว่า จำเลยยอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้นหรือแต่บางส่วนรวมทั้งเหตุแห่งการนั้น” การที่จำเลยนำสืบว่าก่อนทำสัญญาซื้อขายที่ดินประมาณ 1 สัปดาห์ จำเลยได้ชำระราคาที่ดินให้โจทก์ 150,000 บาท ที่เหลือ 130,000 บาท โจทก์ตกลงให้จำเลยไถ่ถอนจำนองที่ดินแทนโจทก์ จึงถือว่าเป็นการนำสืบข้อเท็จจริงนอกคำให้การ ต้องห้ามศาลรับฟังตาม ป.วิ.พ. มาตรา 87(1)

 

คำพิพากษาฎีกาที่ 34/2561 สัญญากู้ยืมเงินเป็นสัญญายืมใช้สิ้นเปลือง จะบริบูรณ์ก็ต่อเมื่อมีการส่งมอบทรัพย์สินที่ยืมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 650 วรรคสอง จำเลยให้การว่าจำเลยไม่ได้รับเงิน ตามสัญญากู้เงิน จึงเป็นสัญญาที่ไม่สมบูรณ์ สัญญากู้เงินเกิดจากการฉ้อฉลโดยโจทก์บีบบังคับหลอกลวงจำเลยลงลายมือชื่อโดยไม่ได้มีเจตนาผูกพันตามสัญญากู้เงิน ถือว่าเป็นการปฏิเสธอ้างเหตุความไม่สมบูรณ์แห่งหนี้ เป็นคำให้การที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 177 วรรคสองคดีมีประเด็นที่จำเลยจะสืบพยานให้เห็นถึงความไม่สมบูรณ์แห่งหนี้ได้ การที่จำเลยนำสืบว่าจำเลยไม่ได้รับเงินตามสัญญากู้เงิน เป็นการนำสืบถึงความไม่สมบูรณ์แห่งหนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94 วรรคท้าย จำเลยจึงสามารถนำสืบได้

ข้อมูลความรู้เพิ่มเติมสงวนสำหรับสมาชิกที่เข้าสู่ระบบและมีสิทธิ์ใช้งาน
เข้าสู่ระบบเพื่อดูสิทธิ์ดาวน์โหลดผู้เข้าชม 650 ครั้ง · หน้าอ่านนี้ไม่เพิ่ม pageview ระหว่างการตรวจ