เน้นฎีกาใหม่ ที่น่าสนใจ* วิชา ยืม ค้ำประกัน จำนอง จำนำ 22 พ.ค 66 อ. ปัญญาฯ ครั้งที่ 1 สัปดาห์ที่1
เน้นฎีกาใหม่ ที่น่าสนใจ* วิชา ยืม ค้ำประกัน จำนอง จำนำ 22 พ.ค 66 อ. ปัญญาฯ ครั้งที่ 1 สัปดาห์ที่1
เนื้อหาส่วนต้นเปิดให้อ่านเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติมและไฟล์ดาวน์โหลดจะแสดงตามสิทธิ์ Thaibar1-Pang ของสมาชิกที่เข้าสู่ระบบและยังใช้งานได้
| หมวดหมู่ | ข้อที่ 5 ยืม ค้ำประกัน จำนอง จำนำ |
|---|---|
| ประเภทไฟล์ | www |
| ขนาด | ไม่ระบุ |
| คำค้น | เน้นฎีกาใหม่ ที่น่าสนใจ* วิชา ยืม ค้ำประกัน จำนอง จำนำ 22 พ.ค 66 อ. ปัญญาฯ ครั้งที่ 1 สัปดาห์ที่1 |
รายละเอียดเบื้องต้น
เน้นฎีกาใหม่ ที่น่าสนใจ* วิชา ยืม ค้ำประกัน จำนอง จำนำ
22 พ.ค 66 อ. ปัญญาฯ ครั้งที่ 1 สัปดาห์ที่1
-------------
กรณีหนังสือรับสภาพหนี้ตามสัญญายืมเงินที่นำไปใช้ในกิจการของผู้ฟ้องคดีทั้งสิ้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 409/2565 มหาวิทยาลัยโจทก์ให้จำเลยยืมเงินไปเพื่อสำรองจ่ายในการปฏิบัติการตามโครงการ และกิจกรรมของศูนย์บริการวิชาการมนุษยศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ ซึ่งเป็นส่วนงานหนึ่งของโจทก์ สัญญายืมเงินแต่ละฉบับ จำเลยทำในฐานะพนักงานของโจทก์ซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการมนุษยศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ ดังนั้นการที่จำเลยยืมเงินไปจากโจทก์แต่ละครั้งก็เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในกิจการของโจทก์ทั้งสิ้น มิใช่นำไปใช้สอยอันเป็นประโยชน์ของจำเลยผู้ยืมเองเช่นอย่างสัญญายืมใช้คงรูปหรือยืมใช้สิ้นเปลืองตาม ป.พ.พ.มาตรา 640 และมาตรา 650 นิติสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยหาได้ผูกพันกันในลักษณะยืมไม่ แม้จำเลยมีหน้าที่ที่จะต้องนำส่งใบสำคัญคู่จ่ายและเงินที่เหลือส่งคืนแก่โจทก์ตามประกาศโจทก์ ก็เป็นหลักปฎิบัติงานกันภายในของโจทก์ซึ่งเป็นหน่วยงานกับพนักงาน จำเลยมิได้อยู่ในฐานะผู้ยืมและโจทก์อยู่ในฐานะผู้ให้ยืมตามฟ้อง
สรุปประเด็น
1. ป.พ.พ.มาตรา 640 บัญญัติว่า “อันว่ายืมใช้คงรูปนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่าผู้ให้ยืม ให้บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่าผู้ยืม ใช้สอยทรัพย์สินสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เปล่า และผู้ยืมตกลงว่าจะคืนทรัพย์สินนั้นเมื่อได้ใช้สอยเสร็จแล้ว”
2. ป.พ.พ.มาตรา 650 บัญญัติว่า “อันว่ายืมใช้สิ้นเปลืองนั้น คือสัญญาซึ่งผู้ให้ยืมโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินชนิดใช้ไปสิ้นไปนั้นเป็นปริมาณมีกำหนดให้ไปแก่ผู้ยืม และผู้ยืมตกลงว่าจะคืนทรัพย์สินเป็นประเภท ชนิด และปริมาณเช่นเดียวกันให้แทนทรัพย์สินซึ่งให้ยืมนั้น”
3. ข้อเท็จจริง ระหว่างปฏิบัติงานจำเลยทำสัญญายืมเงินจากโจทก์ไปใช้ในกิจกรรมหลายโครงการของโจทก์ ซึ่งจำเลยจะต้องนำใบสำคัญคู่จ่ายพร้อมกับเงินที่เหลือจ่าย(ถ้ามี)ส่งใช้ให้แก่โจทก์ภายใน 30 วัน นับจากวันดำเนินการสิ้นสุดลง แต่จำเลยนำใบสำคัญคู่จ่ายพร้อมกับเงินที่เหลือจ่ายส่งใช้ยืมคืนแก่โจทก์ไม่ครบถ้วนตามสัญญายืม
4. วันที่ 21 ตุลาคม 2558 จำเลยได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้โดยยอมรับว่ามีหนี้สินคงค้างในสถานะลูกหนี้เงินยืมทดรองจ่ายหน่วยงาน และจะชำระภายในวันที่ 31ตุลาคม 2558 แต่จำเลยไม่ชำระ โจทก์จึงมาฟ้องเป็นคดีนี้
5. ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับให้จำเลยชำระเงินตามฟ้อง
6. ในทางพิจารณาได้ความว่า การปฏิบัติงานของจำเลยมิได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ การที่จำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญาจ้างหรือประกาศโจทก์ที่จะต้องส่งใบสำคัญคู่จ่ายพร้อมเงินที่เหลือจ่ายคืนเพื่อหักล้างบัญชีเงินยืมนั้น จึงมิใช่เรื่องที่โจทก์จะฟ้องกล่าวหาให้จำเลยรับผิดในมูลหนี้สัญญายืมเงินได้ หนังสือรับสภาพหนี้หาได้มีมูลหนี้เงินกู้ยืมที่จำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์ ศาลฎีกาพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์