เน้นประเด็น* คำบรรยาย กฎหมายทรัพย์ - ที่ดิน (ภาคปกติ) อ.พฤฒิพรฯ ครั้งที่1 สมัยที่ 75
เน้นประเด็น* คำบรรยาย กฎหมายทรัพย์ - ที่ดิน อ.พฤฒิพรฯ ครั้งที่1 สมัยที่ 75
เนื้อหาส่วนต้นเปิดให้อ่านเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติมและไฟล์ดาวน์โหลดจะแสดงตามสิทธิ์ Thaibar1-Pang ของสมาชิกที่เข้าสู่ระบบและยังใช้งานได้
| หมวดหมู่ | ข้อที่ 1 ทรัพย์และที่ดิน |
|---|---|
| ประเภทไฟล์ | |
| ขนาด | 483.21 KB |
| คำค้น | เน้นประเด็น* คำบรรยาย กฎหมายทรัพย์ - ที่ดิน อ.พฤฒิพรฯ ครั้งที่1 สมัยที่ 75 |
รายละเอียดเบื้องต้น
เน้นประเด็น* คำบรรยาย กฎหมายทรัพย์ - ที่ดิน (ภาคปกติ) อ.พฤฒิพรฯ ครั้งที่1 สมัยที่ 75
---------------------------------------------------------------------
สกัดหลักกฎหมาย สรุป เจาะประเด็น ฎีกา 5 ดาว เตรียมสอบ* คำบรรยายเนติฯ ภาค 1 สมัยที่ 75
ข้อ 1. กฎหมายทรัพย์ - ที่ดิน (ภาคปกติ) ครั้งที่1
วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 อ.พฤฒิพร เนติโพธิ์
---------------------------------------------------------------------
(จับประเด็นคำบรรยาย* ประโยคทอง (Key words Law) วลีกฎหมายที่ควรเขียนตอบข้อสอบ)
รายละเอียดพอสังเขป :-
- ถอดคำบรรยายเนติฯ ภาคปกติ พร้อมเน้นประเด็น ครบทุกคาบทุกวิชา เก็งก่อนสอบรายข้อ*
- สำหรับทบทวนคำบรรยายอ่านกระชับ เน้นประเด็น Update! จากห้องบรรยายเนติบัณฑิต
- สกัดหลักกฎหมาย-เจาะประเด็นคำบรรยาย จำแนกออกเป็นเรื่อง/กลุ่ม เพื่อง่ายต่อการสืบค้น ท่องจำ*
- เจาะประเด็นสำคัญ อาจารย์เน้นย้ำประเด็นที่น่าออกสอบ ตัวอย่างข้อสอบ ฎีกาเด่น ฎีกาเก็ง พร้อมออกสอบ*
- ทยอยอัพเดท... ทันก่อนสอบ เก็บประเด็น จนถึงวันก่อนสอบ 1-2 วัน พร้อมเก็บตกก่อนสอบ*
คำพิพากษาฎีกาใหม่*
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๕๓๐/๒๕๖๓ โจทก์ได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทเนื่องมาจากการซื้อที่ดินพิพาทจาก ห. ตั้งแต่ปี ๒๕๓๓ แล้ว และที่ดินพิพาทขณะนั้น เป็นเพียงที่ดินมีสิทธิครอบครองการซื้อขายย่อมสมบูรณ์เพียงมีการส่งมอบการครอบครองตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๗๘ แม้ที่ดินพิพาทมีข้อกำหนดห้ามโอนภายใน ๕ ปี ตาม พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. ๒๕๑๑ มาตรา ๑๒ นับแต่วัน ที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๐ โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทเมื่อปี ๒๕๓๓ ยังอยู่ภายในกำหนดเวลาห้ามโอนตามกฎหมาย มีผลทำให้การโอนที่ดินพิพาทเป็นโมฆะ ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๕๐ แต่เมื่อโจทก์ได้เข้าครอบครองที่ดินพิพาทตลอดมาจนล่วงเลยระยะเวลาห้ามโอนต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน การครอบครองที่ดินพิพาทของโจทก์จึงเป็นการยึดถือโดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตน ย่อมได้ซึ่งสิทธิครอบครอง ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๖๗ นับแต่วันพ้นกำหนดระยะเวลาห้ามโอน คือนับแต่วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๕ เป็นต้นไป ซึ่งเป็นการโต้แย้งสิทธิของจำเลยที่ ๑ แล้ว โจทก์จึงได้สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท การที่จำเลยที่ ๑ นำที่ดินพิพาทไปขอออกโฉนดที่ดิน จึงเป็นการออกโฉนดที่ไม่ชอบ ฉะนั้นแม้จะมีการจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ ๒ ไม่ว่าจำเลยที่ ๒ จะสุจริตและเสียค่าตอบแทนก็หาได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๘๑๑/๒๕๖๓ คดีแพ่งเรื่องใดจะเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาหรือไม่ต้องพิจารณาว่าความรับผิดในคดีแพ่งมีมูลมาจากการกระทำความผิดอาญาหรือไม่ ถ้ามีมูลมาจากการกระทำความผิดอาญาก็เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา
คดีอาญาของศาลชั้นต้น นอกจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองในความผิดฐานแจ้งความเท็จแก่เจ้าพนักงาน และแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จแล้ว โจทก์ยังฟ้องจำเลยที่ ๒ ในความผิดฐานบุกรุกด้วย แม้คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยที่ ๒ เพื่อบังคับตามสิทธิเรียกร้องทางแพ่งซึ่งมิได้มีมูลมาจากการกระทำความผิดอาญาฐานแจ้งความเท็จแก่เจ้าพนักงานและแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ แต่ก็มีมูลมาจากการกระทำความผิดอาญาฐานบุกรุกของจำเลยที่ ๒ จึงเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาซึ่งคู่ความในคดีอาญากับคู่ความในคดีนี้เป็นคู่ความเดียวกันข้อเท็จจริงที่ว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทหรือไม่ ก็เป็นประเด็นโดยตรงในคดีอาญาและคำพิพากษาคดีอาญาได้วินิจฉัยไว้โดยชัดแจ้งทั้งคดีอาญาดังกล่าวถึงที่สุดแล้วโดยศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาภายหลังจากโจทก์ยื่นฎีกาคดีนี้ดังนั้น ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๔๖ เมื่อคดีอาญาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ ขายที่ดินพิพาทให้แก่ จ. โดยแสดงเจตนาสละการครอบครองและส่งมอบการครอบครองให้แก่ จ. แต่ไม่อาจเชื่อได้ว่า จ. ขายที่ดินพิพาทให้แก่ ด. โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับโอนที่ดินพิพาทจาก ด. ไม่ได้สิทธิครอบครองที่ดินพิพาท คดีนี้ศาลฎีกาจึงต้องฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ไม่ได้เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทโจทก์ย่อมไม่มีอำนาจฟ้อง ส่วนจำเลยที่ ๑ ได้ขายที่ดินพิพาทให้แก่จ. โดยแสดงเจตนาสละการครอบครองและส่งมอบการครอบครองให้แก่ จ. แล้ว จ. จึงได้ไปซึ่งสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทจำเลยที่ ๑ ไม่ได้เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทอีกต่อไป การที่จำเลยที่จดทะเบียนขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ ๒ ภายหลังจากนั้น จำเลยที่ ๒ ย่อมไม่ได้ไปซึ่งสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทแต่อย่างใดตามหลักผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน จำเลยที่ ๒ จึงไม่มีอำนาจฟ้องแย้งเช่นกัน