มาตราที่ออกสอบ ผู้ช่วยผู้พิพากษา ข้อ 8 วิแพ่ง (มาตรา 193 ทวิ)
มาตราที่ออกสอบ ผู้ช่วยผู้พิพากษา ข้อ 8 วิแพ่ง (มาตรา 193 ทวิ)
รายละเอียดเบื้องต้นเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติม รหัสผ่าน ความคิดเห็น และการดาวน์โหลดจะแสดงตามสิทธิ์สมาชิกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
| หมวดหมู่ | ข้อ8 วิแพ่ง ภาค2 วิธีพิจารณาในศาลชั้นต้น (มาตรา 189 -222) |
|---|---|
| ประเภทเอกสาร | www |
| ขนาดไฟล์ | ไม่ระบุ |
| คำค้น | มาตราที่ออกสอบ ผู้ช่วยผู้พิพากษา ข้อ 8 วิแพ่ง (มาตรา 193 ทวิ) |
| เผยแพร่/ปรับปรุง | 13/01/2021 / 13/01/2021 |
รายละเอียดเบื้องต้น
มาตราที่ออกสอบ ผู้ช่วยผู้พิพากษา ข้อ 8 วิแพ่ง
มาตรา ๑๙๓ ทวิ[1] (ออกสอบ ข้อ ๘ ปี ๒๕๕๕ วรรคหนึ่ง + วรรคสอง, ๒๕๕๗ ,๒๕๖๒ วรรคหนึ่ง + วรรคสอง) ในคดีมโนสาเร่ เมื่อโจทก์ได้ทราบคำสั่งให้มาศาลตามมาตรา ๑๙๓ แล้วไม่มาในวันนัดพิจารณาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้เลื่อนคดีให้ถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความ (ออกสอบ ข้อ ๘ ปี ๒๕๕๕ , ๒๕๕๗)
เมื่อจำเลยได้รับหมายเรียกให้มาศาลตามมาตรา ๑๙๓ แล้วไม่มาในวันนัดพิจารณาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาลให้เลื่อนคดี ถ้าจำเลยไม่ได้ยื่นคำให้การไว้ให้ถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งโดยนำมาตรา ๑๙๘ ทวิ มาใช้บังคับโดยอนุโลม แต่ถ้าจำเลยได้ยื่นคำให้การไว้ก่อนหรือในวันนัดดังกล่าว ให้ถือว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา และให้บังคับตามมาตรา ๒๐๔ มาตรา ๒๐๕ มาตรา ๒๐๖ และมาตรา ๒๐๗ และไม่ว่าจะเป็นกรณีใด ถ้าศาลมีคำสั่ง ให้สืบพยานก็ให้ศาลดำเนินการต่อไปตามมาตรา ๑๙๓ ตรี มาตรา ๑๙๓ จัตวา และมาตรา ๑๙๓ เบญจ (ออกสอบ ข้อ ๘ ปี ๒๕๕๕ ,๒๕๖๒)
[1] มาตรา ๑๙๓ ทวิ แก้ไขเพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๒๔) พ.ศ. ๒๕๕๑
สกัดหลัก เจาะประเด็น คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ
มาตรา ๑๙๓ ทวิ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “ในคดีมโนสาเร่ เมื่อโจทก์ได้ทราบคำสั่งให้มาศาลตามมาตรา ๑๙๓ แล้วไม่มาในวันนัดพิจารณาโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก ศาลให้เลื่อนคดีให้ถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความ”
การฟ้องคดีมโนสาเร่ ศาลจะออกหมายเรียกแบบคดีมโนสาเร่ ด้วยการกำหนดวันนัดพิจารณา และมีข้อความให้จำเลยไปศาลเพื่อการไกล่เกลี่ย ให้การแก้ข้อหาแห่งคดี และสืบพยาน หากโจทก์ไม่ไปศาลและไม่ได้รับอนุญาตให้เลื่อนคดี กฎหมายให้ถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปให้ศาลจำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความ อันมีผลให้
ก. โจทก์อุทธรณ์คำสั่งได้ หากเป็นคดีสามัญกรณีที่โจทก์ไม่มาศาลย่อมต้องด้วยมาตรา ๒๐๓ ห้ามโจทก์ยื่นอุทธรณ์แต่ในคดีมโนสาเร่ มาตราดังกล่าวไม่ได้ถูกนำมาใช้ โจทก์จึงอุทธรณ์คำสั่งจำหน่ายคดีได้ ตามมาตรา ๒๒๓
ข. โจทก์ขอพิจารณาใหม่ไม่ได้ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๕๗๘/๒๕๔๗, ๑๐๐๑๕/๒๕๕๖) การที่ในคดีมโนสาเร่ไม่ได้นํามาตรา ๒๐๒ ในเรื่องการขาดนัดพิจารณามาใช้บังคับ และในคดีมโนสาเร่กำหนดให้ศาลจำหน่ายคดีโดยไม่มีการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียวดังเช่นคดีสามัญ จึงไม่มีการพิจารณาคดี ดังนั้น จึงไม่มีอะไรจะพิจารณาหรือพิจารณาใหม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๕๗๘/๒๕๔๗ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชําระเงินกู้ยืมและจำนอง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิจารณาคดีเป็นคดีไม่มีข้อยุ่งยาก จำเลยให้การต่อสู้คดี ครั้นถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์ไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องหรือร้องขอเลื่อนคดี ต้องถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๙๓ ทวิ วรรคหนึ่งได้ กรณีเช่นนี้ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้โจทก์มีคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้ ดังนั้น โจทก์จึงไม่อาจยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ (อ่านต่อ...)