มาตราที่ออกสอบ ผู้ช่วยผู้พิพากษา ข้อ 6 วิแพ่ง (มาตรา 144)
มาตราที่ออกสอบ ผู้ช่วยผู้พิพากษา ข้อ 6 วิแพ่ง (มาตรา 144)
รายละเอียดเบื้องต้นเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติม รหัสผ่าน ความคิดเห็น และการดาวน์โหลดจะแสดงตามสิทธิ์สมาชิกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
| หมวดหมู่ | ข้อ6 วิแพ่ง ภาค1 บททั่วไป (มาตรา 131-169/3 และมาตรา173 วรรคสอง (1) |
|---|---|
| ประเภทเอกสาร | www |
| ขนาดไฟล์ | ไม่ระบุ |
| คำค้น | มาตราที่ออกสอบ ผู้ช่วยผู้พิพากษา ข้อ 6 วิแพ่ง (มาตรา 144) |
| เผยแพร่/ปรับปรุง | 12/01/2021 / 12/01/2021 |
รายละเอียดเบื้องต้น
มาตราที่ออกสอบ ผู้ช่วยผู้พิพากษา ข้อ 6 วิแพ่ง
มาตรา ๑๔๔ (ออกสอบ ข้อ ๖ ปี ๒๕๔๑ , ๒๕๔๙ ,๒๕๕๑, ๒๕๕๗ ,๒๕๕๘ ,๒๕๕๙ , ๒๕๖๐ ,ข้อ ๗ ปี ๒๕๕๓) เมื่อศาลใดมีคำพิพากษา หรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดคดีหรือในประเด็นข้อใดแห่งคดีแล้ว ห้ามมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลนั้นอันเกี่ยวกับคดีหรือประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้วนั้น เว้นแต่กรณีจะอยู่ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วย
(๑) การแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยอื่น ๆ ตามมาตรา ๑๔๓
(๒) การพิจารณาใหม่แห่งคดีซึ่งได้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินไปฝ่ายเดียว ตามมาตรา ๒๐๙ และคดีที่เอกสารได้สูญหายหรือบุบสลายตามมาตรา ๕๓
(๓) การยื่น การยอมรับ หรือไม่ยอมรับ ซึ่งอุทธรณ์หรือฎีกาตามมาตรา ๒๒๙ และ ๒๔๗ และการดำเนินวิธีบังคับชั่วคราวในระหว่างการยื่นอุทธรณ์ หรือฎีกาตามมาตรา ๒๕๔ วรรคสุดท้าย
(๔) การที่ศาลฎีกาหรือศาลอุทธรณ์ส่งคดีคืนไปยังศาลล่างที่ได้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีนั้น เพื่อให้พิพากษาใหม่หรือพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามมาตรา ๒๔๓
(๕)[1] การบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งตามมาตรา ๒๗๑
ทั้งนี้ ไม่เป็นการตัดสิทธิในอันที่จะบังคับตามบทบัญญัติแห่งมาตรา ๑๖ และ ๒๔๐ ว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยศาลอื่นแต่งตั้ง
[1] มาตรา ๑๔๔ (๕) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๖๐
คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ
กรณีทั้งสองคดีมีประเด็นอย่างเดียวกันว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิดสัญญา แม้คดีหลังโจทก์จะฟ้องเรียกค่าเสียหายเพิ่มจากคดีก่อน การที่จะพิจารณาเรื่องค่าเสียหาย ศาลก็ต้องพิจารณาเสียก่อนว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิดสัญญา จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ
คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๓๒๖/๒๕๕๙ คดีก่อนจำเลยฟ้องโจทก์และโจทก์ร่วมเป็นจำเลย ขอให้บังคับโจทก์และโจทก์ร่วมปฏิบัติตามสัญญาเช่าโดยอ้างว่า โจทก์และโจทก์ ร่วมเป็นฝ่ายผิดสัญญาเช่าดังกล่าว ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การชําระหนี้ในการปฏิบัติตามสัญญาเช่ากลายเป็นพ้นวิสัย ถือไม่ได้ว่าจำเลยคดีนี้เป็นฝ่ายผิดสัญญา การที่โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ขอให้บังคับจำเลยคดีนี้ให้ชดใช้ค่าเสียหายอันเนื่องมาจากจำเลยผิดสัญญาเช่าฉบับเดียวกัน ดังนั้น คดีนี้กับคดีก่อนเป็นคู่ความเดียวกันประเด็นแห่งคดีที่ต้องวินิจฉัย คดีนี้กับคดีก่อนก็เป็นประเด็นที่ต้องวินิจฉัยอย่างเดียวกันว่า โจทก์หรือจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา แม้คดีนี้โจทก์จะฟ้องเรียกค่าเสียหายต่อชื่อเสียงของโจทก์เพิ่มมาจากคดีก่อน การที่พิจารณาเรื่องค่าเสียหายดังกล่าว ศาลก็ต้องวินิจฉัยเสียก่อนว่า ฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิดสัญญา ประเด็นเรื่องค่าเสียหายที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว จึงเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาสืบเนื่องจากประเด็นเรื่องผิดสัญญาเช่าหรือไม่ เมื่อศาลอุทธรณ์ในคดีก่อนได้ วินิจฉัยแล้วว่าจำเลยคดีนี้ไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา การที่โจทก์ฟ้องคดีนี้จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาอันเกี่ยวกับคดีหรือประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้วอันเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๔ เมื่อความปรากฏต่อศาลฎีกาว่า คดีก่อนศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ผลของคำพิพากษาศาลฎีกาคดีก่อนย่อมผูกพันทั้งโจทก์ โจทก์ร่วมและจำเลย ในคดีนี้ด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๕ วรรคหนึ่ง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง