เน้นประเด็น ข้อสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา วิชาเลือก กฎหมายเกี่ยวกับคดีเยาวชนและครอบครัว (ปี พ.ศ. 2554)
เน้นประเด็น ข้อสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา วิชา กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว
รายละเอียดเบื้องต้นเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติม รหัสผ่าน ความคิดเห็น และการดาวน์โหลดจะแสดงตามสิทธิ์สมาชิกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
| หมวดหมู่ | ข้อ6 วิชาเลือก (เลือก 1 วิชา) 6.1 กฎหมายเยาวชนฯ |
|---|---|
| ประเภทเอกสาร | www |
| ขนาดไฟล์ | ไม่ระบุ |
| คำค้น | เน้นประเด็น ข้อสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา วิชาเลือก กฎหมายเกี่ยวกับคดีเยาวชนและครอบครัว (ปี พ.ศ. 2554) |
| เผยแพร่/ปรับปรุง | 11/10/2021 / 11/10/2021 |
รายละเอียดเบื้องต้น
เน้นประเด็น วิชาเลือก ข้อสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา
วิชา กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว
ข้อ 6
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2551 นายเอกอายุ 17 ปี 6 เดือน และนายโทอายุ 14 ปี 6 เดือน ร่วมกันชิงทรัพย์ของผู้เสียหายและศาลเยาวชนและครอบครัวได้ออกหมายจับนายเอกตามคำร้องของพนักงานสอบสวนไว้แล้ว ต่อมาวันที่ 30 มิถุนายน 2554 นายเอกถูกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน ส่วนนายโทได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนในวันเดียวกันด้วย พนักงานสอบสวนได้สอบถามเบื้องต้นรวมทั้งได้แจ้งข้อกล่าวหาให้นายเอกและนายโททราบพร้อมกันทั้งสองคนในห้องทำงานของพนักงานสอบสวนโดยมีผู้ต้องหาอื่นอยู่ด้วย และมีความเห็นควรที่จะให้มีการควบคุมตัวนายเอกและนายโททราบในระหว่างสอบสวน จึงนำตัวนายเอกและนายโทส่งศาลเยาวชนและครอบครัวเพื่อตรวจสอบการจับกุมและควบคุมตัวไว้ ศาลไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ส่งตัวนายเอกไปควบคุมตัวไว้ที่เรือนจำ ส่วนนายโทไม่มีการจับกุม ให้ยกคำร้อง แต่ให้ส่งตัวไปควบคุมไว้ในสถานพินิจ
ให้วินิจฉัยว่า การดำเนินการของพนักงานสอบสวนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสอบถามเบื้องต้นนายเอกและนายโท การนำตัวนายเอกและนายโทไปศาลเพื่อตรวจสอบการจับกุม และคำสั่งศาลเยาวชนและครอบครัวดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ธงคำตอบ
แม้นายเอกและนายโทจะกระทำความผิดในขณะที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2534 มีผลใช้บังคับอยู่ แต่ขณะจับกุมและเข้ามอบตัวของเด็กหรือเยาวชนนั้น พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มีผลใช้บังคับแล้ว กรณีจึงต้องนำพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาใช้บังคับ
เมื่อพนักงานสอบสวนได้รับตัวเด็กหรือเยาวชนซึ่งถูกจับ หรือเด็กหรือเยาวชนเข้าหาพนักงานสอบสวนเอง พนักงานสอบสวนต้องรีบสอบถามเด็กหรือเยาวชนในเบื้องต้นตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 70 วรรคหนึ่ง ซึ่งการสอบถามต้องกระทำในสถานที่ที่เหมาะสมและต้องไม่ปะปนกับผู้ต้องหาอื่นตาม มาตรา 70 วรรคสอง ดังนั้น การที่พนักงานสอบสวนสอบถามนายเอกและนายโทพร้อมกันโดยมีผู้ต้องหาอื่นอยู่ด้วย จึงเป็นการสอบถามปะปนกับผู้ต้องหาอื่นอันเป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบ
การที่พนักงานสอบสวนได้รับตัวนายเอกซึ่งถูกจับกุมนั้น พนักงานสอบสวน จะต้องนำตัวนายเอกไปศาลเพื่อตรวจสอบการจับกุมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 72 วรรคหนึ่ง ส่วนนายโทเป็นการรับตัวเพราะเด็กหรือเยาวชนเข้าหาพนักงานสอบสวนเองโดยไม่มีการจับกุม จึงไม่ต้องมีการตรวจสอบการจับกุมแต่อย่างไรก็ตามถ้าพนักงานสอบสวนเห็นควรที่จะควบคุมตัวนายโทไว้ ก็มีอำนาจส่งตัวนายโทไปศาลเพื่อสั่งควบคุมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 71 ประกอบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 วรรคห้า
ดังนั้น การที่พนักงานสอบสวนนำตัวนายโทไปศาลและยื่นคำร้องเพื่อขอให้ตรวจสอบการจับกุมด้วยจึงเป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบ และเมื่อไม่ได้มีการจับกุมนายโท จึงไม่มีกรณีที่ศาลต้องตรวจสอบการจับกุม คำสั่งศาลเยาวชนและครอบครัวที่สั่งให้ยกคำร้องจึงชอบด้วยกฎหมาย แต่ถ้าศาลเยาวชน และครอบครัวเห็นว่า การกระทำของนายโทมีลักษณะหรือพฤติการณ์ที่อาจจะเป็นภัยต่อบุคคลอื่นอย่างร้ายแรงหรือมีเหตุสมควรประการอื่น ก็มีอำนาจสั่งควบคุมตัวนายโทไว้ในสถานพินิจได้ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 73 วรรคสอง
สำหรับนายเอกนั้น ขณะถูกจับกุมนายเอกมีอายุเกิน 20 ปีบริบูรณ์แล้ว ศาลเยาวชนและครอบครัวมีอำนาจสั่งให้ควบคุมตัวไว้ในเรือนจำได้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 73 วรรคสาม คำสั่งศาลเยาวชนและครอบครัวจึงชอบด้วยกฎหมาย