ข้ามไปยังเนื้อหา
LawSiam.com · คลังข้อมูลกฎหมายไทยร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ · เข้าสู่ระบบ

กฎหมายไทยและการเตรียมสอบ

ค้นคว้า อ่านทบทวน และเข้าถึงเอกสารกฎหมายได้เป็นระบบ

คำร้องขอจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตร (บิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน)

คำร้องขอจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตร (บิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน)

สิทธิ์การใช้งาน
รายละเอียดเบื้องต้นเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติม รหัสผ่าน และไฟล์แนบจะแสดงตามสถานะสมาชิกและ Level เดิม
หมวดหมู่ตัวอย่างแบบฟอร์มคำร้อง คำขอ คำแถลง
ประเภทเอกสารpdf
ขนาดไฟล์340.60 KB
คำค้นคำร้องขอจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตร (บิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน)
เผยแพร่/ปรับปรุง16/08/2026 / 16/08/2026

รายละเอียดเบื้องต้น

คำร้องขอจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตร

(บิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน - บิดาขอรับรองบุตร)

ดาวโหลดคำร้อง บิดาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย (ไม่ได้จดทะเบียนสมรส) ขอยื่นคำร้องต่อศาลรับรองบุตร ฟรี

https://drive.google.com/drive/folders/106VcyV2mIqyPr0EvGYOTheUStadR1HFr?usp=sharing

 

โดยบิดาจะต้องยื่นคำร้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว.... ที่บุตรมีภูมิลำเนาอยู่ มีรายละเอียดเอกสารและขั้นตอนดังนี้

๑. เอกสารที่ต้องใช้ยื่นต่อศาล (เตรียมต้นฉบับพร้อมสำเนา ๒ ชุด)

- สูติบัตร (ใบเกิด) ของบุตร

- บัตรประจำตัวประชาชน ของบิดา และมารดา (ถ้ามี)

- ทะเบียนบ้าน ของบิดา, มารดา และบุตร

- หลักฐานแสดงความสัมพันธ์และการอุปการะเลี้ยงดู (ถ้ามี) เช่น รูปถ่ายครอบครัว, สลิปโอนเงินค่านม ค่าเทอม ค่ายา หรือประกันชีวิตที่ระบุชื่อลูก

- ใบมรณบัตรของมารดา (กรณีมารดาเสียชีวิต)

- หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ของบิดา มารดา หรือบุตร (ถ้ามี)

 

๒. ขั้นตอนการดำเนินงานในชั้นศาล

- ยื่นคำร้องต่อศาล : บิดาสามารถให้ทนายความจัดทำคำร้องยื่นต่อ ศาลเยาวชนและครอบครัว หรือเข้าไปติดต่อที่ส่วนบริการประชาชนของศาลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยแนะนำการเขียนคำร้องได้

- รายงานตัวต่อสถานพินิจฯ : หลังจากศาลรับคำร้องแล้ว ภายใน ๑๕ วัน บิดาต้องนำมารดาและบุตรไปให้ถ้อยคำต่อ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพฤติกรรม ข้อเท็จจริง และทำรายงานความเห็นเสนอต่อศาล

- การไต่สวนคำร้อง : ในวันนัดไต่สวน บิดา มารดา และบุตร ต้องเดินทางมาศาลพร้อมกันเพื่อเบิกความต่อหน้าศาล

- ขอหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด: เมื่อศาลมีคำสั่งอนุญาตแล้ว ต้องรอให้พ้นกำหนด ๑ เดือน จึงจะสามารถขอคัดถ่าย "คำสั่งศาล" และ "หนังสือรับรองคดีถึงที่สุด" จากศาลได้

- จดทะเบียนที่อำเภอ/เขต: บิดานำคำสั่งศาลและหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด ไปยื่นต่อนายทะเบียน ณ สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ เพื่อออกใบทะเบียนรับรองบุตร (คร.๑๑) เป็นอันเสร็จสมบูรณ์

 

 

๓. ระยะเวลาและค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

- ระยะเวลาดำเนินการ: ประมาณ ๒ - ๔ เดือน (กรณีไม่มีผู้คัดค้าน)

- ค่าธรรมเนียมศาลเบื้องต้น: ค่าขึ้นศาล ๒๐๐ บาท และค่าประกาศโฆษณาทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือหนังสือพิมพ์ประมาณ ๕๐๐ บาท (ไม่รวมค่าจ้างทนายความ)

 

******************

๑. คำถามสำหรับ "บิดา" (ผู้ร้อง)

คำถามส่วนนี้จะเน้นเรื่องประวัติความสัมพันธ์ การดูแลส่งเสียเลี้ยงดู และเหตุผลที่ต้องมาพึ่งบารมีศาล

  • ข้อมูลส่วนตัวและความสัมพันธ์:
    • ท่านชื่ออะไร มีความสัมพันธ์อย่างไรกับเด็กชาย/เด็กหญิง (ชื่อบุตร) ?
    • ท่านและมารดาของเด็กได้อยู่กินฉันสามีภริยากันตั้งแต่เมื่อใด ได้จดทะเบียนสมรสกันหรือไม่ ?
    • ในระหว่างอยู่กินด้วยกัน ได้มีบุตรด้วยกันกี่คน คือใคร เกิดเมื่อวันที่เท่าใด ? (ยื่นสูติบัตรแสดงต่อศาล)
  • พฤติการณ์และการรับรู้ของสังคม:
    • หลังเด็กเกิดมา ท่านได้แจ้งเกิดโดยระบุชื่อท่านเป็นบิดาในสูติบัตรหรือไม่ ?
    • ท่านได้พักอาศัยอยู่ร่วมบ้านเดียวกับมารดาและบุตรหรือไม่ หรือแยกกันอยู่เพราะเหตุใด ?
    • บุคคลทั่วไป เพื่อนบ้าน หรือญาติพี่น้อง รับรู้หรือไม่ว่าท่านเป็นบิดาของเด็กคนนี้ ?
  • การอุปการะเลี้ยงดู:
    • ที่ผ่านมาท่านได้ให้การอุปการะเลี้ยงดู ส่งเสียค่าใช้จ่าย ค่านม ค่ารักษาพยาบาล หรือค่าเทอมของบุตรอย่างไร ? (ยื่นหลักฐาน เช่น สลิปโอนเงิน หรือรูปถ่ายครอบครัว)
  • เหตุผลที่ต้องมาศาล:
    • เหตุใดท่านจึงไม่ไปจดทะเบียนรับรองบุตรที่สำนักงานเขตหรืออำเภอตั้งแต่แรก ? (คำตอบปกติคือ: เพราะบุตรยังเป็นผู้เยาว์ ไร้เดียงสา อายุยังน้อยเกินกว่าจะให้ความยินยอมต่อนายทะเบียนได้ตามกฎหมาย)
    • การมาขอจดทะเบียนรับรองบุตรในวันนี้ เป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็กในเรื่องสิทธิ หน้าที่ และการศึกษาใช่หรือไม่ ?
    • ท่านเคยต้องคำพิพากษาให้จำคุก หรือมีพฤติกรรมเสื่อมเสียที่จะกระทบต่อการเป็นบิดาหรือไม่ ?

๒. คำถามสำหรับ "มารดา" (กรณีมาให้ความยินยอม)

ศาลจะถามเพื่อยืนยันว่าผู้ร้องคือพ่อของลูกจริง ๆ และไม่ได้มีการคัดค้านใด ๆ

  • ท่านชื่ออะไร มีความสัมพันธ์อย่างไรกับเด็กคนนี้ ?
  • ท่านเคยจดทะเบียนสมรสกับผู้ร้อง หรือเคยจดทะเบียนสมรสกับชายอื่นในระหว่างตั้งครรภ์เด็กคนนี้หรือไม่ ?
  • ผู้ร้องในคดีนี้ เป็นบิดาผู้ให้กำเนิดที่แท้จริงของเด็กใช่หรือไม่ ?
  • ที่ผ่านมาผู้ร้องได้ทำหน้าที่บิดา อุปการะเลี้ยงดู และส่งเสียเงินทองให้แก่ท่านและบุตรมาโดยตลอดใช่หรือไม่ ?
  • ท่านยินยอมและเห็นชอบให้ผู้ร้องจดทะเบียนรับรองเด็กคนนี้เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ?
  • การที่ท่านมาให้ความยินยอมในวันนี้ เกิดจากการบังคับ ขู่เข็ญ หรือมีผลประโยชน์แอบแฝงใด ๆ หรือไม่ ?

๓. คำถามสำหรับ "เด็ก/ผู้เยาว์" (กรณีเด็กโตพอที่จะพูดรู้เรื่อง เช่น ๗-๑๐ ขวบขึ้นไป)

ศาลมักจะถามอย่างเป็นกันเอง ไม่เป็นทางการ เพื่อไม่ให้เด็กเกร็ง และดูความผูกพัน

  • หนูชื่ออะไร ตอนนี้เรียนอยู่ชั้นไหน โรงเรียนอะไร ?
  • หนูรู้จักคุณลุง/คุณน้าคนนี้ไหม (ชี้ไปที่บิดา) และหนูเรียกเขาว่าอะไร ?
  • ปกติคุณพ่อมารับส่งที่โรงเรียนไหม อยู่บ้านด้วยกันไหม คุณพ่อเคยซื้อของเล่นหรือพาไปเที่ยวที่ไหนบ้าง ?
  • หนูอยากให้คุณพ่อคนนี้เป็นพ่อที่ถูกต้องตามกฎหมายของหนูไหม ?

???? เกร็ดแนะนำเพิ่มเติมในวันไต่สวน

  1. การตอบคำถาม: ให้ตอบตามความเป็นจริงอย่างเป็นธรรมชาติ สั้น กระชับ และตรงประเด็น (ตอบว่า "ใช่ครับ", "จริงครับ", "ถูกต้องครับ")
  2. รายงานสถานพินิจฯ: ศาลจะใช้รายงานตรวจสอบความประพฤติจากสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนประกอบด้วย หากรายงานเขียนออกมาดี คำถามในศาลจะสั้นลงมากและผ่านได้ง่ายขึ้นครับ