ฟ้องคดีฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาที่ศาลแขวง ฟ้องผิดศาลฟ้องใหม่ ได้หรือไม่?
เนื่องจากโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๘ ซึ่งเป็นคดีที่เกินอํานาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวง
รายละเอียดเบื้องต้นเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติม รหัสผ่าน และไฟล์แนบจะแสดงตามสถานะสมาชิกและ Level เดิม
| หมวดหมู่ | ทนายความ คดีความ เทคนิคต่าง ๆ |
|---|---|
| ประเภทเอกสาร | www |
| ขนาดไฟล์ | ไม่ระบุ |
| คำค้น | ฟ้องหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาที่ศาลแขวง |
| เผยแพร่/ปรับปรุง | 11/12/2024 / 11/12/2024 |
รายละเอียดเบื้องต้น
ฟ้องคดีฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาที่ศาลแขวง ฟ้องผิดศาลฟ้องใหม่ ได้หรือไม่?
คำถาม โจทก์ฟ้องคดีต่อศาลแขวงฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๘ ต่อมาโจทก์ขอถอนฟ้องระบุเหตุผลว่า เป็นคดีที่เกินอํานาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวง ศาลแขวงมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้อง ดังนี้ โจทก์จะยื่นฟ้องจําเลยเป็นคดีใหม่ต่อศาลที่มีอํานาจพิพากษาคดีได้หรือไม่
คำตอบ มีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไว้ดังนี้
คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๓๕๑/๒๕๖๗ คำร้องขอถอนฟ้องในคดีอาญาของศาลแขวงนครสวรรค์ โจทก์ระบุเหตุผลว่า เนื่องจากโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๘ ซึ่งเป็นคดีที่เกินอํานาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงนครสวรรค์ โจทก์จึงมีความประสงค์ขอถอนฟ้องคดีเพื่อนําคดีไปยื่นฟ้องใหม่ต่อศาลที่มีเขตอํานาจพิจารณาคดีตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรมต่อไป คือ ศาลจังหวัดนครสวรรค์” ดังนี้ เมื่อความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๘ มีอัตราโทษจําคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท กรณีจึงเกินอํานาจของศาลแขวงนครสวรรค์ที่จะพิจารณาพิพากษา ตามพระธรรมนูญศาล ยุติธรรม มาตรา ๑๗ ประกอบมาตรา ๒๕ (๕) แม้ในคดีดังกล่าวศาลแขวงนครสวรรค์อาจปรับบทลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖ ซึ่งมีระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ที่ผู้พิพากษาคนเดียวมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดี อันเป็นคดีที่อยู่ในอํานาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงนครสวรรค์และเป็นความผิดที่รวมอยู่ในความผิดตามฟ้อง แต่เป็นเรื่องการพิพากษาหรือคำสั่งเกินคำขอที่มิได้กล่าวในฟ้องซึ่งเป็นคนละกรณีกับอํานาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงนครสวรรค์ และการจะปรับบทลงโทษจําเลยในการกระทําอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่พิจารณาได้ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ นั้น ศาลจะต้องมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีเสียก่อน เมื่อศาลแขวงนครสวรรค์ไม่มีอํานาจพิจารณาพิพากษาก็ไม่อาจปรับบทลงโทษ ตามบทบัญญัติดังกล่าวได้ การที่โจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลชั้นต้นเป็นคดีนี้หลังจากถอนฟ้องในคดีเดิมเพียง ๖ วัน แสดงให้เห็นว่าโจทก์ประสงค์ที่จะถอนฟ้องเพื่อฟ้องจําเลยเป็นคดีใหม่ ต่อศาลที่มีอํานาจพิพากษาคดี มิใช่การถอนฟ้องคดีเด็ดขาด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๖ และไม่เป็นเหตุให้จําเลยต้องถูกดําเนินคดีหลายครั้ง แต่อย่างใด
เทคนิคแนวทางแก้ไขปัญหา (แล้วแต่รูปคดี)
๑. ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องในคดีอาญาของศาลแขวง....โจทก์ระบุเหตุผลว่า
"เนื่องจากโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๘ ซึ่งเป็นคดีที่เกินอํานาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวง..... โจทก์จึงมีความประสงค์ขอถอนฟ้องคดีเพื่อนําคดีไปยื่นฟ้องใหม่ต่อศาลที่มีเขตอํานาจพิจารณาคดีตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรมต่อไป คือ ศาลจังหวัด.........”
๒. แต่บางกรณี มีการบรรยายคำฟ้อง และระบุคำขอท้ายฟ้องไว้ ขอให้ลงโทษตาม มาตรา ๓๒๖, ๓๒๘
กรณีนี้ ศาลแขวง...มีอำนาจรับคดีไว้พิจารณาและปรับบทลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖ ซึ่งมีระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ที่ผู้พิพากษาคนเดียวมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดี อันเป็นคดีที่อยู่ในอํานาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวง....และเป็นความผิดที่รวมอยู่ในความผิดตามฟ้อง ซึ่งเป็นเรื่องการพิพากษาหรือคำสั่งไม่เกินคำขอ และได้กล่าวในฟ้องแล้ว