ข้ามไปยังเนื้อหา
LawSiam.com · คลังข้อมูลกฎหมายไทยร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ · เข้าสู่ระบบ

กฎหมายไทยและการเตรียมสอบ

ค้นคว้า อ่านทบทวน และเข้าถึงเอกสารกฎหมายได้เป็นระบบ

คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ เกี่ยวกับ ป.วิ.พ.มาตรา ๒๒๕ ( รวมคำบรรยายเนติ เล่มที่6 สมัยที่ 68)

กฏหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ภาค3(ศอ.อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ) รวมคำบรรยายเนติ เล่มที่6 สมัยที่ 68

สิทธิ์ใช้งาน
เอกสารนี้เปิดให้สมาชิกที่ลงทะเบียนและเข้าสู่ระบบแล้วดาวน์โหลดได้ โดยสมาชิก Level 1 ใช้งานได้เมื่อบัญชีมีสถานะ Active ส่วนบริการ Level 2 ยังคงตรวจสอบตามสิทธิ์และวันหมดอายุของระบบ
หมวดหมู่สกัดหลัก-ฎีกาเด่น กลุ่มกฎหมาย วิ.แพ่ง (เตรียมสอบ เนติฯ อัยการ ผู้พิพากษา)
ประเภทไฟล์www
ขนาดไฟล์ไม่ระบุ
คำค้นคำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ เกี่ยวกับ ป.วิ.พ.มาตรา ๒๒๕

รายละเอียด

คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ เกี่ยวกับ ป.วิ.พ. มาตรา ๒๒๕ กฏหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ภาค3(ศอ.อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ) รวมคำบรรยายเนติ เล่มที่6 สมัยที่ 68

ข้อมูลเพิ่มเติม

คำพิพากษาฎีกาเกี่ยวกับ มาตรา ๒๒๕ คำพิพากษาฎีกา ๗๙๗๐/๒๕๕๖ โจทก์ฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้เนื่องจากไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือเป็นปัญหาความสงบ คำพิพากษาฎีกาที่ ๘๘๓๗/๒๕๕๖ คำพิพากษาทำไม่ถูกต้อง เป็นปัญหาความสงบ แม้คู่ความไม่ฎีกา ศาลฎีกาก็หยิบยกได้ คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๙๖๒/๒๕๕๗ แม้ปัญหาเรื่องฟ้องซ้ำเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบ แต่ข้อเท็จจริงที่จะนำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ต้องเป็นข้อเท็จจริงที่ได้มาจากการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยชอบ คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๒๐๘ - ๔๒๐๙/๒๕๕๗ ประเด็นมีว่าเจ้ามรดกทำ พินัยกรรมหรือไม่ ปัญหาว่าพยานไม่ได้ลงลายมือชื่อต่อหน้าเจ้ามรดก พินัยกรรมเป็นโมฆะ ไม่ได้ว่ากันมาในศาลชั้นต้น (เป็นข้อเท็จจริงนอกประเด็น) ส่วนที่ว่าพินัยกรรมยกทรัพย์ให้พยานเป็นโมฆะและมีผลให้เป็นโมฆะทั้งฉบับหรือไม่ (ปรากฏในพินัยกรรม ที่คู่ความต้องนำมาแสดงเป็นเอกสารที่กฎหมายบังคับให้ต้องแสดง) เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประเด็นและเป็นปัญหาความสงบ คำพิพากษาฎีกาที่ ๕๗๗๘/๒๕๕๗ คดีไม่มีประเด็นเรื่องแย่งการครอบครอง การที่ศาลหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น ไม่ชอบด้วยมาตรา ๑๔๒ คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๑๗๗๑/๒๕๕๗ จำเลยยกอายุความ ๑ ปีตามพระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล โดยนับแต่เวลาส่งมอบในชั้นอุทธรณ์จำเลยอุทธรณ์ว่า ขาดอายุความ ๙ เดือน ตามพระราชบัญญัติการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ ถือเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๑๗๗๓/๒๕๕๗ อุทธรณ์ที่ว่าจำเลยประมาทเลินเล่อ อย่างร้ายแรงจำเลยต้องรับผิดโดยไม่จำกัดเป็นข้อเท็จจริงที่นำไปสู่ข้อกฎหมายโดยโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องไว้ จึงไม่มีประเด็นมาแต่ต้น ถือได้ว่าข้อเท็จจริงตามอุทธรณ์โจทก์ เป็นข้อที่ไม่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น และมิใช่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความสงบ เป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบ คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๒๑๘๙/๒๕๕๗ โจทก์ฟ้องในฐานะผู้จัดการมรดกของ ท. จึงไม่มีประเด็นให้วินิจฉัยว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องในฐานะผู้จัดการมรดกของของ ซ. หรือไม่ ทั้งเป็นการยกข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ในชั้นฎีกาเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย เป็นฎีกาข้อเท็จจริง และเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและ ศาลอุทธรณ์ คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๒๖๘๖/๒๕๕๗ ศาลชั้นต้นฟังว่าเจ้าหน้าที่ทำละเมิด กรมจำเลยต้องร่วมรับผิด แต่คดีขาดอายุความ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ฝ่ายเดียว ว่าคดีไม่ขาดอายุความ ประเด็นว่าเจ้าพนักงานทำละเมิดและกรมจำเลยต้องร่วมรับผิด จึงเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ฎีกาของจำเลยในข้อนี้จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ว่ากัน มาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๔๘๒๓/๒๕๕๗ การที่ศาลอนุญาตให้ขยายเวลาโดยไม่ชอบเป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบ และเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบ คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๔๖๓๐/๒๕๕๗ การทำคำจังคำร้องเป็นอำนาจของศาลชั้นต้นที่จะพิจารณาในคำจังฉบับเดียวกันหรือแยกกัน ฎีกาของโจทก์จึงเป็นปัญหาเรื่องรูปแบบการทำคำสั่งไม่อาจทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงได้ จึงเป็นฎีกาในข้อที่ไม่เป็นสาระ แก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๘๐๐๓/๒๕๕๗ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์ที่ดินและยื่นอุทธรณ์ โดยเสียค่าขึ้นศาลในทุนทรัพย์ที่พิพาทกันโดยผู้คัดค้านไม่เคย โต้แย้งมาก่อนว่าการเสียค่าขึ้นศาลของผู้ร้องไม่ถูกต้อง แสดงว่าผู้คัดค้านยอมรับมาแต่ต้น แล้วว่าที่ดินพิพาทมีราคาตามที่ผู้ร้องเสียค่าขึ้นศาล ฎีกาของผู้ร้องที่อ้างว่าที่ดินพิพาท มีราคาอีกราคาหนึ่งซึ่งสูงขึ้น จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ว่ากันมาแล้วในศาลล่างทั้งสอง คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๘๑๑๘/๒๕๕๗ เมื่อจำเลยไม่ได้ให้การไว้แม้ศาลล่างทั้ง สองวินิจฉัยให้ก็เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น ไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณาจึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามมิให้ฎีกา คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๐๙๔/๒๕๕๘ โจทก์อ้างว่าที่ดินเป็นของโจทก์และโจทก์ ครอบครองมานานกว่า ๑ ปี โจทก์ย่อมไม่อาจแย่งการครอบครองที่ดินของตนเองได้ เพราะการแย่งการครอบครองจะมีได้ก็แต่ในที่ดินของผู้อื่น คดีจึงไม่มีประเด็นเรื่องการครอบครอง อุทธรณ์โจทก์จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๔๒๒/๒๕๕๘ แม้จำเลยจะให้การต่อสู้ว่าฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ แต่ศาลชั้นต้นมิได้วินิจฉัยให้และจำเลยมิได้อุทธรณ์ เท่ากับจำเลยไม่ติดใจที่จะอุทธรณ์โต้แย้งอีกต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ไม่เป็นฟ้องซา จึงเป็นการวินิจฉัยนอกเหนือจากที่จำเลยอุทธรณ์ เป็นการไม่ชอบ ไม่ก่อให้เกิดสิทธิฎีกาแก่จำเลย ต่อมาฎีกาจำเลยจึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๔๕๕/๒๕๕๘ ฎีกาของจำเลยมีข้อความคัดลอกข้อความในอุทธรณ์มาเป็นฎีกาซึ่งศาลอุทธรณ์ไดวินิจฉัยในปัญหาเดียวกันไว้แล้ว ฎีกาจำเลยมิได้โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาไม่ชัดแจ้ง ไม่ชอบด้วยมาตรา ๒๔๙

ไม่มีข้อมูลแนบ ไฟล์แนบ: ไม่มีไฟล์ที่ใช้งานได้บนเซิร์ฟเวอร์ · เข้าชม 1,483 ครั้ง