ข้ามไปยังเนื้อหา
LawSiam.com · คลังข้อมูลกฎหมายไทยร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ · เข้าสู่ระบบ

กฎหมายไทยและการเตรียมสอบ

ค้นคว้า อ่านทบทวน และเข้าถึงเอกสารกฎหมายได้เป็นระบบ

มาตราที่เคยออกสอบ แพ่ง ข้อ6 (ผู้ช่วยผู้พิพากษา) ปี 2562

มาตราที่เคยออกสอบ แพ่ง ข้อ6 (ผู้ช่วยผู้พิพากษา) ปี 2562

สิทธิ์การใช้งาน
รายละเอียดเบื้องต้นเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติม รหัสผ่าน ความคิดเห็น และการดาวน์โหลดจะแสดงตามสิทธิ์สมาชิกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
หมวดหมู่ข้อ6 แพ่ง บททั่วไป (นิติกรรม สัญญา หนี้ มาตรา 1-452)
ประเภทเอกสารwww
ขนาดไฟล์ไม่ระบุ
คำค้นมาตราที่เคยออกสอบ แพ่ง ข้อ6 (ผู้ช่วยผู้พิพากษา) ปี 2562
เผยแพร่/ปรับปรุง19/08/2021 / 19/08/2021

รายละเอียดเบื้องต้น

มาตราที่เคยออกสอบ

ผู้ช่วยผู้พิพากษา ปี ๒๕๖๒

 

     มาตรา ๔๓๓ (ออกสอบ ข้อ ๖ ปี ๒๕๖๒) ถ้าความเสียหายเกิดขึ้นเพราะสัตว์ ท่านว่าเจ้าของสัตว์หรือบุคคลผู้รับเลี้ยงรับรักษาไว้แทนเจ้าของจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ฝ่ายที่ต้องเสียหายเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่สัตว์นั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การเลี้ยงการรักษาตามชนิดและวิสัยของสัตว์ หรือตามพฤติการณ์อย่างอื่น หรือพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายนั้นย่อมจะต้องเกิดมีขึ้นทั้งที่ได้ใช้ความระมัดระวังถึงเพียงนั้น

          อนึ่ง บุคคลผู้ต้องรับผิดชอบดังกล่าวมาในวรรคต้นนั้น จะใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาแก่บุคคลผู้ที่เร้าหรือยั่วสัตว์นั้นโดยละเมิด หรือเอาแก่เจ้าของสัตว์อื่นอันมาเร้าหรือยั่วสัตว์นั้น ๆ ก็ได้

 

สกัดหลัก เจาะประเด็น คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ

องค์ประกอบของมาตรา ๔๓๓ คือ

        ๑) สัตว์ สัตว์จะดุร้ายหรือไม่ จะเล็ก จะใหญ่ไม่สำคัญ แต่สำคัญคือต้องไม่ใช่สัตว์ป่าที่ไม่มีเจ้าของหรือเจ้าของทิ้งแล้ว ถ้าเป็นสัตว์ป่าก็ไม่มีเจ้าของก็ไม่มีใครจะต้องมารับผิดชอบ

        ๒) ความเสียหายเกิดขึ้นเพราะสัตว์ เช่น สัตว์อาจจะกัด ขวิด ชน เป็นพาหะนำโรค เห่าหอนจนสร้างความเดือดร้อนรำคาญ หรือทำลายข้าวของ

        ๓) ผู้รับผิดชอบในกรณีที่สัตว์ก่อให้เกิดความเสียหาย คือ เจ้าของ สัตว์ หรือผู้รับเลี้ยงรักษาหรือดูแลสัตว์ ผู้ยืมผู้เช่าคนใดคนหนึ่งเท่านั้นไม่ใช่ ๒ คน      ๔) ผู้เสียหายพิสูจน์เพียงว่าความเสียหายเกิดขึ้นเพราะสัตว์เท่านั้นพอแล้ว เพราะได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานที่ว่าเจ้าของหรือผู้รับเลี้ยงรักษาจะต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดจากสัตว์นั้น 

อ้างอิง : ฎีการวมคำบรรยายเนติฯ เล่มที่7 ละเมิด (อ.ไสลเกษ วัฒนพันธุ์) สมัยที่74

        ๕) เหตุยกเว้นความรับผิด ผู้ที่เป็นเจ้าของหรือผู้รับเลี้ยง รักษาสัตว์ หากพิสูจน์ได้ว่าตนเองได้ใช้ความระมัดระวังในการเลี้ยงรักษาสัตว์ตามชนิด และวิสัยของสัตว์แล้ว หรือพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายนั้นยังไงก็ต้องเกิดแม้จะใช้ความ ระมัดระวังเต็มที่อย่างนั้นแล้วก็ตาม

        ๖) สิทธิไล่เบี้ย เมื่อเจ้าของหรือผู้รับเลี้ยงดูแลรักษา สัตว์นั้นได้ชดใช้ค่าเสียหายแล้วมีสิทธิไปไล่เบี้ยเอากับคนที่มายั่วเร้าสัตว์หรือเจ้าของสัตว์ ที่มายั่วเร้าสัตว์อีกชั้นหนึ่งได้

 

        คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๖๐๘๘/๒๕๕๙ พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ มาตรา ๑๑๑ ห้ามมิให้ผู้ใดขี่ จูง ไล่ต้อนหรือปล่อยสัตว์ไปบนทางในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจรและไม่มีผู้ควบคุมเพียงพอ เมื่อจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นเจ้าของหรือผู้ดูแลสัตว์ต้องดูแล ควบคุมมิให้สัตว์กีดขวางการจราจร การที่สุนัขของจำเลยทั้งสองวิ่งข้ามถนนตัดหน้ารถ จักรยานยนต์ของโจทก์ในระยะกระชั้นชิด จึงเป็นผลโดยตรงที่ทำให้รถจักรยานยนต์ของโจทก์ล้มลง เมื่อไม่ปรากฏว่าขณะเกิด เหตุโจทก์ขับรถด้วยความเร็วสูงและไม่ใช้ความระมัดระวังอย่างไร เหตุละเมิดจึงเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยทั้งสอง ที่ไม่ใช้ความระมัดระวังตามสมควรในการควบคุมดูแลสุนัข เมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้นเพราะสัตว์ จำเลยทั้งสองจึงต้องร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ ตามมาตรา ๔๓๓ วรรคหนึ่ง

 

        สรุป ฎีกานี้ข้อเท็จจริง ไม่ปรากฏว่าคนขับรถขับรถด้วยความเร็วสูง หรือไม่ใช้ความระมัดระวังอย่างไร ดังนั้น เจ้าของสัตว์หรือผู้ดูแลสัตว์คือสุนัขก็ต้องรับผิดตามความเสียหายที่เกิดขึ้น

        แต่ถ้าข้อเท็จจริงได้ความว่า คนขับรถหรือ ผู้เสียหายขับรถ ด้วยความเร็วสูง แล้วก็ไม่ใช้ความระมัดระวังตามสมควรต้องนำพฤติการณ์ของคนขับรถที่เป็นผู้เสียหายมาใช้ประกอบในการกำหนดค่าเสียหาย

 

        คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๒๔๘๘/๒๕๒๓ สุนัขหลบหนีออกไปได้ขณะจำเลยเปิดประตู สุนัขจึงออกไปกัดโจทก์ได้แสดงว่าจำเลยมิได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรในการเลี้ยงดูสุนัขจำเลยต้องชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์รวมทั้งทดแทนความตกใจและทุกข์ทรมานด้วย

 

        คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๒๖๒๘/๒๕๒๖ การที่ ป. ซึ่งเป็นผู้เลี้ยงดูโคแทนจำเลยทั้งสองปล่อยโคขึ้นไปกินหญ้าบนไหล่ถนนอันเป็นทางหลวงระหว่างจังหวัด โดยอิสระ ไม่ผูกเชือกหรือจับจูงไว้ เป็นการปล่อยปละละเลยไม่ระมัดระวังดูแลสัตว์ตามสมควรเพราะถนนมิใช่ที่เลี้ยงสัตว์สาธารณะ จำเลยทั้งสองจึงเป็นฝ่ายประมาทก่อน แต่การที่ ด. เห็นโค เดินอยู่ข้างถนนแล้วยังขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าใกล้และบีบแตร เป็นเหตุให้โคตกใจ และ ขวิดรถจักรยานยนต์ทำให้ ด. ถึงแก่ความตาย ถือได้ว่าเป็นความประมาทของ ด. ส่วนหนึ่ง ด้วย

 

        คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๘๘๙/๒๕๑๐*** เจ้าของช้างมอบช้างให้บุตรไปดูแลเลี้ยงรักษา และทำงานหาประโยชน์ โดยเจ้าของช้างไม่ได้เกี่ยวข้องในการเลี้ยงหรือรับจ้าง เมื่อช้างทำความเสียหายขึ้นโดยละเมิดเจ้าของช้างไม่ต้องรับผิด บุตรผู้เลี้ยงรักษาช้างเท่านั้นต้องรับผิด

        ข้อสังเกต กรณีนี้ศาลก็ตัดสินว่าจะมาไล่เบี้ยเอาจากเจ้าของช้างไม่ได้ เพราะผู้ต้องรับผิดมีคนใดคนหนึ่งเท่านั้น

 

อ้างอิง : ฎีการวมคำบรรยายเนติฯ เล่มที่11 ละเมิด (อ.ไสลเกษ วัฒนพันธุ์) สมัยที่74

 

ข้อมูลความรู้เพิ่มเติมสงวนสำหรับสมาชิกที่เข้าสู่ระบบและมีสิทธิ์ใช้งาน
เข้าสู่ระบบเพื่อดูสิทธิ์ดาวน์โหลดผู้เข้าชม 750 ครั้ง · หน้าอ่านนี้ไม่เพิ่ม pageview ระหว่างการตรวจ