ข้ามไปยังเนื้อหา
LawSiam.com · คลังข้อมูลกฎหมายไทยร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ · เข้าสู่ระบบ

กฎหมายไทยและการเตรียมสอบ

ค้นคว้า อ่านทบทวน และเข้าถึงเอกสารกฎหมายได้เป็นระบบ

มาตราที่เคยออกสอบ ข้อ 5 กฎหมายรัฐธรรมนูญ (ข้อสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา ปี 2562)

มาตราที่เคยออกสอบ?ข้อ 5 กฎหมายรัฐธรรมนูญ (ข้อสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา ปี 2562)

สิทธิ์การใช้งาน
รายละเอียดเบื้องต้นเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติม รหัสผ่าน ความคิดเห็น และการดาวน์โหลดจะแสดงตามสิทธิ์สมาชิกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
หมวดหมู่ข้อ5 กฎหมายรัฐธรรมนูญ
ประเภทเอกสารwww
ขนาดไฟล์ไม่ระบุ
คำค้นมาตราที่เคยออกสอบ?ข้อ 5 กฎหมายรัฐธรรมนูญ (ข้อสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา ปี 2562)
เผยแพร่/ปรับปรุง13/08/2021 / 13/08/2021

รายละเอียดเบื้องต้น

มาตราที่เคยออกสอบ ข้อ ๕

กฎหมายรัฐธรรมนูญ (ข้อสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา ปี ๒๕๖๒)

---------------------------

 

       มาตรา ๑๒๔ (ออกสอบ ข้อ ๕ ปี ๒๕๖๒ วรรคหนึ่ง + วรรคสอง “เอกสิทธิ์ฯ”) ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่ประชุมวุฒิสภา หรือที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา สมาชิกผู้ใดจะกล่าวถ้อยคำใดในทางแถลงข้อเท็จจริง แสดงความคิดเห็นหรือออกเสียงลงคะแนนย่อมเป็นเอกสิทธิ์โดยเด็ดขาด ผู้ใดจะนำไปเป็นเหตุฟ้องร้องว่ากล่าวสมาชิกผู้นั้นในทางใด ๆ มิได้

       เอกสิทธิ์ตามวรรคหนึ่งไม่คุ้มครองสมาชิกผู้กล่าวถ้อยคำในการประชุมที่มีการถ่ายทอดทางวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์หรือทางอื่นใด หากถ้อยคำที่กล่าวในที่ประชุมไปปรากฏนอกบริเวณรัฐสภาและการกล่าวถ้อยคำนั้นมีลักษณะเป็นความผิดทางอาญาหรือละเมิดสิทธิในทางแพ่งต่อบุคคลอื่นซึ่งมิใช่รัฐมนตรีหรือสมาชิกแห่งสภานั้น

       ในกรณีตามวรรคสอง ถ้าสมาชิกกล่าวถ้อยคำใดที่อาจเป็นเหตุให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่รัฐมนตรีหรือสมาชิกแห่งสภานั้นได้รับความเสียหาย ให้ประธานแห่งสภานั้นจัดให้มีการโฆษณาคำชี้แจงตามที่บุคคลนั้นร้องขอตามวิธีการและภายในระยะเวลาที่กำหนดในข้อบังคับการประชุมของสภานั้น  ทั้งนี้ โดยไม่กระทบต่อสิทธิของบุคคลในการฟ้องคดีต่อศาล

       เอกสิทธิ์ที่บัญญัติไว้ในมาตรานี้ ย่อมคุ้มครองไปถึงผู้พิมพ์และผู้โฆษณารายงานการประชุมตามข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือรัฐสภา แล้วแต่กรณี และคุ้มครองไปถึงบุคคลซึ่งประธานในที่ประชุมอนุญาตให้แถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็นในที่ประชุม ตลอดจนผู้ดำเนินการถ่ายทอดการประชุมสภาทางวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์หรือทางอื่นใดซึ่งได้รับอนุญาตจากประธานแห่งสภานั้นด้วยโดยอนุโลม

 

       มาตรา ๑๒๕ (ออกสอบ ข้อ ๕ ปี ๒๕๖๐ วรรคหนึ่ง ความคุ้มกัน “เอกสิทธิ์ในคดีอาญา”) ในระหว่างสมัยประชุม ห้ามมิให้จับ คุมขัง หรือหมายเรียกตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาไปทำการสอบสวนในฐานะที่สมาชิกผู้นั้นเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิก หรือเป็นการจับในขณะกระทำความผิด

       ในกรณีที่มีการจับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาในขณะกระทำความผิด ให้รายงานไปยังประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกโดยพลัน และเพื่อประโยชน์ในการประชุมสภา ประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกอาจสั่งให้ปล่อยผู้ถูกจับเพื่อให้มาประชุมสภาได้

       ถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาถูกคุมขังในระหว่างสอบสวนหรือพิจารณาอยู่ก่อนสมัยประชุม เมื่อถึงสมัยประชุม พนักงานสอบสวนหรือศาล แล้วแต่กรณี ต้องสั่งปล่อยทันทีถ้าประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกได้ร้องขอ โดยศาลจะสั่งให้มีประกันหรือมีประกันและหลักประกันด้วยหรือไม่ก็ได้

       ในกรณีที่มีการฟ้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาในคดีอาญา ไม่ว่าจะได้ฟ้องนอกหรือในสมัยประชุม ศาลจะพิจารณาคดีนั้นในระหว่างสมัยประชุมก็ได้ แต่ต้องไม่เป็นการขัดขวางต่อการที่สมาชิกผู้นั้นจะมาประชุมสภา

 

คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ

        คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๙๒๗/๒๕๒๘ เป็นกรณีสมาชิกสภาผู้แทนจังหวัดเชียงราย จำเลยที่ ๑ กล่าวอภิปรายในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๒๕ มีข้อความพาดพิงมาถึงโรงงานสังกะสีไทย โจทก์ ในคดีนี้ว่า หลีกเลี่ยงภาษีจำนวน ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท และ ๓๐๐ กว่าล้านบาท โจทก์จึงนำเรื่องดังกล่าวมาฟ้องจำเลยที่ ๑ เป็นคดีแพ่ง ขอให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพราะคำอภิปรายของจำเลยที่ ๑ เป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียงและเกียรติคุณของโจทก์ และเป็นที่เสียหายแก่ทางทำมาหาได้หรือทางเจริญของโจทก์ จำเลยที่ ๑ ให้การต่อสู้คดีว่า จำเลยที่ ๑ อภิปรายตามข้อมูลที่ได้มา และจำเลยที่ ๑ ได้รับเอกสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา

        ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ข้อความที่จำเลยที่ ๑ อภิปรายจะปรากฏตามทาง พิจารณาว่าไม่เป็นความจริง เพราะโจทก์เสียภาษีถูกต้องตลอดมาและคำอภิปรายของจำเลยที่ ๑ กระทบกระเทือนและเป็นผลร้ายแก่โจทก์ก็ตาม แต่จำเลยที่ ๑ ย่อมได้รับเอกสิทธิ์ ผู้ใดจะนำไปฟ้องร้องว่ากล่าวในทางใดไม่ได้ โจทก์จะนำคดีมาฟ้องร้องว่า จำเลยที่ ๑ ทำละเมิดแก่โจทก์หาได้ไม่

 

ข้อสังเกต

        คำพิพากษาศาลฎีกาคดีนี้ แม้เป็นกรณีตามรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๒๑ ซึ่งมีตัวบทและหลักการแตกต่างกับรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ อยู่บ้าง แต่ก็เป็นการยืนยันความหมายของคำว่า “เอกสิทธิ์เด็ดขาด” ว่า แม้ถ้อยคำที่กล่าวไม่เป็นความจริง ผู้เสียหายก็ฟ้องร้องว่ากล่าวในทางใดไม่ได้

 

อ้างอิง วิชา กฏหมายรัฐธรรมนูญ (อ.อธิคม อินทุภูติ) เนติฯ สมัยที่74

 

 

ข้อมูลความรู้เพิ่มเติมสงวนสำหรับสมาชิกที่เข้าสู่ระบบและมีสิทธิ์ใช้งาน
เข้าสู่ระบบเพื่อดูสิทธิ์ดาวน์โหลดผู้เข้าชม 1,266 ครั้ง · หน้าอ่านนี้ไม่เพิ่ม pageview ระหว่างการตรวจ