พยานหลักฐาน ประเด็นข้อพิพาท ภาระการพิสูจน์ (ข้อสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา สนามใหญ่ 2559 #2)
พยานหลักฐาน ประเด็นข้อพิพาท ภาระการพิสูจน์ (ข้อสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา สนามใหญ่ 2559)
รายละเอียดเบื้องต้นเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติม รหัสผ่าน ความคิดเห็น และการดาวน์โหลดจะแสดงตามสิทธิ์สมาชิกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
| หมวดหมู่ | ข้อ1-2 พยานแพ่ง (ป.วิ.พ. มาตรา 84-130 และมาตรา 177 วรรคสอง) |
|---|---|
| ประเภทเอกสาร | www |
| ขนาดไฟล์ | ไม่ระบุ |
| คำค้น | พยานหลักฐาน ประเด็นข้อพิพาท ภาระการพิสูจน์ (ข้อสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา สนามใหญ่ 2559) |
| เผยแพร่/ปรับปรุง | 10/08/2021 / 10/08/2021 |
รายละเอียดเบื้องต้น
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปในที่ดินพิพาทซึ่งอยู่ในเขตโฉนดที่ดินของโจทก์ ขอให้ขับไล่ จำเลยให้การว่าที่ดินพิพาทอยู่ในเขตที่ดิน น.ส. ๓ ของจำเลย โฉนดที่ดินของโจทก์ออกทับที่ดินของจำเลย เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง
ประเด็นข้อพิพาทจึงมีว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทและจำเลยบุกรุกที่ดินพิพาทหรือไม่ เมื่อโจทก์และจำเลยต่างมีชื่อในทะเบียนที่ดิน จึงไม่อาจนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๓ มาใช้สันนิษฐานเป็นคุณแก่ฝ่ายใดได้ เมื่อโจทก์อ้างว่าที่ดินพิพาทอยู่ในเขตโฉนดที่ดินของโจทก์ แต่จำเลยปฏิเสธไม่ยอมรับ ทั้งยังต่อสู้ว่าโฉนดที่ดินของโจทก์ออกทับที่ดิน น.ส. ๓ ของจำเลย โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์จึงมีภาระการพิสูจน์ให้เห็นว่าที่ดินพิพาทอยู่ในเขตโฉนดที่ดินของโจทก์ และกาคออกโฉนดที่ดินได้กระทำโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว
ตัวอย่างข้อสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา สนามใหญ่ ปี ๒๕๕๙
คำถาม
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินแปลงพิพาทตามสำเนาโฉนดที่ด้นท้ายคำฟ้อง จำเลยบุกรุกเข้าไปปลูกสร้างโรงงานในที่ดินนั้น อันเป็นการละเมิด ขอให้ขับไล่รื้อถอน จำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทอยู่ในเขตที่ดิน
น.ส. ๓ ของจำเลย ตามสำเนา น.ส. ๓ ท้ายคำให้การ โฉนดที่ดินของโจทก์ออกทับที่ดินของจำเลย โฉนดที่ดินดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยมิได้บุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ให้วินิจฉัยว่า คดีมีประเด็นข้อพิพาทว่าอย่างไร และภาระการพิสูจน์ตกอยู่แก่ฝ่ายใด
ธงคำตอบ
พิเคราะห์ตามคำฟ้องและคำให้การแล้ว คดีมีประเด็นข้อพิพาทว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทและถูกจำเลยบุกรุกเข้าครอบครองหรือไม่ เมื่อทั้งโจทก์และจำเลยต่างเป็นผู้มีชื่อในทะเบียนโฉนดที่ดินและ น.ส. ๓ จึงไม่อาจนำบทบัญญัติของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๓ มาใช้สันนิษฐานเป็นคุณแก่ฝ่ายใดได้ เมื่อโจทก์เป็นฝ่ายกล่าวอ้างว่าที่ดินพิพาทตามโฉนดที่ดินเป็นของโจทก์ แต่จำเลยให้การปฏิเสธไม่ยอมรับว่าเป็นของโจทก์ หากแต่อยู่ในเขตที่ดิน น.ส. ๓ ของจำเลย โฉนดที่ดินของโจทก์ออกทับที่ดินของจำเลย โฉนดที่ดินดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์จึงต้องนำสืบให้เห็นว่าโฉนดที่ดินของโจทก์ถูกต้องสมบูรณ์ตามกฎหมาย โดยที่ดินตามโฉนดที่ดินนั้นเป็นของโจทก์ และการออกโฉนดที่ดินได้กระทำถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายหรือไม่ ภาระการพิสูจน์จึงตกอยู่แก่ฝ่ายโจทก์