ข้ามไปยังเนื้อหา
LawSiam.com · คลังข้อมูลกฎหมายไทยร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ · เข้าสู่ระบบ

กฎหมายไทยและการเตรียมสอบ

ค้นคว้า อ่านทบทวน และเข้าถึงเอกสารกฎหมายได้เป็นระบบ

หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง ความผิดฐานซ่องโจรตามมาตรา 210 / จิตติ

หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง ความผิดฐานซ่องโจรตามมาตรา 210

คำแนะนำการใช้งาน
ข้อมูลพื้นฐานเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติม รหัสผ่าน และไฟล์แนบจะแสดงตามสถานะสมาชิกและ Level เดิมของระบบ
หมวดหมู่รวมหมายเหตุท้ายฎีกา กฎหมายอาญา
ประเภทเอกสารwww
ขนาดไฟล์ไม่ระบุ
คำค้นความผิดฐานซ่องโจรตามมาตรา 210
เผยแพร่/ปรับปรุง08/05/2018 / 08/05/2018

รายละเอียดเบื้องต้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่  1341/2521

     
 
ป.อ. มาตรา 210

  
          คน 6 คน ปรึกษากัน จะใช้ไขควงงัดประตูรถยนต์เพื่อลักวิทยุติดรถยนต์เก๋งที่จอดอยู่ข้างถนน ตำรวจเข้าจับ เป็นเป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 210

  
________________________________

 

   
          ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 210, 42 จำคุก 2 ปี ริบของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกา

 
          ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "โจทก์มีร้อยตำรวจเอกเกรียงศักดิ์คมจักรพันธ์ และจ่าสิบตำรวจขจร เพชรชุมชน เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมตัวจำเลยมาเบิกความว่า วันเกิดเหตุเวลา 5 นาฬิกา มีชาย 6 คนยืนจับกลุ่มกันอยู่ที่หน้ารถยนต์เก๋งในตรอกซึ่งแยกจากตรอกพุทธโอสถ สงสัยว่าจะเป็นคนร้าย จ่าสิบตำรวจขจรจึงแอบเข้าไป ได้ยินคนร้ายปรึกษากันจะงัดเอาวิทยุรถยนต์ เจ้าพนักงานตำรวจจึงเข้าจับกุม แต่จับจำเลยได้คนเดียวพร้อมไขควงยาวคืบเศษ 1 อัน เป็นของกลาง เห็นว่าพยานโจทก์ดังกล่าวเบิกความสอดคล้องกัน เชื่อว่าจ่าสิบตำรวจขจรซึ่งแต่งตัวนอกเครื่องแบบได้แอบเข้าไปจนใกล้ โดยจำเลยกับพวกไม่ทันรู้ตัวและรู้เห็นว่าจำเลยกับพวกอีก 5 คนปรึกษากันจะงัดประตูรถยนต์เก๋งที่จอดอยู่ข้างถนน เพื่อจะลักเอาวิทยุติดรถยนต์ ไขควงยาวคืบเศษของกลางที่ค้นได้ที่ตัวจำเลยเป็นเครื่องมือเครื่องใช้งัดและทำอันตรายประตูรถยนต์ได้ เป็นวัตถุพยานประกอบให้รับฟังได้ว่าจำเลยเป็นคนร้ายแน่นอนที่ตำรวจจับพวกของจำเลยไม่ได้เลยนั้นไม่เป็นการพิรุธ เพราะไปด้วยกัน 3 คนเท่านั้น พอร้อยตำรวจเอกเกรียงศักดิ์และสิบตำรวจเอกวิโรจน์วิ่งกรูเข้าไป พวกของจำเลยก็หลบหนีไปหมด จึงจับไม่ทัน คงมีจ่าสิบตำรวจขจรซึ่งอยู่ใกล้คนร้ายจับจำเลยไว้ได้คนเดียว"

 
          พิพากษากลับ บังคับตามศาลชั้นต้น

   
( ไพโรจน์ ไวกาสี - ชุ่ม สุนทรธัย - พิทยา มงคล )

   
หมายเหตุ 

 
          ความผิดฐานซ่องโจรตามมาตรา 210 คือ สมคบกันตั้งแต่ 5 คน ซึ่งไปเพื่อกระทำความผิดสมคบคือตกลงร่วมกัน ไม่ใช่แต่เพียงปรึกษา ซึ่งอาจปรึกษาแล้วไม่ตกลงกันก็ได้ (Smith&Hoganed.3p.175) เหตุนี้น่าจะต้องระวังในการนำสืบหรือวางข้อเท็จจริงที่รับฟังได้ว่าเป็นอย่างไร ในเรื่องนี้ข้อเท็จจริงว่าตำรวจได้ยินจำเลยปรึกษากันจะงัดเอาวิทยุรถยนต์ ปรึกษาโดยพูดกันว่าอย่างไรก็ไม่ได้ความ ว่าตามจริงก็ยังกำกวมอยู่มากแต่โจทก์ฟ้องว่า "สมคบปรึกษาร่วมกันจะใช้ไขควง" งัดประตูลักเครื่องวิทยุในรถยนต์ ศาลคงจะถือว่าจำเลยกับพวกอีก 5 คนตกลงกันจะลักทรัพย์แล้วเพียงแต่ปรึกษาว่าจะใช้ไขควงงัด อย่างไรเท่านั้น ซึ่งเป็นการสมคบกันแล้ว

 
           จิตติ

ข้อมูลเพิ่มเติมสงวนสำหรับสมาชิกที่มีสถานะใช้งานและ Level Law/Lawyer ตามเงื่อนไขเดิม

บันทึกที่เกี่ยวข้อง (0)

ยังไม่มีบันทึกที่เกี่ยวข้อง