ข้ามไปยังเนื้อหา
LawSiam.com · คลังข้อมูลกฎหมายไทยร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ · เข้าสู่ระบบ

กฎหมายไทยและการเตรียมสอบ

ค้นคว้า อ่านทบทวน และเข้าถึงเอกสารกฎหมายได้เป็นระบบ

สรุปวิอาญา มาตรา ๓๐

สรุปวิอาญา มาตรา ๓๐

สิทธิ์ใช้งาน
เอกสารนี้เปิดให้สมาชิกที่ลงทะเบียนและเข้าสู่ระบบแล้วดาวน์โหลดได้ โดยสมาชิก Level 1 ใช้งานได้เมื่อบัญชีมีสถานะ Active ส่วนบริการ Level 2 ยังคงตรวจสอบตามสิทธิ์และวันหมดอายุของระบบ
หมวดหมู่สกัดหลัก-ฎีกาเด่น กลุ่มกฎหมาย วิ.อาญา (เตรียมสอบ เนติฯ อัยการ ผู้พิพากษา)
ประเภทไฟล์www
ขนาดไฟล์ไม่ระบุ
คำค้นสรุปวิอาญา มาตรา ๓๐ ,วิอาญา มาตรา ๓๐ ,หลักกฎหมาย วิอาญา มาตรา ๓๐

รายละเอียด

สรุปวิอาญา มาตรา ๓๐ [1] มาตรา ๓๐ คดีอาญาใดซึ่งพนักงานอัยการยื่นฟ้องต่อศาลแล้ว [2]ผู้เสียหายจะ [3] ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในระยะใดระหว่างพิจารณาก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาคดีนั้นก็ได้

ข้อมูลเพิ่มเติม

-------------------------------------------------------------------------------- [1] การขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ร่วมเป็นปัญหาที่เกี่ยวด้วยความสงบ ผล ศาลหยิบยกขึ้นเองได้ ,หากศาลพิพากษายกฟ้องเพราะโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง การขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ตกไปด้วย,โจทก์ร่วมจะใช้สิทธินอกเหนือไปจากสิทธิของอัยการไม่ได้จึงไม่มีอำนาจแก้และเพิ่มเติมฟ้อง ,คดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงและมีคำขอส่วนแพ่ง แม้คำขอส่วนแพ่งจะมีทุนทรัพย์เกินอำนาจศาลแขวงอัยการก็มีอำนาจขอได้ แต่โจทก์ร่วมไม่อาจถือเอาคำขอส่วนแพ่งเป็นขอตนได้ ,สิทธิในการยื่นอุทธรณ์/ฎีกาเป็นสิทธิเฉพาะตัวของคู่ความ โจทก์ร่วมจะขอถือเอาฎีกาของอัยการเป็นของตนและขอแก้ไขเพิ่มเติมไม่ได้,ผู้เสียหายจะขอเป็นโจทก์ร่วมกับผู้เสียหายไม่ได้,จะอาศัยปวิพ.๕๗(๒)เข้ามาไม่ได้ ,ผู้ได้รับอนุญาตเข้าร่วมเป็นโจทก์มีฐานะเป็นโจทก์ นำเรื่องเดียวกันมาฟ้องไม่ได้เป็นฟ้องซ้ำ,ผู้เยาว์ฟ้องคดีเองไม่ได้ ต้องจัดการตามม.๕ ขอเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการไม่ได้แม้ผู้แทนโดยชอบธรรมจะยินยอม๕๖๓/๑๗,พนักงานอัยการอุทธรณ์คำพิพากษาแต่โจทก์ร่วมไม่ได้อุทธรณ์จะขอฎีกาไม่ได้ ถือว่าคดีระหว่างโจทก์ร่วมกับจำเลยมิได้ว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ ปวิพ ๒๔๙ ประกอบปวิอ.๑๕ ๗๔๕/๓๔,โจทก์ร่วมมีสิทธิระบุพยานหรือขอสืบพยานเพิ่มเติมได้,พนักงานอัยการและโจทก์ร่วมด้วยกันต่างมีฐานะเป็นโจทก์อัยการไม่มาแต่โจทก์ร่วมมาจะถือว่าโจทก์ขาดนัดและยกฟ้องตาม๑๖๖ไม่ได้,ทนายความลงชื่อแทนโจทก์ร่วมในคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมได้ ไม่ต้องห้ามตาม ๑๕๘(๗) ,พนักงานอัยการไม่อุทธรณ์โจทก์ร่วมมีสิทธิอุทธรณ์,พนักงานอัยการและโจทก์ร่วมต่างมีฐานะเป็นโจทก์ โจทก์ร่วมอุทธรณ์ฝ่ายเดียว และศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานใหม่พนักงานอัยการมีสิทธิสืบพยานต่อไป [2] ผู้เสียหายเท่านั้นที่มีอำนาจร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ดังนั้น หากเป็นความผิดต่อรัฐเช่น พรบ.จราจร หรือไม่เป็นผู้เสียหายในความผิดกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ไม่อาจเข้าร่วมเป็นโจทก์ได้ ๒๖๔๓/๒๕๕๐ ,หากศาลอนุญาตให้เข้าเป็นโจทก์ร่วม โดยไม่ได้ระบุให้ชัดว่าเข้าเป็นโจทก์ร่วมในความผิดฐานใด ก็หมายถึงอนุญาตให้เข้าเป็นโจทก์ร่วมเฉพาะฐานความผิดที่เข้าเป็นโจทก์ร่วมได้เท่านั้น ๖๗๔๔/๔๔ กรณีมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมไม่ได้ เช่น เหตุเกิดรถชนผู้ตายมีส่วนประมาทอยู่บ้างไม่เป็นผู้เสียหายตาม ๒(๔) ผู้บุพการีไม่มีอำนาจทำแทนตาม ๕(๒) ไม่มีอำนาจเข้าเป็นโจทก์ร่วม ม.๓๐ [3] ร้องได้ทั้งอาญาแผ่นดินและต่อส่วนตัว ผลของการเข้าเป็นโจทก์ร่วม ได้แก่ ศาลอนุญาตแม้ต่อมาศาลจะยกคำร้องของโจทก์ร่วมก็ไม่ทำให้การดำเนินคดีของโจทก์ร่วมเสียไป ๑๘๖/๑๔ ,เคยเข้าเป็นโจทก์ร่วมต่อมาได้ถอนการเป็นโจทก์ร่วม มีผลเท่ากับขอถอนฟ้องในส่วนของโจทก์ร่วม ต่อมาจะขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมอีกไม่ได้ต้องห้ามม.๓๖ ๗๒๔๑/๔๔ ที่มา/ เขียนโดย นักกฎหมายในม่านหมอก

ไม่มีข้อมูลแนบ ไฟล์แนบ: ไม่มีไฟล์ที่ใช้งานได้บนเซิร์ฟเวอร์ · เข้าชม 1,652 ครั้ง