ข้ามไปยังเนื้อหา
LawSiam.com · คลังข้อมูลกฎหมายไทยร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ · เข้าสู่ระบบ

กฎหมายไทยและการเตรียมสอบ

ค้นคว้า อ่านทบทวน และเข้าถึงเอกสารกฎหมายได้เป็นระบบ

หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง คำร้องทุกข์ตามกฎหมาย / ประดิษฐ์ เอกมณี

หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง คำร้องทุกข์ตามกฎหมาย

คำแนะนำการใช้งาน
ข้อมูลพื้นฐานเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติม รหัสผ่าน และไฟล์แนบจะแสดงตามสถานะสมาชิกและ Level เดิมของระบบ
หมวดหมู่รวมหมายเหตุท้ายฎีกา วิอาญา
ประเภทเอกสารwww
ขนาดไฟล์ไม่ระบุ
คำค้นหมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง คำร้องทุกข์ตามกฎหมาย
เผยแพร่/ปรับปรุง25/04/2018 / 25/04/2018

รายละเอียดเบื้องต้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3924/2532   

    
ป.วิ.อ. มาตรา 2 (7)

 
ป.อ. มาตรา 96

 
พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 3

  
   ข้อความในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีระบุว่า โจทก์มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีแก่จำเลยในข้อหาออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ในชั้นนี้โจทก์ขอรับเช็คกลับคืนไปเพื่อดำเนินการตามกฎหมายอีกส่วนหนึ่งต่อไปแสดงว่า โจทก์ได้แจ้งความกล่าวหาโดยมีเจตนาจะให้จำเลยได้รับโทษส่วนข้อความตอนท้ายหมายความว่า นอกจากโจทก์จะมอบคดีให้พนักงานสอบสวนดำเนินการกับจำเลยแล้ว โจทก์ยังประสงค์จะดำเนินคดีอาญากับจำเลยโดยเป็นโจทก์ฟ้องคดีเองอีกส่วนหนึ่งด้วย การที่โจทก์ขอรับเช็คกลับคืนไปไม่มีผลกระทบต่อการแจ้งความร้องทุกข์ จึงเป็นคำร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(7)   โจทก์แจ้งความร้องทุกข์ในเวลาไม่เกิน 3 เดือน นับแต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค และนำคดีมาฟ้องภายในกำหนด 5 ปีคดีไม่ขาดอายุความ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96

  
________________________________

  
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3จำคุก 6 เดือน จำเลยฎีกา

 
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คธนาคารศรีนคร จำกัด สาขาสำเหร่ เลขที่ 378102ลงวันที่ 5 สิงหาคม 2528 สั่งจ่ายเงินจำนวน 38,000 บาท โดยมีจำเลยเป็นผู้ลงนามสั่งจ่าย ปรากฏตามเช็คเอกสารหมาย จ.1 เมื่อเช็คถึงกำหนดโจทก์ได้จัดการเรียกเก็บเงินตามเช็ค แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2528 โดยให้เหตุผลว่าโปรดติดต่อผู้สั่งจ่ายปรากฏตามใบคืนเช็คเอกสารหมาย จ.2 ในวันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินในบัญชีของจำเลยมีเงินอยู่เพียง 205 บาทโจทก์ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2528ปรากฏตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเอกสารหมาย จ.3

 
ที่จำเลยฎีกาว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความเพราะการที่โจทก์อ้างว่าได้ร้องทุกข์ภายในอายุความ ไม่เป็นการร้องทุกข์ตามกฎหมายนั้นข้อความในเอกสารหมาย จ.3 ซึ่งเป็นรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีมีใจความสำคัญว่า โจทก์มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีแก่จำเลยในข้อหาออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คจนกว่าคดีถึงที่สุด ในชั้นนี้โจทก์ขอรับเช็คกลับคืนไปเพื่อดำเนินการตามกฎหมายอีกส่วนหนึ่งต่อไป เห็นว่า ข้อความในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเอกสารหมาย จ.3 ในตอนต้นระบุว่า มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก่จำเลยจนกว่าคดีจะถึงที่สุด แสดงว่าโจทก์ได้แจ้งความกล่าวหาโดยมีเจตนาจะให้จำเลยได้รับโทษ ซึ่งร้อยตำรวจเอกเฉลิม เย็นสำราญ พยานจำเลยซึ่งเป็นผู้รับแจ้งความร้องทุกข์จากโจทก์ก็เบิกความว่า โจทก์มาร้องทุกข์โดยประสงค์ให้ดำเนินคดีกับจำเลยจนถึงที่สุด แม้ข้อเท็จจริงจะได้ความจากคำเบิกความของร้อยตำรวจเอกเฉลิมประกอบกับข้อความในเอกสารหมาย จ.3 ตอนท้ายว่า ในวันแจ้งความโจทก์ได้รับเช็คกลับคืนไปเพื่อฟ้องคดีอาญากับจำเลยเองก็ตาม แต่ข้อความในเอกสารหมาย จ.3ตอนสุดท้ายนั่นเองระบุว่า ขอรับเช็คกลับคืนไปเพื่อดำเนินการตามกฎหมายอีกส่วนหนึ่งต่อไป ซึ่งหมายความว่านอกจากโจทก์จะมอบคดีให้พนักงานสอบสวนดำเนินการกับจำเลยแล้ว โจทก์ยังประสงค์จะดำเนินคดีอาญากับจำเลยโดยเป็นโจทก์ฟ้องคดีเองอีกส่วนหนึ่งด้วย มิใช่เป็นข้อความที่แสดงว่ายังไม่มอบคดีให้พนักงานสอบสวนดำเนินการ การที่โจทก์ขอรับเช็คกลับคืนไปจึงไม่มีผลกระทบต่อการแจ้งความร้องทุกข์แต่อย่างใด ดังนั้น ข้อความในเอกสารหมาย จ.3 จึงเป็นคำร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(7) แล้ว เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินวันที่ 5 สิงหาคม 2528 โจทก์มาแจ้งความร้องทุกข์วันที่ 13 ตุลาคม 2528 ซึ่งเป็นเวลาไม่เกิน 3 เดือนนับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินและโจทก์นำคดีมาฟ้องเมื่อวันที่13 พฤษภาคม 2529 ภายในกำหนด 5 ปี คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุกจำเลย 6 เดือน หนักไป เห็นสมควรกำหนดโทษจำเลยใหม่ให้เหมาะสมแก่รูปคดี"

 
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 3 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

    
(เธียร ยูงทอง - ชูเชิด รักตะบุตร์ - สัมฤทธิ์ ไชยศิริ)

  
หมายเหตุ

  
 การแจ้งความคดีความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค อย่างไรจึงจะเป็นการร้องทุกข์ตามกฎหมายนั้นเดิมแม้ผู้เสียหายเพียงแต่แจ้งความว่า "ขอแจ้งความให้เจ้าพนักงานทราบไว้เป็นหลักฐาน เพราะเกรงจะขาดอายุความ" หรือแม้แต่ผู้เสียหายแจ้งว่า "ขอแจ้งเป็นหลักฐาน ไม่ประสงค์จะมอบคดีให้เจ้าพนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับจำเลย และขอรับเช็คคืนไปติดต่อทำความตกลงกับจำเลยอีกครั้ง ถ้าหากตกลงไม่ได้จะมอบคดีให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป" ศาลฎีกาก็วินิจฉัยว่าเป็นคำร้องทุกข์ตามกฎหมายแล้ว(คำพิพากษาฎีกาที่ 263/2504,1361/2517) แต่ต่อมาศาลฎีกากลับวินิจฉัยว่า การแจ้งความไว้เป็นหลักฐานก็ดี การแจ้งความไว้เป็นหลักฐานเพราะเกรงคดีจะขาดอายุความก็ดี การแจ้งให้ทราบไว้เป็นหลักฐานเพื่อจะฟ้องคดีเองก็ดี ไม่เป็นการร้องทุกข์ตามกฎหมาย เพราะผู้เสียหายไม่มีเจตนาให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีแก่ผู้ต้องหา(คำพิพากษาฎีกาที่ 2409/2518,1849/2521,16/2512 และ 314/2529เป็นต้น)

 
 อย่างไรก็ดีศาลฎีกาได้วินิจฉัยปัญหานี้โดยมติที่ประชุมใหญ่ในคำพิพากษาฎีกาที่ 1209/2531 ว่า "ข้อความในบันทึกการร้องทุกข์มีว่า มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีอาญากับผู้สั่งจ่ายตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ในชั้นนี้ขอรับเช็คคืนไปเก็บรักษาไว้เพื่อจะได้ติดต่อกับผู้สั่งจ่ายอีกทางหนึ่ง ดังนี้ แสดงว่าโจทก์ได้แจ้งความกล่าวหาโดยมีเจตนาที่จะให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ และมอบคดีให้พนักงานสอบสวนดำเนินการ การขอรับเช็คกลับคืนไปก็เพื่อติดต่อกับผู้สั่งจ่ายอีกทางหนึ่งเท่านั้นไม่มีผลกระทบต่อการแจ้งความร้องทุกข์ ข้อความดังกล่าวจึงเป็นการร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(7)"

 
 คำพิพากษาฎีกาที่บันทึกนี้วินิจฉัยตามคำพิพากษาฎีกาที่1209/2531(ประชุมใหญ่) เพราะโจทก์แจ้งความเพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีแก่จำเลย เป็นการแจ้งความกล่าวหาโดยมีเจตนาให้จำเลยได้รับโทษ แม้โจทก์จะขอรับเช็คกลับคืนไปเพื่อดำเนินการตามกฎหมายอีกส่วนหนึ่งก็ไม่มีผลกระทบต่อการร้องทุกข์ จึงเป็นคำวินิจฉัยที่ชอบด้วยเหตุผล

 
  ประดิษฐ์ เอกมณี

ข้อมูลเพิ่มเติมสงวนสำหรับสมาชิกที่มีสถานะใช้งานและ Level Law/Lawyer ตามเงื่อนไขเดิม

บันทึกที่เกี่ยวข้อง (0)

ยังไม่มีบันทึกที่เกี่ยวข้อง