ข้ามไปยังเนื้อหา
LawSiam.com · คลังข้อมูลกฎหมายไทยร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ · เข้าสู่ระบบ

กฎหมายไทยและการเตรียมสอบ

ค้นคว้า อ่านทบทวน และเข้าถึงเอกสารกฎหมายได้เป็นระบบ

หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง การแจ้งวันนัดโดยประกาศทางหนังสือพิมพ์ / วิชา มหาคุณ

หมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง การแจ้งวันนัดโดยประกาศทางหนังสือพิมพ์

คำแนะนำการใช้งาน
ข้อมูลพื้นฐานเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติม รหัสผ่าน และไฟล์แนบจะแสดงตามสถานะสมาชิกและ Level เดิมของระบบ
หมวดหมู่รวมหมายเหตุท้ายฎีกา วิอาญา
ประเภทเอกสารwww
ขนาดไฟล์ไม่ระบุ
คำค้นหมายเหตุท้ายฎีกา เรื่อง การแจ้งวันนัดโดยประกาศทางหนังสือพิมพ์
เผยแพร่/ปรับปรุง21/04/2018 / 21/04/2018

รายละเอียดเบื้องต้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1780/2531    

   
ป.อ. มาตรา 95, 96

 
พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 3

  
   แม้โจทก์จะร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับจำเลยภายในกำหนดอายุความ สามเดือนนับแต่วันรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวจำเลยผู้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 และฟ้องจำเลยภายในกำหนดอายุความ5 ปี นับแต่วันกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95(4) แล้วก็ตามเมื่อในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ไม่ได้ตัวจำเลยมาศาลภายในกำหนดเวลาดังกล่าว คดีของโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 95 วรรคแรก

  
________________________________

  
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา

 
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยออกเช็คพิพาทลงวันที่ 4 ธันวาคม 2523 จำนวนเงิน 50,000 บาท นำมาแลกเงินสดไปจากโจทก์ เมื่อเช็คพิพาทถึงกำหนดชำระเงิน โจทก์นำไปเข้าบัญชีของโจทก์ที่ธนาคารเพื่อเรียกเก็บเงิน ธนาคารตามเช็คพิพาทปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2524 โดยให้เหตุผลว่าโปรดติดต่อผู้สั่งจ่าย โจทก์ไปร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับจำเลยที่สถานีตำรวจนครบาลบางเขน เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2524 และมาฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2529 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2529 แล้วพิพากษายกฟ้องในวันเดียวกันปัญหามีว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า แม้ว่าโจทก์จะร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับจำเลยภายในอายุความสามเดือนนับแต่วันรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวจำเลยผู้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 96 และโจทก์มาฟ้องจำเลยคดีนี้ภายในอายุความห้าปีนับแต่วันกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95(4) แล้วก็ตามแต่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 วรรคแรก บัญญัติไว้ชัดว่า"ในคดีอาญา ถ้ามิได้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทำความผิดมายังศาลภายในกำหนดดังต่อไปนี้ นับแต่วันกระทำความผิดเป็นอันขาดอายุความ ฯลฯ"ตามบทบัญญัติดังกล่าวแสดงว่าต้องฟ้องและได้ตัวผู้กระทำผิดมายังศาลแล้ว คดีจึงจะไม่ขาดอายุความ และเห็นว่าบทบัญญัติเรื่องอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 นี้เป็นบทบัญญัติทั่วไป ไม่ได้ใช้บังคับในกรณีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์เท่านั้น ในกรณีที่ราษฎรเป็นโจทก์อย่างเช่นคดีนี้ก็ต้องถือหลักอย่างเดียวกัน การที่ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนมูลฟ้องของโจทก์ต่อไปนั้น จะถือว่าระหว่างนั้นได้ตัวจำเลยมายังศาลและจำเลยอยู่ในอำนาจศาลแล้วหาได้ไม่ และจะนำเอาบทบัญญัติในทางแพ่งเรื่องอายุความสะดุดหยุดลงเมื่อฟ้องคดีมาใช้บังคับไม่ได้ ขณะที่ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนมูลฟ้องเมื่อวันที่ 2เมษายน 2529 นั้นเป็นเวลาเกินห้าปี นับแต่วันจำเลยกระทำผิดตามฟ้องแล้ว คดีของโจทก์ย่อมขาดอายุความ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้วฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

 
พิพากษายืน

    
(เสียง ตรีวิมล - จุนท์ จันทรวงศ์ - ปชา วรธรรมพินิจ)

  
หมายเหตุ

  
 ท่านศาสตราจารย์จิตติติงศภัทิย์ ได้กล่าวไว้ในคำอธิบายประมวลกฎหมายอาญา ภาค 1 ตอน 2(หน้า 1096) ว่า "คดีที่ศาลไต่สวนมูลฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 165 ถ้าอัยการเป็นโจทก์ คงต้องส่งตัวจำเลยต่อศาลพร้อมกับฟ้องตาม มาตรา 143 อยู่แล้ว ถ้าราษฎรเป็นโจทก์ เมื่อได้แจ้งวันนัดให้จำเลยทราบแล้วก็น่าจะถือได้ว่าตัวจำเลยมาศาลแล้ว มิฉะนั้นจะเป็นการประหลาด มากถ้าคดีที่ฟ้องแล้วตั้งแต่ยังไม่ขาดอายุความ จะขาดอายุความลงในระหว่างที่ไต่สวนมูลฟ้องอยู่แล้ว"

 
 อย่างไรก็ตามคดีนี้ศาลฎีกาได้วินิจฉัยตามแนวคำพิพากษาฎีกาที่ 986/2514 ซึ่งตามข้อเท็จจริง เป็นเรื่องการแจ้งวันนัดโดยประกาศทางหนังสือพิมพ์ แต่ในคดีนี้จำเลยรับทราบวันนัด เมื่อวันที่14 กุมภาพันธ์ 2529 ซึ่งยังอยู่ภายในกำหนดอายุความ 5 ปี ดังนั้นถ้าถือตามแนวคิดของท่านศาสตราจารย์จิตติติงศภัทิย์ ก็ถือว่าได้ตัวจำเลยมาศาลแล้ว

 
  วิชา  มหาคุณ

ข้อมูลเพิ่มเติมสงวนสำหรับสมาชิกที่มีสถานะใช้งานและ Level Law/Lawyer ตามเงื่อนไขเดิม

บันทึกที่เกี่ยวข้อง (0)

ยังไม่มีบันทึกที่เกี่ยวข้อง