ข้ามไปยังเนื้อหา
LawSiam.com · คลังข้อมูลกฎหมายไทยร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ · เข้าสู่ระบบ

กฎหมายไทยและการเตรียมสอบ

ค้นคว้า อ่านทบทวน และเข้าถึงเอกสารกฎหมายได้เป็นระบบ

เจาะประเด็น ฎีกาเด่น* การแสดงเจตนา กรณีผู้แสดงเจตนาถึงแก่ความตาย

๘ สัญญาเช่ามีข้อความว่า เมื่อครบกําหนดอายุสัญญาเช่าแล้วผู้ให้เช่าต้องให้ผู้เช่าเช่าอยู่ต่อไป...

สิทธิ์การใช้งาน
รายละเอียดเบื้องต้นเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติม รหัสผ่าน ความคิดเห็น และการดาวน์โหลดจะแสดงตามสิทธิ์สมาชิกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
หมวดหมู่รวมฎีกา 5 ดาว ฎีกาพิสดาร* นิติกรรม-สัญญา หนี้
ประเภทเอกสารwww
ขนาดไฟล์ไม่ระบุ
คำค้นฎีกาที่ ๑๖๐๒/๒๕๔๘ กรณีผู้แสดงเจตนาถึงแก่ความตาย
เผยแพร่/ปรับปรุง30/06/2023 / 30/06/2023

รายละเอียดเบื้องต้น

การแสดงเจตนา กรณีผู้แสดงเจตนาถึงแก่ความตาย  

 

              การแสดงเจตนาที่ได้ส่งออกไปแล้วย่อมไม่เสื่อมเสียไป แม้ภายหลังการแสดงเจตนานั้นผู้แสดงเจตนาจะถึงแก่ความตาย หรือถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

              ตามมาตรา ๑๖๙ วรรคสอง ต้องตีความต่อเนื่องกับมาตรา ๑๖๙ วรรคหนึ่ง กล่าวคือ ต้องเป็นกรณีการแสดงเจตนาที่กระทําต่อบุคคลซึ่งมิได้อยู่เฉพาะหน้า ในระหว่างที่การแสดงเจตนาที่ส่งออกไปนั้นยังไม่ถึงผู้รับการแสดงเจตนา ผู้แสดงเจตนาถึงแก่ความตายหรือถูกศาลสั่งเป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถเสียก่อน การแสดงเจตนานั้นก็ไม่เสียไป

              เช่น ผู้ซื้อบอกเลิกสัญญาซื้อขายที่ดินไปยังผู้ขายโดยส่งทางจดหมายระหว่างที่จดหมายยังไม่ถึงผู้ขาย ผู้ซื้อถึงแก่ความตายเสียก่อน การบอกเลิกสัญญานั้นก็ไม่เสียไป ดังนั้น แม้หนังสือบอกเลิกสัญญาไปถึงผู้ขายภายหลังผู้ซื้อตายแล้ว การบอกเลิกสัญญานั้นก็มีผลทําให้สัญญาเลิกกัน

               อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นคําเสนอคําสนองในเรื่องสัญญา มีข้อยกเว้นอยู่ในมาตรา ๓๖๐ ที่บัญญัติว่า “มิให้นําบทบัญญัติมาตรา ๑๖๙ วรรคสอง มาใช้บังคับ หากขัดกับเจตนาอันผู้เสนอได้แสดง หรือหากว่าก่อนจะสนองรับนั้น คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้รู้แล้วว่าผู้เสนอตายหรือตกเป็นผู้ไร้ความสามารถ”

              ดังนั้น ถ้าเป็นเรื่องการแสดงเจตนาที่เป็นคําเสนอหรือคําสนองแล้ว ถ้าผู้เสนอได้ส่งคําเสนอไปแล้ว ระหว่างที่คําเสนอยังไม่ถึงผู้รับ ผู้เสนอถึงแก่ความตายหรือตกเป็นคนไร้ความสามารถก่อน ปกติ ก็ต้องถือว่าคําเสนอนั้นไม่เสียไป แต่ถ้าผู้เสนอได้แสดงเจตนาไว้ว่า ถ้าตนถึงแก่ความตาย หรือตกเป็นคนไร้ความสามารถให้คําเสนอนั้นเสียไป หรือก่อนผู้รับจะสนองรับ ผู้นั้นรู้แล้วว่าผู้เสนอถึงแก่ความตายหรือตกเป็นคนไร้ความสามารถ คําเสนอนั้นก็เสียไป

              คําพิพากษาฎีกาที่ ๑๖๐๒/๒๕๔๘ สัญญาเช่ามีข้อความว่า เมื่อครบกําหนดอายุสัญญาเช่าแล้วผู้ให้เช่าต้องให้ผู้เช่าเช่าอยู่ต่อไป โดยผู้ให้เช่าจะต่ออายุสัญญาเช่าให้ ทุก ๆ ๓ ปี ข้อสัญญาดังกล่าวเป็นคํามั่น ของ ป. ผู้ให้เช่า ไม่ปรากฏว่าจําเลยได้ทราบ ก่อนจะสนองรับว่า ป. ถึงแก่กรรมไปก่อนแล้ว กรณีจึงไม่ตกอยู่ในบังคับมาตรา ๓๖๐ ต้องนําบทบัญญัติมาตรา ๑๖๙ วรรคสอง มาใช้บังคับ คํามั่นจึงไม่เสื่อมเสียไป มีผลผูกพันโจทก์ผู้รับโอนซึ่งเป็นทายาทให้ต้องปฏิบัติตาม โดยให้จําเลยเช่าตึกแถวพิพาท ต่อไปตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญาเดิม โจทก์ต้องยินยอมให้จําเลยเช่าตึกแถวพิพาท ต่อไปนับแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๓๖ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๓๘ ส่วนการต่ออายุสัญญาเช่าในระยะ ๓ ปี ถัดมานับแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๓๙ เป็นต้นไป ต้องแยกพิจารณาต่างหากอีกกรณีหนึ่ง หาใช่มีผลผูกพันตลอดไปไม่ แม้ข้อความในสัญญาเช่าจะมีคํามั่นที่ ป. ผู้ให้เช่าให้ไว้ แต่คํามั่นดังกล่าวจะมีผลผูกพันในการต่ออายุสัญญาเช่าครั้งต่อไปและตกทอดแก่โจทก์ได้ก็ต่อเมื่อคํามั่นนั้นมีผลบังคับก่อนครบกําหนดอายุสัญญาเช่าครั้งท้ายสุดด้วยการที่จําเลยได้แสดงเจตนาสนองรับคํามั่นโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อ ป. ถึงแก่ความตายแล้วตึกแถวพิพาทตกเป็นของโจทก์ผู้เป็นทายาท จําเลยทราบว่า ป. ถึงแก่ความตายแล้วจึงมีหนังสือขอต่ออายุสัญญาเช่าไปยัง โจทก์เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๓๘ กรณีเช่นนี้จึงต้องบังคับตามมาตรา ๓๖๐ ซึ่งบัญญัติมิให้นําบทบัญญัติมาตรา ๑๖๙ วรรคสอง มาใช้บังคับหากว่าก่อนจะสนองรับนั้นคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้รู้อยู่แล้วว่าผู้เสนอตาย คํามั่นดังกล่าวย่อมไม่มีผลบังคับและไม่เป็นมรดกตกทอดอันจะผูกพันโจทก์ซึ่งเป็นทายาท หนังสือต่ออายุสัญญาเช่าจึงไร้ผล และไม่ก่อให้เกิดสัญญาเช่าขึ้นใหม่ โจทก์ย่อมมีสิทธิไม่ต่ออายุสัญญาเช่าตึกแถวพิพาทให้แก่จําเลยได้ เมื่อโจทก์มีหนังสือไปยังจําเลย แจ้งว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะให้จําเลยเช่า ตึกแถวพิพาทอีกต่อไปและบอกเลิกสัญญาเช่า สัญญาเช่าตึกแถวพิพาทจึงต้องสิ้นสุดลง วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๓๘ อันเป็นวันครบกําหนดการต่ออายุสัญญาเช่า โจทก์ย่อมฟ้อง ขับไล่จําเลยได้ (นอกจากคําเสนอคําสนองแล้ว ยังใช้กับคํามั่นด้วย)

              สรุป การแสดงเจตนาที่กระทําต่อบุคคลซึ่งมิได้อยู่เฉพาะหน้า หากในระหว่างที่การแสดงเจตนาที่ส่งออกไปนั้นยังไม่ถึงผู้รับการแสดงเจตนา ผู้แสดงเจตนาถึงแก่ความตายหรือถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถเสียก่อน การแสดงเจตนานั้นก็ไม่เสียไป

              แต่ถ้าเป็นคําเสนอคำสนองในเรื่องสัญญา ถ้าผู้เสนอ ส่งคำเสนอไปแล้ว ระหว่างคำเสนอยังไม่ถึงผู้รับ (ผู้สนอง) ผู้เสนอถึงแก่ความตายหรือตกเป็นคนไร้ความสามารถก่อน ปกติถือว่าคําเสนอนั้นไม่เสียไป เว้นแต่ผู้เสนอได้แสดงเจตนาไว้ว่าถ้าตนถึงแก่ความตายหรือตกเป็นคนไร้ความสามารถให้คําเสนอนั้นเสียไป หรือก่อนผู้รับจะสนองรับ ผู้นั้น (ผู้ที่จะทําคําสนอง) รู้แล้วว่าผู้เสนอถึงแก่ความตาย หรือตกเป็นผู้ไร้ความสามารถ

 

อ้างอิง วิชานิติกรรมสัญญา อ.บวรศักดิ์ ทวิพัฒน์ เนติฯ ครั้งที่ ๔ สมัยที่ ๗๖

 

ข้อมูลความรู้เพิ่มเติมสงวนสำหรับสมาชิกที่เข้าสู่ระบบและมีสิทธิ์ใช้งาน
เข้าสู่ระบบเพื่อดูสิทธิ์ดาวน์โหลดผู้เข้าชม 314 ครั้ง · หน้าอ่านนี้ไม่เพิ่ม pageview ระหว่างการตรวจ