ข้ามไปยังเนื้อหา
LawSiam.com · คลังข้อมูลกฎหมายไทยร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ · เข้าสู่ระบบ

กฎหมายไทยและการเตรียมสอบ

ค้นคว้า อ่านทบทวน และเข้าถึงเอกสารกฎหมายได้เป็นระบบ

เจาะประเด็น ฎีกาเด่น* หลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือจะต้องมีเมื่อใด

ฎีกา หลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือจะต้องมีเมื่อใด

สิทธิ์การใช้งาน
รายละเอียดเบื้องต้นเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติม รหัสผ่าน ความคิดเห็น และการดาวน์โหลดจะแสดงตามสิทธิ์สมาชิกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
หมวดหมู่รวมฎีกา 5 ดาว ฎีกาพิสดาร* ยืม ค้ำประกัน จำนอง จำนำ
ประเภทเอกสารwww
ขนาดไฟล์ไม่ระบุ
คำค้นหลักฐานแห่งการกู้ยืม
เผยแพร่/ปรับปรุง27/06/2023 / 30/06/2023

รายละเอียดเบื้องต้น

 

หลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือจะต้องมีเมื่อใด

 

           หลักฐานแห่งการกู้ยืม ไม่จําเป็นจะต้องมีในขณะทําสัญญากู้ยืม อาจจะมีขึ้นก่อนหรือภายหลังการทําสัญญาก็ได้ แต่จะต้องมีก่อนฟ้องเรียกเงินตามสัญญากู้ยืม

 

           คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๑๒/๒๕๐๔ ฟ้องเรียกเงินที่โจทก์ทดรองจ่ายในการทำศพแทนจำเลยนั้นเป็นลักษณะกู้ยืม เมื่อไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือแล้วก็ไม่มีอำนาจฟ้องแม้จะถือเอาคำให้การและคำเบิกความของจำเลยในการสู้คดี ซึ่งรับว่าได้รับเงินจริง ก็จะบังคับแก่จำเลยไม่ได้ เพราะขณะฟ้องโจทก์ไม่มีหลักฐานการกู้ยืมเป็นหนังสือ

 

           คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๓๓๕/๒๕๔๘ จําเลยกู้เงินโจทก์ไป ๕๐๐,๐๐๐ บาท ต่อมาขอกู้เพิ่มอีก ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท โจทก์จําเลยจึงทําสัญญากู้เป็นหนังสือระบุจํานวนเงิน ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท แม้ต่อมาการกู้ครั้งหลังไม่เกิดขึ้น หนังสือสัญญากู้ที่ทําไว้ก็ยังมีผลสมบูรณ์บังคับกันได้ในหนี้จํานวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ที่มีการกู้ยืมจริงและใช้เป็นหลักฐาน เป็นหนังสือฟ้องให้ใช้หนี้ได้

 

           คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๓๘๓๕/๒๕๕๓ จําเลยลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้ในใบสมัครสินเชื่อควิกแคชซึ่งมีข้อความว่า จําเลยผู้กู้ขอรับบริการสินเชื่อควิกแคชจากโจทก์ มีการระบุอัตราค่าธรรมเนียมจัดการเงินกู้และดอกเบี้ยที่โจทก์กำหนด แม้เอกสารดังกล่าวมิได้ระบุจํานวนเงินที่กู้ยืม แต่มีข้อความว่าจําเลยขอรับวงเงินสินเชื่อเต็มตามที่โจทก์จะอนุมัติ ซึ่งต่อมาโจทก์อนุมัติให้จําเลยกู้ยืมเงินจําวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท และโอนเงินเข้าบัญชีแล้ว ตามเอกสารการโอนเงินและการเคลื่อนไหวทางบัญชีของจําเลย ดังนี้เอกสารดังกล่าว เมื่อพิจารณาประกอบกันแล้วถือได้ว่าเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือแล้ว (และฎีกาที่ ๑๐๔๐๖/๒๕๕๔)

 

           คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๐๔๐๖/๒๕๕๔ แบบฟอร์มคำขอกู้ยืมเงินและหนังสือกู้เงินของสมาชิกสหกรณ์ที่โจทก์นำมาใช้กับพนักงานลูกจ้างของโจทก์ ซึ่งคำขอกู้เงินมีสาระสำคัญเพียงว่า จำเลยที่ ๑ เสนอคำขอกู้เงินจำนวน ๑๕๓,๕๐๐ บาท ส่วนหนังสือกู้เงินมีสาระสำคัญเพียงว่าจำเลยที่ ๑ ทำหนังสือกู้ไว้ให้แก่โจทก์เพื่อเป็นหลักฐาน จำเลยที่ ๑ ขอกู้เงินไม่เกิน ๑๕๓,๕๐๐ บาท เมื่อโจทก์อนุมัติให้ใช้หนังสือกู้นี้ได้ จำเลยที่ ๑ จะเบิกรับเงินกู้ตามที่โจทก์อนุมัติ และทำหลักฐานการรับเงินกู้ให้ไว้แก่สหกรณ์ทุกครั้ง ด้านหลังระบุว่า ถ้าโจทก์กำหนดวงเงินกู้ให้น้อยกว่าที่ขอกู้ จำเลยที่ ๑ เป็นอันตกลงด้วยทั้งสิ้น ลงชื่อจำเลยที่ ๑ ผู้กู้ โดยไม่มีลายมือชื่อโจทก์ผู้ให้กู้อยู่ด้วย คงมีเพียงลายมือชื่อประธานคณะทำงานจากกรรมการดำเนินการซึ่งเป็นประธานในที่ประชุมเป็นผู้อนุมัติพร้อมเลขานุการในช่องบันทึกการอนุมัติเงินกู้หน้าแรกของหนังสือกู้เงิน อันเป็นขั้นตอนปฏิบัติงานตามระเบียบ ฯ ข้อ ๙ จึงเป็นเพียงหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินเป็นหนังสือ ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๖๕๓ วรรคหนึ่ง มิใช่หนังสือสัญญากู้ยืมเงิน ส่วนสัญญาค้ำประกันที่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ทำให้ไว้แก่โจทก์ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ฝ่ายเดียวลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน จึงเป็นเพียงหลักฐานลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกัน ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๖๘๐ วรรคสองเท่านั้น หนังสือกู้เงินและหนังสือค้ำประกัน จึงมิใช่ตราสารที่ต้องปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ตามความมุ่งหมายแห่ง ป.รัษฎากร มาตรา ๑๑๘ แม้โจทก์จะมิได้ปิดอากรแสตมป์ก็รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้

 

ข้อมูลความรู้เพิ่มเติมสงวนสำหรับสมาชิกที่เข้าสู่ระบบและมีสิทธิ์ใช้งาน
เข้าสู่ระบบเพื่อดูสิทธิ์ดาวน์โหลดผู้เข้าชม 381 ครั้ง · หน้าอ่านนี้ไม่เพิ่ม pageview ระหว่างการตรวจ