ข้ามไปยังเนื้อหา
LawSiam.com · คลังข้อมูลกฎหมายไทยร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ · เข้าสู่ระบบ

กฎหมายไทยและการเตรียมสอบ

ค้นคว้า อ่านทบทวน และเข้าถึงเอกสารกฎหมายได้เป็นระบบ

เตรียมสอบวิชาว่าความภาคทฤษฎีรุ่นที่ 47 การเขียนบรรยายคำฟ้องคดีแพ่งและคำขอท้ายฟ้อง

เตรียมสอบวิชาว่าความภาคทฤษฎีรุ่นที่ 47 สอบวันอาทิตย์ที่ 19 กพ.60 ที่ ม.รามคำแหง หัวหมาก ประกาศผล 23 มีค. 60

สิทธิ์การใช้งาน
รายละเอียดเบื้องต้นเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติม รหัสผ่าน และไฟล์แนบจะแสดงตามสถานะสมาชิกและ Level เดิม
หมวดหมู่ตัวอย่างคำฟ้องคดีแพ่ง
ประเภทเอกสารwww
ขนาดไฟล์ไม่ระบุ
คำค้นเตรียมสอบวิชาว่าความภาคทฤษฎีรุ่นที่ 47 การเขียนบรรยายคำฟ้องคดีแพ่งและคำขอท้ายฟ้อง
เผยแพร่/ปรับปรุง08/02/2017 / 08/02/2017

รายละเอียดเบื้องต้น

โครงสร้าง : การเขียนบรรยายคำฟ้องคดีแพ่งและคำขอท้ายฟ้อง
 เตรียมสอบวิชาว่าความภาคทฤษฎีรุ่นที่ 47 สอบวันอาทิตย์ที่ 19 กพ.60 ที่ ม.รามคำแหง หัวหมาก ประกาศผล 23 มีค. 60 
  คำฟ้องคดีแพ่งเป็นหัวใจสำคัญของวิชาว่าความ (คะแนนมากที่สุด 30 คะแนนขึ้นไป)
----------------


โครงสร้าง : การเขียนบรรยายคำฟ้องคดีแพ่งและคำขอท้ายคำฟ้อง
- หลักการเขียนให้ได้คะแนนหรือหลักการเขียนให้ศาลเข้าใจตัองยึดหลักกฎหมาย ป.วิ.พ.มาตรา 172 "ต้องมีสภาพข้อหา ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาและคำขอบังคับ" ดังต่อไปนี้
ข้อ1. บรรยายคู่ความหรือฐานะของคู่ความ (โจทก์/จำเลย)
- บุคคลธรรมดาไม่ต้องเขียนยกเว้นมีการมอบอำนาจ/ผู้แทนโดยชอบธรรม/ผู้พิทักษ์ทรัพย์/ผู้อนุบาลแล้วแต่กรณี)
- นิติบุคคลต้องเขียน (โจทก์/จำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายมีนาย..........เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของโจทก์/จำเลย กระทำการแทนโจทก์/จำเลยได้ มีวัตถุประสงค์ ... รายละเอียดปรากฎตามสำเนาหนังสือรับรองของสำนักทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท กรุงเทพมหานคร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข.............)
ข้อ 2. นิติสัมพันธ์ระหว่างโจทก์จำเลย (สภาพแห่งข้อหา)
ข้อ 3 บรรยายการโต้แย้งสิทธิตาม ป.วิ.พ.ม.55 (ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา)
ข้อ 4. บรรยายค่าเสียหายและดอกเบี้ย
- ถ้าเป็นเงินกู้คิดดอกเบี้ยด้วย (ก่อนฟ้อง/หลังฟ้องแล้วแต่ข้อเท็จจริง) 
- ถ้าเป็นละเมิด (ค่าเสียหาย,ค่าปลงศพ,ค่าขาดไร้อุปการะตั้งแต่วันละเมิด)
ข้อ 5. บอกกล่าวทวงถาม (โจทก์ได้มอบอำนาจให้ทนายความมีหนังสือบอกกล่าวทวงถามไปยังจำเลย จำเลยได้รับแล้วเพิกเฉย ปรากฎตามสำเนาหนังสือบอกกล่าวและใบตอบรับ เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข------)
ข้อ 6. คำลงท้ายคดีแพ่ง (คดีนี้โจทก์ไม่มีทางอื่นใดที่จะบังคับคดีได้ จึงต้องนำคดีมาฟ้องต่อศาล เพื่อขอบารมีศาลเป็นที่พึ่งต่อไป)
ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด
คำขอท้ายคำฟ้องคดีแพ่ง
1. ให้จำเลยชำระ (ค่าเสียหายตามเนื้อหาคำฟ้องข้อ 4)
2. ให้จำเลยชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนโจทก์
------------------


หลักกฎหมาย
- ป.วิ.พ.มาตรา 172 ประกอบด้วย 55 และ 142
ป.วิ.พ.172
ภายใต้บังคับบทบัญญัติมาตรา ๕๗ ให้โจทก์เสนอข้อหาของตนโดยทำเป็นคำฟ้องเป็นหนังสือยื่นต่อศาลชั้นต้น 
คำฟ้องต้องแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และคำขอบังคับทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้น 
ให้ศาลตรวจคำฟ้องนั้นแล้วสั่งให้รับไว้ หรือให้ยกเสีย หรือให้คืนไป ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๘
ป.วิ.พ.55
เมื่อมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้น เกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลใดตามกฎหมายแพ่ง หรือบุคคลใดจะต้องใช้สิทธิทางศาล บุคคลนั้นชอบที่จะเสนอคดีของตนต่อศาลส่วนแพ่งที่มีเขตอำนาจได้ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายแพ่งและประมวลกฎหมายนี้
ป.วิ.พ.142
คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลที่ชี้ขาดคดีต้องตัดสินตามข้อหาในคำฟ้องทุกข้อ แต่ห้ามมิให้พิพากษาหรือทำคำสั่งให้สิ่งใด ๆ เกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง เว้นแต่ 
(๑) ในคดีฟ้องเรียกอสังหาริมทรัพย์ ให้พึงเข้าใจว่าเป็นประเภทเดียวกับฟ้องขอให้ขับไล่จำเลย ถ้าศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี เมื่อศาลเห็นสมควรศาลจะมีคำสั่งให้ขับไล่จำเลยก็ได้ คำสั่งเช่นว่านี้ให้ใช้บังคับตลอดถึงวงศ์ญาติทั้งหลายและบริวารของจำเลยที่อยู่บนอสังหาริมทรัพย์นั้น ซึ่งไม่สามารถแสดงอำนาจพิเศษให้ศาลเห็นได้ 
(๒) ในคดีที่โจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์ใด ๆ เป็นของตนทั้งหมด แต่พิจาณาได้ความว่าโจทก์ควรได้แต่ส่วนแบ่ง เมื่อศาลเห็นสมควร ศาลจะพิพากษาให้โจทก์ได้รับแต่ส่วนแบ่งนั้นก็ได้ 
(๓) ในคดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ชำระเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยจนถึงวันฟ้องเมื่อศาลเห็นสมควร ศาลจะพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยจนถึงวันที่ได้ชำระเสร็จตามคำพิพากษาก็ได้ 
(๔) ในคดีที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าเช่าหรือค่าเสียหายอันต่อเนื่องคำนวณถึงวันฟ้องเมื่อศาลเห็นสมควร ศาลจะพิพากษาให้ชำระค่าเช่าและค่าเสียหายเช่นว่านี้จนถึงวันที่ได้ชำระเสร็จตามคำพิพากษาก็ได้ 
(๕) ในคดีที่อาจยกข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนขึ้นอ้างได้นั้น เมื่อศาลเห็นสมควร ศาลจะยกข้อเหล่านั้นขึ้นวินิจฉัยแล้วพิพากษาคดีไปก็ได้ 
(๖) ในคดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ชำระเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยซึ่งมิได้มีข้อตกลงกำหนดอัตราดอกเบี้ยกันไว้ เมื่อศาลเห็นสมควรโดยคำนึงถึงเหตุสมควรและความสุจริตในการสู้ความหรือการดำเนินคดี ศาลจะพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราที่สูงขึ้นกว่าที่โจทก์มีสิทธิได้รับตามกฎหมายแต่ไม่เกินร้อยละสิบห้าต่อปีนับตั้งแต่วันฟ้องหรือวันอื่นหลังจากนั้นก็ได้
-------------


ที่มา : ดร.ถวัลย์ รุยาพร : นายกสภาทนายความ : รวมคำบรรยายวิชาว่าความภาคทฤษฎีรุ่นที่ 47 เล่ม 1
ทนายความอุทัย ศรสำแดง : รวบรวม/เรียง พิมพ์

ข้อมูลความรู้เพิ่มเติมสงวนสำหรับสมาชิกที่มีสถานะใช้งานและ Level ที่อนุญาต