ค่าสำรวจภัยเป็นค่าใช้จ่ายที่เรียกร้องกรณีละเมิดได้หรือไม่
www
รายละเอียดเบื้องต้นเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติม รหัสผ่าน ความคิดเห็น และการดาวน์โหลดจะแสดงตามสิทธิ์สมาชิกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
| หมวดหมู่ | รวมฎีกา 5 ดาว ฎีกาพิสดาร* ตัวแทน ประกันภัย ตั๋วเงิน |
|---|---|
| ประเภทเอกสาร | |
| ขนาดไฟล์ | ไม่ระบุ |
| คำค้น | ค่าสำรวจภัยเป็นค่าใช้จ่ายที่เรียกร้องกรณีละเมิดได้หรือไม่ |
| เผยแพร่/ปรับปรุง | 07/01/2021 / 07/01/2021 |
รายละเอียดเบื้องต้น
ค่าสำรวจภัยเป็นค่าใช้จ่ายที่เรียกร้องกรณีละเมิดได้หรือไม่
คำพิพากษาฎีกาที่ 309/2562 (หน้า 2987 เล่ม 12) เหตุเกิดจากความประมาทของจำเลยที่ 1 ที่ขับรถยนต์ฝ่าฝืนสัญญาณจราจรไฟสีแดงไปเฉี่ยวชนรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยและรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยไปชนรถยนต์คันอื่นได้รับความเสียหาย เมื่อโจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยหลังจากหักจำนวนเงินเอาประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันภัยของจำเลยที่ 1 ที่ทำกับจำเลยที่ 2 ที่ได้สละสิทธิเรียกร้องต่อกันตามข้อสัญญาสละสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายซึ่งกันและกันตามกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของสมาคมประกันวินาศภัยระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ออกแล้ว ยังคงมีค่าเสียหายส่วนเกินที่โจทก์ได้รับช่วงสิทธิจากผู้เอาประกันภัยที่จะฟ้องไล่เบี้ยเอาจากจำเลยที่ 1 ได้อีกตามข้อสัญญาสละสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายซึ่งกันและกันดังกล่าวจึงระบุว่า “ผู้ร่วมสัญญาตกลงว่าสิทธิของผู้เอาประกันภัยในการเรียกค่าเสียหายส่วนเกินจำนวนเงินเอาประกันภัยกับผู้ร่วมสัญญาอีกฝ่ายหนึ่งให้เป็นไปตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์” และ ป.พ.พ.มาตรา 880 โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1
ค่าลากรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยเป็นการจ่ายตามเงื่อนไขความคุ้มครองตามตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ โจทก์ย่อมรับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยมาไล่เบี้ยเอาจากจำเลยที่ 1 ได้
ค่าสำรวจภัยเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยเองไม่ใช่ค่าเสียหายจากการทำละเมิดโดยตรง โจทก์ต้องออกใช้เอง ตาม ป.พ.พ.มาตรา 878
สรุป
1.ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน แต่ศาลฎีกาพิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินให้แก่โจทก์
2.โจทก์ยื่นฎีกาว่า การที่โจทก์และจำเลยที่ 2 เป็นผู้ร่วมสัญญาสละสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายซึ่งกันและกันตามกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของสมาคมประกันวินาศภัยนั้นเป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ไม่ทำให้จำเลยที่ 1 หลุดพ้นความรับผิดไปด้วย เมื่อโจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยไปแล้วย่อมได้รับช่วงสิทธิมาไล่เบี้ยเอาจากจำเลยที่ 1 ได้ และศาลฎีกาได้มีคำวินิจฉัยดังกล่าวข้างต้น