ข้ามไปยังเนื้อหา
LawSiam.com · คลังข้อมูลกฎหมายไทยร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ · เข้าสู่ระบบ

กฎหมายไทยและการเตรียมสอบ

ค้นคว้า อ่านทบทวน และเข้าถึงเอกสารกฎหมายได้เป็นระบบ

เป็นมะเร็งก่อนทำสัญญาประกันชีวิต

เป็นมะเร็งก่อนทำสัญญาประกันชีวิต

สิทธิ์การใช้งาน
รายละเอียดเบื้องต้นเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติม รหัสผ่าน ความคิดเห็น และการดาวน์โหลดจะแสดงตามสิทธิ์สมาชิกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
หมวดหมู่รวมฎีกา 5 ดาว ฎีกาพิสดาร* นิติกรรม-สัญญา หนี้
ประเภทเอกสารwww
ขนาดไฟล์ไม่ระบุ
คำค้น2563
เผยแพร่/ปรับปรุง07/01/2021 / 07/01/2021

รายละเอียดเบื้องต้น

เป็นมะเร็งก่อนทำสัญญาประกันชีวิต

       คำพิพากษาฎีกาที่ 71/2563 (หน้า 52 เล่ม 1) โจทก์ปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งว่า โจทก์เคยได้รับการตั้งข้อสังเกตโดยแพทย์ว่าป่วยเป็นโรคมะเร็งอันถือว่าเป็นโรคร้ายแรง ซึ่งอาจเป็นเหตุจูงใจจำเลยซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยให้เรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นหรือให้บอกปัดไม่ทำสัญญาก็ได้ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 865 วรรคหนึ่ง ก่อนที่จะทำสัญญาประกันชีวิตกับจำเลย สัญญาประกันชีวิตสามัญทั่วไปและสัญญาพิเศษเพิ่มเติมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาประกันชีวิตระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงเป็นโมฆียะทั้งหมด จำเลยชอบที่จะบอกล้างได้

       จำเลยผู้รับประกันภัยทราบข้อเท็จจริงที่โจทก์ปกปิดซึ่งอาจเป็นเหตุจูงใจให้เรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นหรือให้บอกปัดไม่ทำสัญญาอันเป็นมูลที่จำเลยจะบอกล้างโมฆียกรรมได้เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2558 จำเลยมีหนังสือบอกล้างโมฆียกรรมลงวันที่ 15 กรกฎาคม 2558 ไปยังโจทก์ และโจทก์ได้รับแล้วเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2558 เป็นการที่จำเลยใช้สิทธิบอกล้างภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่ทราบมูลอันจะบอกล้างได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา 865 วรรคสอง แล้ว สัญญาประกันชีวิตและสัญญาเพิ่มเติมพิเศษซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาประกันชีวิตระหว่างโจทก์กับจำเลยย่อมเป็นโมฆะ จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์

สรุป

1  ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญาประกันภัยเป็นสัญญาที่ต้องการความสุจริตหรือความไว้วางใจระหว่างคู่สัญญาเป็นสำคัญอย่างยิ่ง ข้อความจริงต่างๆที่ควรนำมาพิจารณาว่าจะตกลงทำสัญญาประกันภัยหรือไม่ โดยปกติแล้วผู้เอาประกันภัยเป็นผู้มีโอกาสรู้แต่เพียงฝ่ายเดียว ผู้รับประกันภัยจะไม่มีโอกาสรับรู้ได้เลยหากผู้เอาประกันภัยไม่แจ้งให้ทราบ ฉะนั้นจึงเป็นหน้าที่ของผู้เอาประกันภัยที่ต้องเปิดเผยข้อความจริงให้ผู้รับประกันภัยรับรู้ ซึ่งเมื่อผู้รับประกันภัยรับรู้แล้วอาจเป็นเหตุจูงใจผู้รับประกันภัยให้เรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นหรือให้บอกปัดไม่ทำสัญญาก็ได้

2. ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 9 แผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า สัญญาประกันชีวิตและสัญญาพิเศษเพิ่มเติมของโจทก์และจำเลยบังคับได้ไม่ตกเป็นโมฆียะ จำเลยไม่มีสิทธิบอกล้างสัญญาดังกล่าว ศาลฎีกาพิพากษาพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์)

ข้อมูลความรู้เพิ่มเติมสงวนสำหรับสมาชิกที่เข้าสู่ระบบและมีสิทธิ์ใช้งาน
เข้าสู่ระบบเพื่อดูสิทธิ์ดาวน์โหลดผู้เข้าชม 866 ครั้ง · หน้าอ่านนี้ไม่เพิ่ม pageview ระหว่างการตรวจ