ข้ามไปยังเนื้อหา
LawSiam.com · คลังข้อมูลกฎหมายไทยร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ · เข้าสู่ระบบ

กฎหมายไทยและการเตรียมสอบ

ค้นคว้า อ่านทบทวน และเข้าถึงเอกสารกฎหมายได้เป็นระบบ

งดเว้นโดยประมาท มีได้หรือไม่?

คำพิพากษาฎีกาที่ ๗๕๘๑/๒๕๖๑

สิทธิ์การใช้งาน
รายละเอียดเบื้องต้นเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติม รหัสผ่าน ความคิดเห็น และการดาวน์โหลดจะแสดงตามสิทธิ์สมาชิกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
หมวดหมู่รวมฎีกา 5 ดาว ฎีกาพิสดาร* อาญา มาตรา 59-106 (เน้นที่ยังไม่ออกสอบ)
ประเภทเอกสารwww
ขนาดไฟล์ไม่ระบุ
คำค้นฎีกา งดเว้นโดยประมาท,งดเว้นโดยประมาท
เผยแพร่/ปรับปรุง27/06/2023 / 27/06/2023

รายละเอียดเบื้องต้น

 

        งดเว้นโดยประมาท

 

          คำว่า “กระทํา” ในที่นี้หมายถึง การเคลื่อนไหวและการงดเว้นตามมาตรา ๕๙ วรรคสุดท้าย ดังนั้น การงดเว้นโดยประมาทจึงมีได้

         คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๙๐๙/๒๕๑๖ จําเลยขับรถยนต์บรรทุกเสาไฟฟ้าโดยใช้รถพ่วง เมื่อล้อรถพ่วงหลุด ทําให้เสาตกลงมาขวางถนน จนกระทั่งค่ำแล้วจําเลยก็ไม่ได้จัดให้มีโคมไฟหรือเครื่องสัญญาณอย่างอื่น ๆ เพื่อให้ผู้ใช้ถนนเห็นเสาที่ขวาง ถนนอยู่เป็นเหตุให้รถที่แล่นมาชนเสา มีคนตายและบาดเจ็บสาหัส จําเลยมีความผิด ตามมาตรา ๒๙๑ และ ๓๐๐ (งดเว้นโดยประมาท)

          มีหน้าที่ปิด - เปิดแผงกั้นเมื่อ รถไฟผ่าน แต่ไม่ปิดทําให้รถยนต์ชนกับรถไฟ (ฎีกาที่ ๑๔๔/๒๕๓๘) หรือจอดรถใน เวลาค่ำคืนโดยไม่เปิดไฟตามที่กําหนดในกฎกระทรวง จําเลยมีหน้าที่ควบคุมดูแลผู้ต้องหากลับไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่เป็นเหตุให้ผู้ต้องหาถูกเพลิงไหม้ในห้องขังถึงแก่ความตาย (ฎีกาที่ ๒๒๑๐/๒๕๔๔, ฎีกาที่ ๑๒๐๐๙/๒๕๔๗ และฎีกาที่ ๑๒๑๑๔/๒๕๕๖, ฎีกาที่ ๗๕๘๑/๒๕๖๑)

 

         คำพิพากษาฎีกาที่ ๗๕๘๑/๒๕๖๑ จำเลยที่ ๓ เป็นเจ้าหน้าที่ควบคุมผู้ต้องหาปฏิบัติหน้าที่เป็นสิบเวรมีหน้าที่โดยตรงในการควบคุมและดูแลความปลอดภัยของผู้ต้องหา แต่ไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่โดยปราศจากเหตุอันสมควร เป็นการกระทำโดยงดเว้นการที่จักต้องกระทำเพื่อป้องกันผล คืออันตรายที่อาจเกิดขึ้นแก่ชีวิตของผู้ต้องหา เมื่อจำเลยที่ ๓ กระทำโดยปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามภาวะวิสัยและพฤติการณ์ และจำเลยที่ ๓ อาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอหรือไม่ การกระทำของจำเลยที่ ๓ เป็นการกระทำโดยประมาท แม้มีเหตุเพลิงไหม้ทำให้เกิดผลคือความตายของผู้ตายด้วย แต่ก็ไม่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำโดยประมาทของจำเลยที่ ๓ และผลคือความตายของผู้ตายขาดตอนลงเพราะถ้าจำเลยที่ ๓ อยู่ปฏิบัติหน้าที่ย่อมช่วยเหลือผู้ตายได้ทันเนื่องจากห้องทำงานของจำเลยที่ ๓ อยู่หน้าห้องขังเยาวชนและติดกับห้องขังหญิง ซึ่งขณะนั้นใช้ควบคุมผู้ตายรวมทั้งผู้ตายคนอื่น ผลคือความตายของผู้ตายก็จะไม่เกิดขึ้น ความตายของผู้ตายเป็นผลโดยตรงจากการกระทำโดยประมาทของจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๓ มีความผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑

         จำเลยที่ ๓ นำสืบว่าขณะเกิดเหตุจำเลยที่ ๓ ปฏิบัติหน้าที่โดย ชอบด้วยกฎหมายและพยายามช่วยเหลือผู้ต้องหาทั้งสี่อย่างเต็มที่แล้ว แต่ไม่สามารถช่วยผู้ต้องหาทั้งสี่ได้การนำสืบเช่นนี้นอกจากจำเลยที่ ๓ จะนำสืบต่อสู้ว่าไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้องแล้วยังนำสืบต่อสู้ ด้วยว่าไม่ได้กระทำโดยประมาท การที่โจทก์ฟ้องผิดไปว่าจำเลยเจตนาฆ่าผู้อื่นไม่เป็นเหตุให้จำเลยที่ ๓ หลงต่อสู้

         แม้ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาได้ความว่า จำเลยที่ ๓ ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องว่าจำเลยที่ ๓ เจตนาฆ่าผู้อื่น ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ก็ ลงโทษตามข้อเท็จจริงที่ได้ความตามทางพิจารณาได้เพราะการกระทำโดยเจตนาและการกระทำโดยประมาทไม่ใช่ข้อแตกต่างในสาระสำคัญ และไม่ถือเป็นเรื่องเกินคำขอหรือเป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรคสองและวรรคสาม

         สรุป ตามฎีกานี้ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งหกมีหน้าที่ต้องชวยเหลือผู้ตายแต่ไม่ยอมช่วยเหลือเป็นเหตุให้ผู้ตายถูกไฟคลอกตาย การกระทำของจำเลยทั้งหกถือว่าร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการหน้าที่โดยมิชอบและมีเจตนาร่วมกันฆ่าผู้อื่น ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙, ๘๓, ๑๕๗, ๒๘๘

 

 

 

ข้อมูลความรู้เพิ่มเติมสงวนสำหรับสมาชิกที่เข้าสู่ระบบและมีสิทธิ์ใช้งาน
เข้าสู่ระบบเพื่อดูสิทธิ์ดาวน์โหลดผู้เข้าชม 362 ครั้ง · หน้าอ่านนี้ไม่เพิ่ม pageview ระหว่างการตรวจ