ข้ามไปยังเนื้อหา
LawSiam.com · คลังข้อมูลกฎหมายไทยร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ · เข้าสู่ระบบ

กฎหมายไทยและการเตรียมสอบ

ค้นคว้า อ่านทบทวน และเข้าถึงเอกสารกฎหมายได้เป็นระบบ

ประเด็นเปรียบเทียบ การยักยอกทรัพย์ (มาตรา 352) การฉ้อโกง (มาตรา 341)

ประเด็นเปรียบเทียบ การยักยอกทรัพย์

สิทธิ์การใช้งาน
รายละเอียดเบื้องต้นเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติม รหัสผ่าน ความคิดเห็น และการดาวน์โหลดจะแสดงตามสิทธิ์สมาชิกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
หมวดหมู่อัยการผู้ช่วย (สนามใหญ่ + เล็ก) วันที่ 1 อาญา
ประเภทเอกสารwww
ขนาดไฟล์ไม่ระบุ
คำค้นประเด็นเปรียบเทียบ การยักยอกทรัพย์ (มาตรา 352) การฉ้อโกง (มาตรา 341)
เผยแพร่/ปรับปรุง07/04/2026 / 07/04/2026

รายละเอียดเบื้องต้น

        จากการวิเคราะห์ตัวอย่างข้อสอบอัยการผู้ช่วยปี 2557 ทั้งสนามเล็กและสนามใหญ่ สามารถสรุปภาพรวมความแตกต่างระหว่าง การยักยอกทรัพย์ และ การฉ้อโกง ได้ดังนี้ 

1. ลักษณะของการได้มาซึ่งทรัพย์สิน

  • การยักยอกทรัพย์ (Embezzlement): เน้นไปที่การที่ทรัพย์สินนั้นอยู่ในความครอบครองของผู้กระทำความผิดอยู่ก่อนแล้ว หรือเป็นกรณีที่เก็บทรัพย์สินที่ผู้อื่นทำตกหล่นได้ แล้วเบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนโดยทุจริต
    • ตัวอย่างจากข้อสอบ: นายอมรได้รับมอบบัตรเครดิตจากนายเจมส์ (ซึ่งเก็บได้จากที่นายสกลลืมไว้) เพื่อนำไปคืนเจ้าของ แต่นายอมรกลับเก็บไว้เอง กรณีนี้ถือเป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์สินหาย ตามมาตรา 352 วรรคสอง เนื่องจากเป็นการครอบครองทรัพย์ที่ผู้อื่นทำตกหล่นแล้วเบียดบังเป็นของตน
  • การฉ้อโกง (Fraud): เน้นไปที่การใช้กลอุบาย หลอกลวง หรือแสดงข้อความอันเป็นเท็จ เพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินจากผู้อื่น
    • ตัวอย่างจากข้อสอบ: การที่นายดำและนายเอกร่วมกันกุเรื่องว่ารถยนต์ถูกขโมยเพื่อไปเคลมเงินจากบริษัทประกันภัยจนได้รับเงินค่าสินไหมทดแทน ถือเป็นความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง ตามมาตรา 341

2. เจตนาและพฤติการณ์ในการกระทำผิด

  • การยักยอกทรัพย์: มักเกิดขึ้นเมื่อความครอบครองโดยชอบ (หรือการเก็บได้) เปลี่ยนเป็นการเบียดบังเพื่อตนเอง
    • ในข้อสอบสนามเล็ก พฤติกรรมที่นายอมรเก็บรักษาบัตรที่ผู้อื่นทำหายไว้เองแทนที่จะคืน คือจุดที่เกิดการยักยอก
  • การฉ้อโกง: ต้องมีการหลอกลวงเป็นองค์ประกอบสำคัญเพื่อให้ได้ทรัพย์ไป
    • ในข้อสอบสนามเล็ก เมื่อนายอมรนำบัตรไปรูดซื้อโทรศัพท์และลงลายมือชื่อตนเองในใบสั่งซื้อเพื่อหลอกลวงร้านค้าว่าตนเป็นเจ้าของบัตร การกระทำส่วนนี้จึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกง
    • ในข้อสอบสนามใหญ่ การแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานและการกุเรื่องรถหายเป็นการสร้างเรื่องหลอกลวงเพื่อเอาเงินประกัน

ตารางสรุปข้อแตกต่างจากตัวอย่างข้อสอบ

ประเด็นเปรียบเทียบ การยักยอกทรัพย์ (มาตรา 352) การฉ้อโกง (มาตรา 341)
จุดเริ่มต้น ครอบครองทรัพย์อยู่แล้ว หรือเก็บทรัพย์ที่หายได้ ยังไม่มีทรัพย์ แต่ต้องการได้มาโดยการหลอกลวง
วิธีการ เบียดบังเอาเป็นของตนหรือบุคคลที่สาม หลอกลวงด้วยการแสดงข้อความเท็จหรือปกปิดความจริง
ตัวอย่างในข้อสอบ นายอมรเก็บบัตรเครดิตที่ผู้อื่นทำตกไว้กับตัว ไม่ยอมคืนเจ้าของ นายอมรเซ็นชื่อในสลิปหลอกร้านค้าเพื่อเอาโทรศัพท์ หรือนายดำกุเรื่องรถหายเพื่อเอาเงินประกัน

ข้อสังเกตเพิ่มเติมจากข้อสอบ: ในเหตุการณ์เดียวผู้กระทำผิดอาจมีความผิดทั้งสองฐานได้หากมีพฤติการณ์แยกกัน เช่น ยักยอกบัตรที่เก็บได้มาก่อน (ยักยอกทรัพย์สินหาย) แล้วจึงนำบัตรนั้นไปหลอกซื้อของจากผู้อื่น (ฉ้อโกง) ซึ่งศาลจะลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป

ข้อมูลความรู้เพิ่มเติมสงวนสำหรับสมาชิกที่เข้าสู่ระบบและมีสิทธิ์ใช้งาน
เข้าสู่ระบบเพื่อดูสิทธิ์ดาวน์โหลดผู้เข้าชม 413 ครั้ง · หน้าอ่านนี้ไม่เพิ่ม pageview ระหว่างการตรวจ