ข้ามไปยังเนื้อหา
LawSiam.com · คลังข้อมูลกฎหมายไทยร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ · เข้าสู่ระบบ

กฎหมายไทยและการเตรียมสอบ

ค้นคว้า อ่านทบทวน และเข้าถึงเอกสารกฎหมายได้เป็นระบบ

ข้อสอบอัยการผู้ช่วย พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ข้อ4 ปี 2541

คำพิพากษาดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะเหตุใด

สิทธิ์การใช้งาน
รายละเอียดเบื้องต้นเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติม รหัสผ่าน ความคิดเห็น และการดาวน์โหลดจะแสดงตามสิทธิ์สมาชิกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
หมวดหมู่อัยการผู้ช่วย (สนามใหญ่ + เล็ก) วันที่ 3 วิแขวงฯ
ประเภทเอกสารwww
ขนาดไฟล์ไม่ระบุ
คำค้นข้อสอบอัยการผู้ช่วย พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ข้อ4 ปี 2541
เผยแพร่/ปรับปรุง09/04/2021 / 09/04/2021

รายละเอียดเบื้องต้น

ข้อสอบอัยการผู้ช่วย ปี 2541

วิชาพระธรรมนูญศาลยุติธรรม (สนามใหญ่)

 

      ข้อ 4.
           พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลแขวงขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 6,000 บาท กับขอให้ศาลพิพากษากักกันจำเลยด้วย เนื่องจากจำเลยเป็นผู้กระทำผิดติดนิสัย นายโท ผู้พิพากษานายเดียวนั่งพิจารณาคดี จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง นายโท พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยฐานลักทรัพย์ 1 ปี รับสารภาพลดโทษลงกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน และให้กักกันจำเลยไว้มีกำหนด 5 ปี แต่นายเอกผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงซึ่งไม่ได้นั่งพิจารณาได้ร่วมตรวจสำนวนและไม่เห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษา โดยเห็นว่าควรลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี จึงทำความเห็นแย้งไว้ นายโทได้อ่านคำพิพากษาและความเห็นแย้งให้จำเลยฟัง
           ดังนี้ คำพิพากษาดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะเหตุใด


ธงคำตอบ
           นายโทผู้พิพากษานายเดียวมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ได้ เพราะ เป็นคดีอาญาซึ่งมีอัตราโทษอย่างสูงที่กฎหมายกำหนดไว้ให้จำคุกไม่เกินสามปีและปรับไม่เกินหกพันบาท ทั้งกำหนดโทษที่นายโทลงโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของผู้พิพากษานายเดียวในศาลแขวง จึงชอบด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 15, 22 (5)
           ส่วนการกักกัน แม้นายโทให้กักกันจำเลยมีกำหนด 5 ปี นายโทผู้พิพากษานายเดียวมีอำนาจพิพากษาให้กักกันได้ เพราะการกักกันไม่ใช่โทษทางอาญา แต่เป็นเพียงวิธีการเพื่อความปลอดภัย
           นายเอกเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าศาล แม้ไม่ได้นั่งพิจารณาก็สามารถตรวจสำนวนและพิพากษาได้หากไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษา ย่อมมีอำนาจทำความเห็นแย้งได้ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 10 และโทษที่นายโทพิพากษาให้จำคุก 6 เดือน และกักกันจำเลยไว้ 5 ปีนั้น เป็นผลร้ายแก่จำเลยน้อยกว่าโทษจำคุก 1 ปี ที่นายเอกกำหนดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 184 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง มาตรา 4
           ดังนี้ คำพิพากษาในคดีนี้ชอบด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 10,15,22 (5) ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 184

ข้อมูลความรู้เพิ่มเติมสงวนสำหรับสมาชิกที่เข้าสู่ระบบและมีสิทธิ์ใช้งาน
เข้าสู่ระบบเพื่อดูสิทธิ์ดาวน์โหลดผู้เข้าชม 1,253 ครั้ง · หน้าอ่านนี้ไม่เพิ่ม pageview ระหว่างการตรวจ