ข้ามไปยังเนื้อหา
LawSiam.com · คลังข้อมูลกฎหมายไทยร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ · เข้าสู่ระบบ

กฎหมายไทยและการเตรียมสอบ

ค้นคว้า อ่านทบทวน และเข้าถึงเอกสารกฎหมายได้เป็นระบบ

ฎีกาเด่น เน้นทุกสนามสอบ* วิชา สัมมนาวิแพ่ง (วิ.แพ่ง ภาค4) อ.ทนงศักดิ์ ดุลยกาญจน์ (ภาคค่ำ) ?สมัยที่ 71

ฎีกาเด่น เน้นทุกสนามสอบ* วิชา สัมมนาวิแพ่ง (วิ.แพ่ง ภาค4) อ.ทนงศักดิ์ ดุลยกาญจน์ (ภาคค่ำ) ?สมัยที่ 71

สิทธิ์การใช้งาน
รายละเอียดเบื้องต้นเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติม รหัสผ่าน ความคิดเห็น และการดาวน์โหลดจะแสดงตามสิทธิ์สมาชิกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
หมวดหมู่รวมฎีกา 5 ดาว เก็บตกฎีกาพิสดาร* วิ.แพ่ง ภาคบังคับคดีฯ (ม. 271 - 367)
ประเภทเอกสารwww
ขนาดไฟล์ไม่ระบุ
คำค้นฎีกาเด่น เน้นทุกสนามสอบ* วิชา สัมมนาวิแพ่ง (วิ.แพ่ง ภาค4) อ.ทนงศักดิ์ ดุลยกาญจน์ (ภาคค่ำ) ?สมัยที่ 71
เผยแพร่/ปรับปรุง12/03/2019 / 12/03/2019

รายละเอียดเบื้องต้น

ฎีกาเด่น เน้นทุกสนามสอบ* วิชา สัมมนาวิแพ่ง (วิ.แพ่ง ภาค4) อ.ทนงศักดิ์ ดุลยกาญจน์ (ภาคค่ำ) สมัยที่ 71

 

 คำพิพากษาฎีกาที่ 10271/2557 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ใช้วิธีการชั่วคราวตามคำขอของโจทก์ โดยอายัดสิทธิเรียกร้องที่จำเลยจะได้รับเงินจากผู้คัดค้าน โดยให้ชำระแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีภายใน 15 วัน นับแต่วันได้รับหมายอายัดชั่วคราว และได้ส่งหมายอายัดชั่วคราวให้แก่ผู้คัดค้าน ปรากฏว่าผู้คัดค้านมิได้โต้แย้งคัดค้านหมายอายัดชั่วคราวดังกล่าว ผู้คัดค้านจึงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามหมายอายัดชั่วคราว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 312 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 259 และเมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามยอมโดยจำเลยตกลงชำระเงินจำนวนหนึ่งตามที่ระบุในสัญญาประนีประนอมยอมความ คำสั่งของศาลเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวจึงยังคงมีผลใช้บังคับต่อไป เท่าที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามคำพิพากษาตาม มาตรา 260 (2) ซึ่งผู้คัดค้านก็ได้อนุมัติจ่ายเงินจำนวนเดียวกันกับที่ระบุในหมายอายัดชั่วคราวให้แก่จำเลย ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า สิทธิเรียกร้องของจำเลยที่มีต่อผู้คัดค้านถึงกำหนดชำระแล้ว ก่อนที่ศาลชั้นต้นจะออกหมายอายัดชั่วคราวไปยังผู้คัดค้าน การที่ผู้คัดค้านยังไม่ได้รับการจัดสรรเงินงบประมาณจากรัฐบาลเพื่อนำมาจ่ายให้แก่จำเลย เป็นเรื่องภายในเกี่ยวกับระบบงานของผู้คัดค้าน ซึ่งจะนำมากล่าวอ้างเป็นข้อต่อสู้ว่าผู้คัดค้านอย่างมิได้เป็นหนี้จำเลยหาได้ไม่ เมื่อจำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามยอม และศาลออกหมายบังคับให้ตามคำขอของโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการบังคับคดี โดยมีคำสั่งอายัดไปยังผู้คัดค้านให้ส่งเงินซึ่งน้อยกว่าจำนวนเดิมตามหมายอายัดชั่วคราวมายังเจ้าพนักงานบังคับคดี ผู้คัดค้านซึ่งมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามและจะนำข้ออ้างว่าได้นำความเสียหายที่จำเลยต้องรับผิดต่อผู้คัดค้าน หักกลบหนี้กับเงินที่จำเลยมีสิทธิได้รับจนหนี้เงินตามสัญญาของจำเลยระงับลงแล้ว ซึ่งการใช้สิทธิดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังศาลชั้นต้นมีคำสั่งอายัดชั่วคราว สิทธิเรียกร้องของจำเลยที่มีต่อผู้คัดค้าน โดยผู้คัดค้านมิได้โต้แย้งมาเป็นเหตุปฏิเสธการชำระเงินมิได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 314 (1) ประกอบมาตรา 259

 

คำพิพากษาฎีกาที่ 12335/2557 คำร้องของโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอ้างว่า ผู้คัดค้านไม่ยึดทรัพย์ตามที่โจทก์นำชี้ และหลอกลวงให้คำแนะนำในการบังคับคดี จนหลงเชื่อทำคำร้องขอให้ศาลเพิ่มอำนาจให้แก่ผู้คัดค้าน และถูกศาลยกคำร้องทำให้โจทก์ต้องเสียหาย ขอให้ผู้คัดค้านชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 283 วรรคสอง ( ปัจจุบันมาตรา 285 ) อันเป็นข้ออ้างให้ผู้คัดค้านในฐานะเป็นเจ้าพนักงานบังคับคดีในการปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการบังคับคดีตามอำนาจหน้าที่ของผู้คัดค้านตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ภาค 4 แต่เมื่อมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 ซึ่งตามมาตรา 5 วรรคหนึ่ง ของพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้ บัญญัติให้หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ ในกรณีนี้ผู้เสียหายอาจฟ้องหน่วยงานของรัฐดังกล่าวได้โดยตรงแต่จะฟ้องเจ้าหน้าที่ไม่ได้ โดยไม่มีบทมาตราใดยกเว้นมิให้ใช้บังคับแก่กรณีใด และมาตรา 3 ของพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติอีกว่า "บรรดากฎหมาย กฎ และข้อบังคับใด ๆ ในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน" ดังนี้ หน่วยงานของรัฐซึ่งเป็นต้นสังกัดของผู้คัดค้านจึงต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่ผู้คัดค้านซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำไปในการปฏิบัติหน้าที่ โจทก์จึงต้องห้ามมิให้เรียกร้องเอาแก่ผู้คัดค้านซึ่งเป็นเจ้าพนักงานบังคับคดีแต่ต้องเรียกร้องเอาแก่หน่วยงานของรัฐนั้น ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นอ้างตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246, 247

ข้อมูลความรู้เพิ่มเติมสงวนสำหรับสมาชิกที่เข้าสู่ระบบและมีสิทธิ์ใช้งาน
เข้าสู่ระบบเพื่อดูสิทธิ์ดาวน์โหลดผู้เข้าชม 1,263 ครั้ง · หน้าอ่านนี้ไม่เพิ่ม pageview ระหว่างการตรวจ