ข้ามไปยังเนื้อหา
LawSiam.com · คลังข้อมูลกฎหมายไทยร่วมสนับสนุนเว็บไซต์ · เข้าสู่ระบบ

กฎหมายไทยและการเตรียมสอบ

ค้นคว้า อ่านทบทวน และเข้าถึงเอกสารกฎหมายได้เป็นระบบ

ฎีกาเด่น เน้นทุกสนามสอบ* วิ.แพ่ง ภาค2 อ.สมชาย พงษธา (ภาคปกติ) เนติฯ สมัยที่ 71

ฎีกาเด่น เน้นทุกสนามสอบ* วิ.แพ่ง ภาค2 อ.สมชาย พงษธา (ภาคปกติ) เนติฯ สมัยที่ 71

สิทธิ์การใช้งาน
รายละเอียดเบื้องต้นเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติม รหัสผ่าน ความคิดเห็น และการดาวน์โหลดจะแสดงตามสิทธิ์สมาชิกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
หมวดหมู่รวมฎีกา 5 ดาว เก็บตกฎีกาพิสดาร* วิ.แพ่ง วิธีพิจารณาสามัญฯ (ม. 170 - 188)
ประเภทเอกสาร
ขนาดไฟล์ไม่ระบุ
คำค้นฎีกาเด่น เน้นทุกสนามสอบ* วิ.แพ่ง ภาค2 อ.สมชาย พงษธา (ภาคปกติ) เนติฯ สมัยที่ 71
เผยแพร่/ปรับปรุง12/03/2019 / 12/03/2019

รายละเอียดเบื้องต้น

ฎีกาเด่น เน้นทุกสนามสอบ* วิ.แพ่ง ภาค2 อ.สมชาย พงษธา (ภาคปกติ) เนติฯ สมัยที่ 71

 

คำพิพากษาฎีกาที่ 3596/2560 แม้จำเลยตั้ง ส. เป็นทนายความของจำเลยในภายหลังจากศาลชั้นต้นพิพากษาคดีแล้วก็ตาม แต่ ส. จะใช้สิทธิในการอุทธรณ์คดีนี้แทนจำเลยก็ต้องได้รับมอบอำนาจจากจำเลยโดยชัดแจ้งให้ใช้สิทธิในการอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นด้วย ตามใบแต่งทนายความที่จำเลยตั้ง ส. เป็นทนายความระบุให้ ส. มีอำนาจยอมรับตามที่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งเรียกร้อง การถอนฟ้อง การประนีประนอมยอมความ และขอให้พิจารณาคดีใหม่ ซึ่งเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลชั้นต้นเท่านั้น ไม่ได้ระบุให้อำนาจในการใช้สิทธิอุทธรณ์ ส. จึงไม่มีอำนาจที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาใช้สิทธิในการอุทธรณ์คดีนี้แทนจำเลยได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 62 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15  คำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ที่ ส. ลงลายมือชื่อเป็นผู้ร้องโดยไม่มีอำนาจ จึงเป็นคำร้องที่ไม่ชอบ ทั้งอุทธรณ์ของจำเลยที่ ส. ลงลายมือชื่อเป็นผู้อุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158 (7) ประกอบมาตรา 215 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยและพิพากษายก อุทธรณ์ของจำเลยชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

 

คำพิพากษาฎีกาที่ 4439/2560 โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยส่งมอบต้นฉบับหนังสือรับรองการทำประโยชน์แก่โจทก์หรือเจ้าพนักงานที่ดิน หรือให้เจ้าพนักงานที่ดินดำเนินการออกใบแทนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าว โดยบรรยายฟ้องว่าเดิมโจทก์ทั้งสองฟ้องจำเลยกับพวกขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าโจทก์ที่ 1 และที่ 2 มีสิทธิครอบครองที่ดินตามฟ้อง  ต่อมาโจทก์ทั้งสองขอให้เจ้าพนักงานที่ดินดำเนินการให้โจทก์ทั้งสองมีชื่อทางทะเบียนในที่ดิน เจ้าพนักงานที่ดินแจ้งว่าไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากไม่มีต้นฉบับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ โจทก์ทั้งสองบอกกล่าวให้จำเลยนำต้นฉบับหนังสือรับรองการทำประโยชน์เพื่อดำเนินการ จำเลยเพิกเฉย เจ้าพนักงานที่ดินจึงมีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยนำต้นฉบับหนังสือรับรองการทำประโยชน์ไปดำเนินการ จำเลยทราบประกาศแล้วไม่คัดค้านภายในกำหนด ต่อมาจำเลยยื่นคำคัดค้านการออกใบแทนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เจ้าพนักงานที่ดินจึงมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบว่าเนื่องจากจำเลยยื่นคำคัดค้าน จึงไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้นั้น คำฟ้องของโจทก์ทั้งสองเป็นคำฟ้องที่ได้โต้แย้งและเกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีตามคำพิพากษา ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องว่ากล่าวกันในชั้นบังคับคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 302 วรรคหนึ่ง ( ปัจจุบันคือมาตรา 271 วรรคหนึ่ง ) ประกอบมาตรา 7 ( 2 ) ซึ่งตามบทบัญญัติดังกล่าวโจทก์ทั้งสองจะต้องขอให้ดำเนินกระบวนพิจารณาในคดีเดิม มิใช่ว่าเมื่อมีปัญหาเกี่ยวด้วยการบังคับคดีก็ต้องฟ้องคดีใหม่ต่อไป จะทำให้ไม่รู้จักจบสิ้น ที่โจทก์ทั้งสองนำเรื่องเกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาคดีเดิมมาฟ้องเป็นคดีนี้ โดยอ้างว่าเป็นการถูกโต้แย้งสิทธิจึงไม่ถูกต้อง โจทก์ทั้งสองไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้

ข้อมูลความรู้เพิ่มเติมสงวนสำหรับสมาชิกที่เข้าสู่ระบบและมีสิทธิ์ใช้งาน
เข้าสู่ระบบเพื่อดูสิทธิ์ดาวน์โหลดผู้เข้าชม 856 ครั้ง · หน้าอ่านนี้ไม่เพิ่ม pageview ระหว่างการตรวจ