ฎีกาเด่น เน้นทุกสนามสอบ* สัมนา วิ.แพ่ง (วิ.แพ่ง ภาค3) อ.ประเสริฐ (ภาคปกติ) เนติฯ สมัยที่ 71
ฎีกาเด่น เน้นทุกสนามสอบ* สัมนา วิ.แพ่ง (วิ.แพ่ง ภาค3) อ.ประเสริฐ (ภาคปกติ) เนติฯ สมัยที่ 71
รายละเอียดเบื้องต้นเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติม รหัสผ่าน ความคิดเห็น และการดาวน์โหลดจะแสดงตามสิทธิ์สมาชิกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
| หมวดหมู่ | รวมฎีกา 5 ดาว เก็บตกฎีกาพิสดาร* วิ.แพ่ง ภาคอุทธรณ์ ฎีกา (ม. 223 - 252) |
|---|---|
| ประเภทเอกสาร | www |
| ขนาดไฟล์ | ไม่ระบุ |
| คำค้น | ฎีกาเด่น เน้นทุกสนามสอบ* สัมนา วิ.แพ่ง (วิ.แพ่ง ภาค3) อ.ประเสริฐ (ภาคปกติ) เนติฯ สมัยที่ 71 |
| เผยแพร่/ปรับปรุง | 12/03/2019 / 12/03/2019 |
รายละเอียดเบื้องต้น
ฎีกาเด่น เน้นทุกสนามสอบ* สัมนา วิ.แพ่ง (วิ.แพ่ง ภาค3) อ.ประเสริฐ (ภาคปกติ) เนติฯ สมัยที่ 71
คำพิพากษาฎีกาที่ 4120/2560 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 บัญญัติให้เป็นหน้าที่ของผู้อุทธรณ์ต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ ซึ่งค่าธรรมเนียมใช้แทนดังกล่าวนอกจากค่าทนายความแล้วยังรวมถึงค่าธรรมเนียมที่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งต้องเสียไปด้วย เช่น ค่าขึ้นศาล ค่าส่งคำคู่ความ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี เป็นต้น ซึ่งค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีนั้น ต้องอยู่ในบังคับตามตาราง 7 ท้าย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง โดยศาลอาจกำหนดให้คู่ความซึ่งต้องรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161 ชดให้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งได้ตามจำนวนที่ศาลเห็นสมควรโดยในคดีทุนทรัพย์ต้องไม่เกินร้อยละ 1 ของจำนวนทุนทรัพย์หรือในคดีที่ไม่มีทุนทรัพย์ต้องไม่เกิน 5,000 บาท ซึ่งศาลต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่คู่ความได้เสียไปรวมทั้งลักษณะและวิธีการดำเนินคดีของคู่ความ อันเป็นดุลพินิจของศาล ดังนั้นค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีจึงมิได้หมายความรวมถึง ค่าขึ้นศาลและค่าส่งคำคู่ความ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ใช่ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 10,000 บาท สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีให้เป็นพับนั้น เฉพาะค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีเท่านั้น ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมอื่นจำเลยที่ 1 ยังคงต้องใช้แทนให้แก่โจทก์อยู่ เมื่อปรากฏว่ามีค่าธรรมเนียมใช้แทนเป็นค่าขึ้นศาล คำสั่งคำคู่ความและค่าทนายความที่จำเลยที่ 1 ต้องวางต่อศาลชั้นต้นพร้อมอุทธรณ์เป็นเงินจำนวน 21,821 บาท แต่จำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์โดยนำเพียงค่าทนายความใช้แทน 10,000 บาท มาวางศาลจึงเป็นการไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าว จำเลยที่ 1 จะอ้างว่าจำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องชำระค่าธรรมเนียมใช้แทนเฉพาะในส่วนที่เป็นค่าทนายความ ตามที่เจ้าพนักงานศาลคิดคำนวณให้โดยสุจริตได้ไม่ เพราะเป็นหน้าที่ของผู้อุทธรณ์ที่จะต้องตรวจสอบให้ถูกต้องเสียก่อนที่จะยื่นอุทธรณ์และวางเงินค่าธรรมเนียมใช้แทนโดยสามารถขอสำเนาบัญชีแสดงค่าฤชาธรรมเนียมที่ผู้อำนวยการสำนักงานศาลยุติธรรมประจำศาลจัดทำขึ้นแล้วตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 169 นอกจากนี้ศาลชั้นต้นชอบที่จะมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ได้ทันทีโดยไม่ต้องกำหนดให้จำเลยที่ 1 วางเงินค่าธรรมเนียมใช้แทนเพิ่มเติมให้ครบถ้วนเสียก่อนก็ได้ เพราะกรณีมิใช้เรื่องของการมิได้ชำระหรือวางค่าธรรมเนียมศาลไม่ถูกต้องครบถ้วน ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 ซึ่งศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งให้ชำระหรือวางค่าธรรมเนียมให้ถูกต้องครบถ้วนได้เสียก่อนที่จะมีคำสั่งรับหรือไม่รับคำคู่ความ