ฎีกาเด่น เน้นทุกสนามสอบ* วิ.แพ่ง ภาค4 อ.ชัยยุทธ ศรีจำนงค์ (ภาคปกติ) เนติฯ สมัยที่ 71
ฎีกาเด่น เน้นทุกสนามสอบ* วิ.แพ่ง ภาค4 อ.ชัยยุทธ ศรีจำนงค์ ?(ภาคปกติ) เนติฯ สมัยที่ 71
รายละเอียดเบื้องต้นเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติม รหัสผ่าน ความคิดเห็น และการดาวน์โหลดจะแสดงตามสิทธิ์สมาชิกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
| หมวดหมู่ | รวมฎีกา 5 ดาว เก็บตกฎีกาพิสดาร* วิ.แพ่ง ภาคบังคับคดีฯ (ม. 271 - 367) |
|---|---|
| ประเภทเอกสาร | www |
| ขนาดไฟล์ | ไม่ระบุ |
| คำค้น | ฎีกาเด่น เน้นทุกสนามสอบ* วิ.แพ่ง ภาค4 อ.ชัยยุทธ ศรีจำนงค์ (ภาคปกติ) เนติฯ สมัยที่ 71 |
| เผยแพร่/ปรับปรุง | 11/03/2019 / 11/03/2019 |
รายละเอียดเบื้องต้น
ฎีกาเด่น เน้นทุกสนามสอบ* วิ.แพ่ง ภาค4 อ.ชัยยุทธ ศรีจำนงค์ (ภาคปกติ) เนติฯ สมัยที่ 71
คำพิพากษาฎีกาที่ 4673/2560 ป.วิ.พ. มาตรา 271 มิได้บัญญัติให้การร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งซึ่งต้องร้องขอภายในสิบปีนั้นจะต้องนับแต่วันที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุด และใช้ถ้อยคำเพียงว่า "นับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง" ซึ่งมีความหมายเพียงว่า วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ขอให้บังคับคดี กล่าวคือวันมีคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นที่สุดในคดีนั้น เมื่อปรากฏว่าคดีนี้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ วันมีคำพิพากษาของศาลชั้นที่สุดในคดีนี้ ก็คือวันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาหรือคำสั่งที่โจทก์ขอให้บังคับคดีนั่นเอง มิใช่ต้องนับแต่วันมีคำพิพากษาถึงที่สุด ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2548 โจทก์ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ 1 เพิ่มเติมเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2558 จึงล่วงพ้นสิบปีนับแต่วันมีคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 แล้ว โจทก์ย่อมหมดสิทธิบังคับคดีเพิ่มเติมแก่จำเลยที่ 1
คำพิพากษาฎีกาที่ 3126/2559 ผู้ร้องยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 30 มิถุนายน 2557 ว่า มูลหนี้รายนี้ไม่มีหลักประกันและในการบังคับคดีกับจำเลย ผู้ร้องต้องได้รับอนุญาตจากศาลให้เข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแทนโจทก์เดิมเสียก่อน แต่ระยะเวลาการบังคับคดีจะครบกำหนดในวันที่ 28 กรกฎาคม 2557 จึงขอขยายระยะเวลาบังคับคดีออกไปเพื่อให้ผู้ร้องสามารถบังคับคดีจำเลยตามคำพิพากษาได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีเหตุที่จะขยายระยะเวลาบังคับคดีให้ผู้ร้องหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาโดยจำเลยขาดนัด เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2547 ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ วันครบกำหนด 10 ปีที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะต้องปฏิบัติให้ครบถ้วนในการขอบังคับคดีแก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาคือวันที่ 28 มิถุนายน 2557 ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาบังคับคดีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2557 หลังจากครบกำหนดระยะเวลาบังคับคดีแล้ว ผู้ร้องจะยื่นคำร้องได้ต้องเป็นกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 23 ซึ่งเหตุสุดวิสัยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 23 นั้นหมายถึง เหตุที่ทำให้ศาลไม่สามารถมีคำสั่งให้ขยายระยะเวลาหรือคู่ความไม่สามารถมีคำขอเช่นนั้นขึ้นมาก่อนสิ้นระยะเวลาที่กฎหมายให้ดำการอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งเป็นพฤติการณ์นอกเหนือที่จะกระทำได้ก่อนสิ้นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ แม้คดีนี้ ธนาคาร ธ. ได้ทำสัญญาโอนขายสิทธิเรียกร้องคดีนี้ให้แก่ผู้ร้องก็ตามแต่ตามสำเนาสัญญาโอนขายสิทธิเรียกร้องเอกสารหมายเลข 5 ท้ายคำร้องขอเข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแทนโจทก์ของผู้ร้องฉบับลงวันที่ 26 มิถุนายน 2557 ผู้ร้องรับโอนสิทธิเรียกร้องจากธนาคาร ธ. เมื่อ 12 ธันวาคม 2556 ซึ่งนับถึงวันครบกำหนดระยะเวลาบังคับคดีผู้ร้องมีเวลาที่จะบังคับคดีแก่จำเลยมากกว่า 6 เดือน แม้จำนวนคดีที่ผู้ร้องรับโอนมาจากธนาคาร ธ. จะมีจำนวนมากก็ตาม แต่เมื่อผู้ร้องดำเนินการตรวจสอบคดีนี้และพบว่าใกล้ครบระยะเวลาการบังคับคดีแล้ว ผู้ร้องต้องรีบดำเนินการบังคับคดีต่อจากโจทก์ซึ่งขอออกหมายบังคับคดีไว้แล้วทันที แต่ผู้ร้องก็ไม่รีบดำเนินการดังกล่าว กลับปล่อยเวลาล่วงเลยมาจนใกล้ครบกำหนดระยะเวลาบังคับคดีแล้วจึงยื่นคำร้องขอเข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแทนโจทก์ ดังนี้ เหตุที่ผู้ร้องอ้างจึงล้วนเป็นความบกพร่องของผู้ร้องมาแต่แรก กรณีจึงไม่ใช่พฤติการณ์นอกเหนือที่จะกระทำได้ก่อนสิ้นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ มิใช่เหตุสุดวิสัยที่ผู้ร้องจะขอขยายระยะเวลาการบังคับคดีได้