ฎีกาเด่น เน้นทุกสนามสอบ* วิชา กฎหมายล้มละลาย อ.ชีพ จุลมนต์ (ภาคปกติ) เนติฯ สมัยที่ 71
ฎีกาเด่น เน้นทุกสนามสอบ* วิชา กฎหมายล้มละลาย อ.ชีพ จุลมนต์ (ภาคปกติ) เนติฯ สมัยที่ 71
รายละเอียดเบื้องต้นเปิดเพื่อการศึกษา ส่วนข้อมูลเพิ่มเติม รหัสผ่าน ความคิดเห็น และการดาวน์โหลดจะแสดงตามสิทธิ์สมาชิกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง
| หมวดหมู่ | รวมฎีกา 5 ดาว เก็บตกฎีกาพิสดาร* ล้มละลาย |
|---|---|
| ประเภทเอกสาร | www |
| ขนาดไฟล์ | ไม่ระบุ |
| คำค้น | ฎีกาเด่น เน้นทุกสนามสอบ* วิชา กฎหมายล้มละลาย อ.ชีพ จุลมนต์ (ภาคปกติ) เนติฯ สมัยที่ 71 |
| เผยแพร่/ปรับปรุง | 11/03/2019 / 11/03/2019 |
รายละเอียดเบื้องต้น
ฎีกาเด่น เน้นทุกสนามสอบ* วิชา กฎหมายล้มละลาย อ.ชีพ จุลมนต์ (ภาคปกติ) เนติฯ สมัยที่ 71
คำพิพากษาฎีกาที่ 2190/2560 ลูกหนี้ค้ำประกันความรับผิดที่ผู้เช่าซื้อมีต่อเจ้าหนี้ผู้ให้เช่าซื้อ โดยตกลงว่า หากผู้เช่าซื้อไม่ชำระค่าเช่าซื้อให้แก่เจ้าหนี้ ลูกหนี้ผู้ค้ำประกันจะชำระแทน โดยลูกหนี้ทำสัญญาค้ำประกันก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกเหนี้เด็ดขาด มูลแห่งหนี้ตามสัญญาค้ำประกันจึงเกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด แม้ภาระหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อในแต่ละงวดจะเกิดขึ้นเป็นรายเดือนภายในวันที่ถึงกำหนดให้ชำระทุกวันที่ 2 ของเดือนจนกว่าจะครบ แต่เป็นเรื่องที่ลูกหนี้ผู้ค้ำประกันต้องผูกพันรับผิดสำหรับหนี้ค่าเช่าซื้อที่ถึงกำหนดชำระในอนาคต เจ้าหนี้ย่อมขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้ค้ำประกันได้ทุกงวดจากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ผู้ค้ำประกันโดยไม่จำต้องรอให้หนี้ค่าเช่าซื้อถึงกำหนดชำระเสียก่อน เพราะหนี้ยังไม่มีกำหนดชำระหรือมีเงื่อนไขก็อาจขอรับชำระหนี้ได้ พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 99 กรณีลูกหนี้ชั้นต้นซึ่งเป็นผู้เช่าหรือผู้เช่าซื้อถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าหนี้ย่อมขอรับชำระหนี้สำหรับหนี้ค่าเช่าหรือค่าเช่าซื้อได้เฉพาะค่าเช่าหรือค่าเช่าซื้อที่คำนวณได้จนถึงวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ จะนำมาใช้ในกรณีลูกหนี้เป็นผู้ค้ำประกันการเช่าหรือเช่าซื้อไม่ได้
คำพิพากษาฎีกาที่ 5252/2559 การที่จำเลยที่ 1 ถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และบรรดาเจ้าหนี้ของจำเลยที่ 1 จะต้องขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ต่อผู้คัดค้านตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2583 มาตรา 27, 91 วรรคหนึ่ง และมาตรา 94 แต่คดีนี้ศาลและผู้ร้องมิใช่เจ้าหนี้ของจำเลยที่ 1 อีกทั้งค่าปรับก็มิใช่หนี้ตามที่บัญญัติไว้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย แต่การชำระเงินค่าปรับหรือการบังคับโทษปรับเป็นการใช้อำนาจรัฐเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมทางอาญา โดยศาลและพนักงานอัยการเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายเพื่อให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าปรับตามที่บัญญัติไว้ใน ป.อ. มาตรา 29 โดยไม่จำต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อผู้คัดค้านเช่นเดียวกับหนี้เงินในคดีแพ่ง มิฉะนั้นแล้วการลงโทษทางอาญาจะไม่ต้องตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย เพราะกฎหมายอาญาจัดเป็นกฎหมายมหาชนว่าด้วยความผิดและโทษทางอาญาเป็นบทบัญญัติถึงความเกี่ยวพันระหว่างเอกชนกับรัฐ ทั้งการกระทำความผิดนั้นยังได้ชื่อว่ากระทบกระเทือนต่อมหาชนเป็นส่วนรวม จึงไม่อยู่ในบังคับของพระราชบัญญัติล้มละลายซึ่งผู้ร้องจะต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้
คำพิพากษาฎีกาที่ 10656/2559 ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เด็ดขาดเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2536 ย่อมมีผลทันที หาใช่มีผลนับแต่คดีถึงที่สุดไม่ จำเลยที่ 1 จึงหมดอำนาจที่จะจัดการหรือกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของตน และตกแก่ผู้ร้องในฐานะเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22 และมาตรา 24 จำเลยที่ 1 ไม่มีอำนาจจดทะเบียนจำนองที่ดินแก่ผู้คัดค้านซึ่งเป็นการกระทำอันเกี่ยวกับทรัพย์สินของตนภายหลังวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เด็ดขาดแล้ว การจดทะเบียนจำนองเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อ พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22 และมาตรา 24 ซึ่งเป็นกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนเป็นโมฆะ ไม่มีผลผูกพันใด ๆ ตามกฎหมาย ตาม ปพ.พ.มาตรา 150 ไม่ว่าคู่กรณีจะรู้หรือไม่ว่านิติกรรมมีวัตถุประสงค์ต้องห้ามตามกฎหมายตกเป็นโมฆะ และผู้คัดค้านรับจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 1 ไว้โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนในเวลาที่ยังไม่ประกาศคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เด็ดขาดในราชกิจจานุเบกษา และไม่ทราบว่าจำเลยที่ 1 ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดตามราชกิจจานุเบกษาก็ตาม ผู้คัดค้านก็ไม่อาจยกความสุจริตขึ้นอ้างเพื่อมีผลเป็นการลบล้างบทกฎหมายได้ แต่อย่างไรก็ตาม บทบัญญัติมาตรา 24 ไม่ได้ห้ามลูกหนี้ที่ถูกพิทักษ์ทรัพย์จัดการทรัพย์สินของผู้อื่นหรือกระทำกิจการแทนผู้อื่น เช่นเป็นกรรมการของบริษัทถ้าเพียงแต่ถูกพิทักษ์ทรัพย์ ก็ยังสามารถทำหน้าที่เป็นตัวแทนของบริษัทได้ เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย แต่ถ้าตกเป็นบุคคลล้มละลายเมื่อไหร่ ถือว่าขาดคุณสมบัติไม่สามารถกระทำการได้ บทบัญญัติมาตรา 24 มีข้อยกเว้นว่า หากได้กระทำตามคำสั่งหรือความเห็นชอบของศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้จัดการทรัพย์ หรือที่ประชุมเจ้าหนี้ ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติล้มละลายฯ ลูกหนี้ที่ถูกพิทักษ์ทรัพย์ก็กระทำการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของตนได้